คนที่ไม่โดดเด่น
คนที่ไม่โดดเด่น
#อักษราลัย
ประกาศรับสมัครงานถูกแปะไว้ตรงบอร์ดประกาศของตึกสำนักงานเก่า ตัวอักษรสีดำเรียบ ๆ บนกระดาษ A4 ธรรมดา ไม่มีกรอบ ไม่มีโลโก้ ไม่มีคำว่าด่วน
ไม่ต้องเก่ง
ไม่ต้องเด่น
ไม่ต้องเป็นที่จดจำ
เขายืนอ่านมันอยู่นานกว่าที่ควร ทั้งที่ข้อความสั้นจนแทบไม่ต้องใช้เวลา ลมหายใจเขาเบาและสม่ำเสมอ เหมือนพยายามไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ ไว้ในโถงว่างนั้น
เขาไม่เก่งเป็นพิเศษในด้านใด ไม่เคยถูกเลือกให้เป็นตัวแทน ไม่เคยถูกเรียกชื่อดัง ๆ ในห้องประชุม ต่อให้หายไปจากกลุ่มเพื่อนในวันหนึ่ง ก็คงมีคนใช้เวลาสักพักกว่าจะสังเกตเห็น
เขากดลิฟต์ขึ้นไปชั้นสิบสาม ไฟเหนือปุ่มติดขึ้นอย่างสุภาพ ประตูเปิดออกโดยไม่ส่งเสียงเอะอะ
ฝ่ายบุคคลไม่ถามถึงประสบการณ์ ไม่ถามถึงความฝัน ผู้หญิงหลังโต๊ะเพียงเงยหน้ามองเขาแวบหนึ่ง รับใบสมัคร แล้วถามว่า
“มีอะไรอยากเล่าไหม”
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้า
“ผมไม่ค่อยมีอะไรให้เล่าครับ”
ปลายปากกาขีดลงบนกระดาษ
“เริ่มงานพรุ่งนี้”
โต๊ะทำงานของเขาเป็นเพียงแผ่นไม้สีหม่นติดผนัง ไม่มีป้ายชื่อ ไม่มีของตกแต่ง ไม่มีหน้าต่างใกล้พอให้มองเห็นฟ้า งานของเขาก็ไม่มีชื่อตำแหน่งแน่ชัด แฟ้มเอกสารถูกส่งมาเป็นระยะ วางเงียบ ๆ บนโต๊ะ แล้วหายไปเงียบ ๆ เมื่อเขาส่งคืน
หน้าที่ของเขาคืออ่าน แล้วจัดวางใหม่
ไม่ใช่การโกหก ไม่ใช่การลบความจริง แค่ปรับจังหวะน้ำหนักของถ้อยคำ
อุบัติเหตุจากความประมาท → เหตุสุดวิสัย
ตัวเลขความเสียหาย → อยู่ในเกณฑ์ยอมรับได้
คำร้องเรียนยาวหลายหน้า → ข้อสังเกตทั่วไปจากพนักงานรายหนึ่ง
เมื่อแฟ้มผ่านมือเขา มันจะบางลงเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะข้อมูลหาย แต่เพราะความสำคัญของมันเบาลง
เสียงเครื่องถ่ายเอกสารดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับหัวใจของชั้นนี้ ไม่มีใครเรียกชื่อเขา ไม่มีใครถามความเห็น เขาทำงานได้ดีเกินพอในความหมายของที่นี่ เงียบ เรียบร้อย และไม่ทิ้งเงา
บางเย็น เขาขึ้นรถเมล์แน่นขนัด แต่กลับรู้สึกเหมือนตัวเองไม่กินพื้นที่ใด ๆ ผู้คนยืนเบียดกัน เขายืนอยู่ตรงนั้นโดยไม่มีใครชน
แฟ้มสีเทาปรากฏขึ้นในเช้าวันหนึ่ง มันวางอยู่กลางโต๊ะ รอเขาอยู่ก่อนที่เขาจะนั่งลง มันหนากว่าแฟ้มอื่นเล็กน้อย ข้างในเป็นเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่ง ชื่อของเธอปรากฏซ้ำหลายหน้า มากเกินกว่าที่ควรจะเป็น “กรณีทั่วไป”
