ของใช้รอบตัว ควรโละทิ้งตอนไหน
หวี ควรเปลี่ยนทุกปี (แต่ควรทำความสะอาดทุกสัปดาห์) ข้อมูลอ้างอิงจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แนะนำไว้ว่าควรเปลี่ยนหวีทุกปี เพื่อให้มันช่วยดูแลผมของเราได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
หมอน ควรเปลี่ยนทุก 2-3 ปี ความมันจากเส้นผม หนังศีรษะ และสิ่งสกปรกจากใบหน้าของเรา จะคลุกอยู่กับหมอนไม่หายไปไหน แม้ว่าจะมีปลอกหมอนและซักมันบ่อยแค่ไหน แต่สิ่งสกปรกที่หมักหมมอยู่ในหมอนก็ยังคงอยู่ กรมอนามัยให้คำแนะนำว่า ควรเปลี่ยนหมอนทุก ๆ 2-3 ปี เพื่อความสุขอนามัยที่ดี
แปรงแต่งหน้า ควรเปลี่ยนทุก 3-5 ปี (แต่ควรทำความสะอาดทุกสัปดาห์) แปรงก็เหมือนข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่มีอายุการใช้งานเหมือนกัน ควรเปลี่ยนแปรงแต่งหน้าใหม่ทุก ๆ 3-5 ปี ตามคำแนะนำของกรมอนามัย หรือตามอายุการใช้งานที่ผู้ผลิตแจ้งไว้
ผ้าเช็ดตัว ควรเปลี่ยนทุก 1-3 ปี (แต่ควรซักหลังใช้ไป 3-5 ครั้ง) ผ้าเช็ดตัวมาเช็ดจะมีสิ่งสกปรกที่หลงเหลือตกค้าง อย่างเศษเซลล์ที่ตายแล้วของเรา ก็ถูกซับติดไปกับผ้าเช็ดตัว เมื่อใช้ไปได้3-5 ครั้ง ต้องนำมันไปซัก และเปลี่ยนผ้าเช็ดตัวผืนใหม่ ทุก ๆ 1-3 ปี ตามคำแนะนำของสสส.
ยาดม ควรเปลี่ยนเมื่อสีและกลิ่นเปลี่ยนไป ยาดมบางประเภท มีโอกาสเกิดเชื้อราขึ้นได้ กรมอนามัยแนะนำให้หมั่นคอยสังเกตทั้งสีและกลิ่นว่าเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหรือไม่ ถ้าพบว่าไม่เหมือนเดิมแล้ว ควรเปลี่ยนไปใช้อันใหม่ได้เลย
ฟองน้ำล้างจาน ควรเปลี่ยนทุก ๆ 1-2 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับความบ่อยในการใช้งาน) เวลาเราล้างจานแต่ละครั้ง เศษอาหารและเชื้อโรคต่าง ๆ ติดอยู่กับฟองน้ำ สสส.จึงแนะนำให้เปลี่ยนมันทุก ๆ 1-2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความบ่อยในการใช้งานฟองน้ำของเรา
แปรงสีฟัน ควรเปลี่ยน ทุก ๆ 3-4 เดือน คำแนะนำจากกรมอนามัย เรื่องของสุขอนามัยและความสะอาด แปรงที่ถูฟันเราทุกวัน ย่อมสึกหรอ ประสิทธิภาพที่ควรจะทำความสะอาดช่องปากเราได้อย่างเต็มที่ก็ลดลงตามไปด้วย ปากเรากินอาหารมามากมาย พอผสมกับน้ำลายกลายเป็นเชื้อโรคสะสม ไม่ใช่แค่การใช้งานปกติ แต่เวลาเราล้างห้องน้ำ ละอองน้ำยาล้างห้องน้ำสาดกระเซ็น หรือล้างมือแรงแล้วน้ำกระเด็นโดน แบคทีเรีย 100-200 สปีชี่ส์ ก็กระจายตัวติดตามขนแปรงแล้ว ควรเปลี่ยนด้ามใหม่ทุก ๆ 3-4 เดือน หรือเร็วกว่านั้นถ้าขนแปรงเริ่มบานออก ใช้ได้ไม่ดีเท่าเดิม
ชุดชั้นใน ควรเปลี่ยน ทุกๆ 6 เดือน เพราะระหว่างใช้งาน อาจเสื่อมสภาพลงไปเรื่อย ๆ ชุดชั้นในอาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค นำไปสู่ปัญหาด้านสุขอนามัยมากมายตามมา
กระบอกน้ำ วัสดุที่เป็นแก้ว ควรเปลี่ยนทุก 2-3 ปี วัสดุที่เป็นพลาสติก ควรเปลี่ยนทุก 12 เดือน ตามคำแนะนำจากกรมอนามัย สำหรับคนที่ใช้กระบอกน้ำที่เป็นแก้ว ควรเปลี่ยนมันทุก 2-3 ปี ส่วนกระบอกน้ำที่เป็นพลาสติก ควรเปลี่ยนมันทุกปี เพราะตัวพลาสติกเอง ก็ไม่ได้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานอยู่แล้ว กระบอกน้ำที่เป็นสแตนเลสจะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าทั้ง 2 แบบ อาจยาวนานหลายปี ขึ้นอยู่กับการใช้งานและสภาพของกระบอกน้ำ หากพบว่าเริ่มสึกหรอหรือเป็นคราบสกปรกที่ล้างไม่ออกแล้ว ก็ควรเปลี่ยน เพื่อสุขอนามัยที่ดี
รองเท้าผ้าใบ ควรเปลี่ยน ทุกๆ 5 เดือน ถ้าใส่เดินแล้วเท้าเจ็บ ใส่ไม่สบายเหมือนก่อน อาจเป็นไปได้ว่ารองเท้าคู่นั้นเสื่อมสภาพแล้ว ไม่ต้องรอให้ด้ายหลุด หรือพื้นรองเท้าเปิด แค่ใส่แล้วมันไม่รองรับอุ้งเท้าเหมือนเดิม ก็เป็นสัญญาณว่าไม่ควรใส่รองเท้าคู่นั้นอีก โดยเฉพาะสายนักกีฬา อย่าทู่ซี้ใส่เด็ดขาด อาจเกิดการบาดเจ็บได้
อ้างอิงจาก: https://sistacafe.com/summaries/โละทิ้งได้แล้ว-เดี๋ยวราขึ้น-7-ของกิน-ของใช้ในบ้าน-ที่อาจหมดอายุนานแล้ว-แต่เรายังใช้อยู่ไม่รู้ตัว--id=80175
https://www.facebook.com/thematterco/posts/เคยสงสัยกันไหม-สิ่งของที่เราใช้กันรอบตัว-ควรเปลี่ยนตอนไหนบ้างบ่อยครั้งที่เรามักใ/1371563271195036/
ประเทศที่ชอบทุเรียนไทยที่สุด นำเข้าทุเรียนจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง
2 ประเทศในโลก ที่ไม่มีเครื่องดื่ม Coke วางขายอย่างถูกกฎหมาย
ชาติในภูมิภาคอาเซียน ที่ติดหนี้เงินกู้จากประเทศจีนมากที่สุด
ประเทศนอกเมืองจีน ที่มีคนจีนย้ายไปอาศัยอยู่จำนวนมากที่สุด
จังหวัดไหน ที่ครองแชมป์จํานวนควายมากที่สุดในไทย
ส่องเลขมงคล "ม้าวิ่ง" แนวทางเลขเด่นงวด 16 ก.พ. 69
จบยุคเดินข้ามชิล ไทยขยับจริง สร้างกำแพง–ขุดคูน้ำหนองจาน ปิดช่องทางเดิมแบบถาวร
จังหวัดในประเทศไทย ที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่นจำนวนน้อยที่สุด
ประเทศที่คนนิยมมาซื้อบ้านในประเทศไทยมากที่สุด
จังหวัดนี้เลี้ยงไก่มากที่สุดในไทย
วิเคราะห์หวยด้วย AI งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..เลขไหนมีสิทธิ์ออกมากที่สุด!
Thailand ติดอันดับ 5 ประเทศที่ดีที่สุดในโลก ปี 2025! โหวตโดยผู้อ่านทั่วโลก — Cambodia ไม่ติดโผ!
9 พิกัดผืนธงทรงพลัง: มรดกทางวัฒนธรรมที่ปลิวไสวเหนือแผ่นดิน
รู้จักลิง 6 ชนิด ที่สามารถพบได้ในประเทศไทย
นักการเมืองที่รวยที่สุด มีทรัพย์สินมากที่สุดอันดับหนึ่งในโลก