อุบัติเหตุในโรงงาน
รายงานแพทย์
คำร้องเรียนถึงหน่วยงานรัฐ
บทสัมภาษณ์สั้น ๆ จากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น
เธอไม่ตาย แค่เดินกะเผลก แค่ปวดหัวทุกเช้า และต้องกินยาไปตลอดชีวิต
ในเอกสารร้องเรียน หน้ากระดาษมีรอยพับซ้ำ ลายมือเอียงเล็กน้อยเหมือนเขียนตอนมือสั่น ประโยคหนึ่งถูกขีดฆ่าแล้วเขียนใหม่ทับลงไป
“ฉันไม่ได้อยากได้เงินมากมาย แค่อยากให้เขายอมรับว่ามันเกิดขึ้นจริง”
เขาอ่านประโยคนั้นซ้ำ ปลายนิ้วแตะกระดาษบาง ๆ ที่เหมือนจะอุ่นขึ้นจากอุณหภูมิร่างกาย กระดาษคำสั่งแนบอยู่หน้าสุด ตัวอักษรพิมพ์เรียบ ไม่ใช่คำสั่งเสียทีเดียว แต่เป็นความคุ้นเคย
ปรับให้เป็นกรณีทั่วไป
ลดความน่าสนใจ
กำหนดส่งภายในวันนี้
หากไม่แล้วเสร็จ แฟ้มจะถูกส่งต่อ
เขารู้ดีว่าคำว่า ส่งต่อ หมายถึงอะไร หมายถึงคนอื่นจะทำแทน และมันจะเงียบลงอย่างแน่นอน
พักเที่ยงวันนั้น เขานั่งกินข้าวคนเดียวเหมือนเคย เสียงในโรงอาหารอื้ออึงด้วยเรื่องยอดขาย เรื่องโบนัส เรื่องแผนเที่ยวสุดสัปดาห์ ไม่มีใครพูดถึงแฟ้มสีเทา ไม่มีใครพูดถึงผู้หญิงที่เดินกะเผลก
ข้าวในจานแยกเป็นเม็ด ๆ เหมือนข้อมูลในรายงาน ไม่มีเม็ดไหนเด่นพอจะถูกมองนาน เขาเคี้ยวช้า ๆ กลืนลงไปโดยไม่รู้รส
เขารู้ว่าถ้าเขาไม่ทำแฟ้มงานนี้ มันจะเสร็จอยู่ดี แค่ไม่ใช่ด้วยมือเขา
ช่วงบ่าย ไฟโต๊ะส่องลงบนแฟ้มสีเทา แสงสีขาวทำให้ชื่อของเธอดูซีดลงกว่าที่ควร เขาเปิดหน้าแรก เปิดหน้าถัดไป
เขารู้วิธีทำให้มันเงียบ และเคยทำมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แค่ย้ายชื่อไปไว้ย่อหน้าล่าง หรือเปลี่ยนคำว่า ‘เจ็บปวดตลอดชีวิต’ ให้กลายเป็น ‘ผลกระทบระยะยาว’ ทว่าครั้งนี้ ปลายนิ้วที่สัมผัสรอยพับบนกระดาษกลับรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่าง ลายมือเอียง ๆ ของผู้หญิงคนนั้นดูเหมือนกำลังตะเกียกตะกายอยู่บนหน้ากระดาษที่เขาต้องจัดการ เธอไม่ได้เรียกร้องให้ระบบล่มสลาย เธอเพียงแค่ขอให้ใครสักคนยอมรับว่า ‘มันเกิดขึ้นจริง’
เขามองมือตัวเอง มือที่สะอาดสะอ้าน ไร้ร่องรอยการทำงานหนัก และไร้รอยแผล มือคู่นี้กำลังจะทำสิ่งที่น่ากลัวที่สุด
ถ้าเขาทำ... เขาจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของความเงียบที่สมบูรณ์แบบ ถ้าเขาทำ... ผู้หญิงคนนี้จะกลายเป็นเพียงอากาศธาตุ เหมือนที่เขากำลังเป็นอยู่ เขานึกภาพตัวเองในอนาคต ตัวอักษรชื่อเขาที่เล็กจิ๋ว ไร้รูปถ่าย ไร้คนจดจำ หากวันหนึ่งเขาหายไป ระบบก็คงแค่ส่งต่อหน้าที่ ‘การวางความเงียบ’ นี้ให้คนถัดไป
วินาทีนั้น ความเงียบที่เขาเคยใช้กำบังตัวมาตลอดกลับเริ่มทำให้เขาอึดอัดจนหายใจไม่ออก การไม่ทำอะไรเลยอาจเป็นสิ่งเดียวที่พิสูจน์ว่าเขายังมีตัวตนอยู่ เขาค่อย ๆ วางปากกาลง เสียงกระทบของมันบนโต๊ะไม้หม่นดังก้องในโสตประสาทมากกว่าครั้งไหน ๆ แล้วปิดแฟ้มสีเทานั้นลง โดยจงใจไม่จัดระเบียบหน้ากระดาษให้เรียบร้อยเหมือนทุกครั้ง
ปล่อยให้ความเจ็บปวดในนั้นยังคงบิดเบี้ยวและมีน้ำหนักเท่าเดิม
ใกล้เลิกงาน หัวหน้าเดินผ่านมา หยุดยืนตรงโต๊ะ
“แฟ้มนี้ต้องเสร็จวันนี้นะ ถ้าไม่ทัน เดี๋ยวส่งต่อ”
เขาพยักหน้าเล็กน้อย การพยักหน้าที่แทบไม่ต้องใช้แรง เมื่อหัวหน้าเดินไป เขาไม่ได้เปิดแฟ้มอีก
ปล่อยให้มันหนาเท่าเดิม หนักเท่าเดิม
เย็นนั้น เขาออกจากตึกช้ากว่าปกติ ไฟนีออนริมถนนส่องเงาคนเดินสวนกันไปมา ไม่มีใครมองหน้าใคร โลกดำเนินไปอย่างราบรื่นเกินกว่าจะสังเกตเห็นสิ่งที่ยังไม่ถูกทำ
เช้าวันถัดมา แฟ้มสีเทาหายไปจากโต๊ะ ไม่มีใครบอกว่าใครเป็นคนรับไป ไม่มีใครบอกว่ามันจบอย่างไร เขานั่งทำงานแฟ้มอื่นต่อไป ทำให้หลายเรื่องดูธรรมดา ทำให้หลายความผิดพลาดไม่สะดุดตา
บางที สังคมไม่จำเป็นต้องทำลายคนเก่ง
ไม่ต้องต่อต้านเสียงดัง
ไม่ต้องขับไล่ใครออกไป
แค่ต้องการคนธรรมดา ที่รู้วิธีวางความเงียบลงอย่างพอดี อย่างสุภาพ อย่างเป็นระเบียบ และแม้ในวันที่เขาเลือกไม่ทำ โลกก็ยังเดินต่อไป ราวกับไม่มีอะไรเปลี่ยน
เพียงแต่ในความเงียบที่เรียบร้อยนั้น บางสิ่งอาจเลือนหายไป
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/69
อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเอง
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
ลือหึงฝรั่งเศสเจอเอกสารลับ ช่วยไทยทวงคืนเขาพระวิหาร
ด่วน! เกิดเหตุไฟไหม้ท่อยางตอหม้อสะพานภูมิพล ฝั่งปู่เจ้าฯ
ไม่ใช่ 60! วิจัยชี้มนุษย์เริ่ม "แก่ลง" ตั้งแต่อายุเท่าไหร่? แอบช็อกร่างกายเสื่อมไวกว่าที่คิด
ศึกปีกสีดำ! นกขุนทอง ปะทะ นกเอี้ยง ใครคือสุดยอดนักพูดแห่งพงไพร?
วันนี้!! เครนอีกตัวถล่มทบรถยนต์ในไทย
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย



