หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

4 นิสัยเด็กที่เลี้ยงยาก แต่โตไปมักได้ดีทุกคน

เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า

 

เมื่อครู่นี้ดิฉันได้อ่านบทความหนึ่งว่าด้วยเรื่อง “นิสัยเด็กเลี้ยงยาก” ที่แท้จริงแล้วอาจเป็นสัญญาณบอกถึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของลูกหลานเรา อ่านแล้วรู้สึกว่าเป็นข้อมูลที่น่าสนใจและช่วยให้มองเด็ก ๆ ในแง่มุมใหม่มากขึ้น จึงอยากนำมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

บทความกล่าวถึงเด็ก 4 ประเภท ที่แม้จะทำให้พ่อแม่เหนื่อยใจอยู่บ่อย ๆ แต่กลับเป็นลักษณะที่บ่งบอกได้ว่าโตไปมีโอกาสประสบความสำเร็จสูง ดังนี้ค่ะ

1. เด็กช่างพูด ช่างถาม
เด็กกลุ่มนี้ตื่นมาก็พูด เจออะไรก็ถาม ดูเหมือนพูดไม่รู้จบจนบางครั้งผู้ใหญ่แทบตอบไม่ทัน แต่แท้จริงแล้ว พฤติกรรมนี้สะท้อนทักษะการสื่อสารและการคิดวิเคราะห์ที่ดี เด็กใช้การพูดเรียบเรียงความคิดของตัวเอง หากผู้ใหญ่ใจเย็นฟังและตอบเขาอย่างตั้งใจ จะยิ่งช่วยให้เขาเติบโตอย่างมีเหตุผลค่ะ

 

2. เด็กพลังงานล้น ซุกซนอยู่ไม่สุข
กลุ่มนี้ทำเอาบ้านแตกเป็นประจำค่ะ ทั้งปีน ทั้งกระโดด ทั้งรื้อค้นไม่เว้นวัน แต่ในมุมพัฒนาการ เด็กที่ซุกซนมาก ๆ มักมีความอยากรู้อยากเห็นสูง เรียนรู้เก่ง และคิดสร้างสรรค์ ผู้ปกครองอาจจัดพื้นที่ปลอดภัยให้เขาได้ปล่อยพลัง หรือให้ช่วยซ่อมของใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเปลี่ยนความซนเป็นทักษะค่ะ

 

3. เด็กดื้อ หัวรั้น มีจุดยืนของตัวเอง
เด็กประเภทนี้ทำให้ผู้ใหญ่เหนื่อยใจไม่น้อย แต่ความดื้อในลักษณะนี้มักสะท้อนความมุ่งมั่น มีความคิดเป็นของตัวเอง และไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ ลักษณะเช่นนี้เมื่อโตขึ้นมักกลายเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำค่ะ วิธีรับมือคือใช้เหตุผลอธิบายมากกว่าการสั่งหรือบังคับ

 

4. เด็กชอบรื้อ แกะของเล่นเป็นชิ้น ๆ
บ้านใดมีรีโมตหรือของเล่นที่ถูกถอดกระจายเป็นประจำ คุณพ่อคุณแม่อย่าเพิ่งโมโหค่ะ เพราะเด็กกลุ่มนี้มักมีทักษะด้านตรรกะและความเข้าใจกลไกสิ่งของดีเป็นพิเศษ หากสนับสนุนด้วยของเล่นประเภทตัวต่อหรือโมเดล พร้อมตั้งกติกาว่า “รื้อได้ ต้องประกอบกลับได้” ก็จะช่วยเสริมทั้งทักษะและความรับผิดชอบค่ะ

 

ในบทความยังสรุปไว้อย่างน่ารักว่า

เด็กพูดมาก = หัวไว ฉลาดสื่อสาร

เด็กซน = คิดสร้างสรรค์และกล้าลอง

เด็กดื้อ = มุ่งมั่น มีภาวะผู้นำ

เด็กรื้อของ = ตรรกะดี แวววิศวะ


ดิฉันอ่านแล้วรู้สึกว่าการเลี้ยงเด็กนั้น ต้องอาศัยทั้งความเข้าใจและความอดทนมากจริง ๆ แต่หากเรามองเห็นข้อดีเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ ก็อาจทำให้รู้สึกอบอุ่นใจขึ้น และมีกำลังใจมากขึ้นเมื่อต้องรับมือกับ “ตัวแสบ” ประจำบ้านค่ะ

บางทีเด็กที่ทำให้เราปวดหัวในวันนี้…ก็อาจเติบโตเป็นความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ของครอบครัวในวันข้างหน้าก็เป็นได้นะคะ 😊

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งล้านเรื่องเล่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 24,085 ครั้ง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
นักเขียนคอนเทนต์เชิงวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมชีวิต สุขภาพ และสังคมเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง พร้อมถ่ายทอดให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว และนำไปใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: Thorsten
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
มะปราง กับ มะยงชิด ต่างกันอย่างไร? ผลไม้หน้าตาคล้ายกัน แต่ทำไมราคาไม่เหมือนกันทำไมพังพอนถึงกล้าสู้กับงูเห่า ทั้งที่ไม่ได้กันพิษได้ทุกอย่างวัดที่ใหญ่ที่สุดในไทยจังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณความหมายของเลข 269 ในมุมมองของนักเสี่ยงโชคงวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2569มหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในโลกโรงแรมหรูในประเทศไทย ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจากต่างชาติทำไมเล็บถึงยาวเร็วไม่เท่ากันถุงมือมักซีมีเลียน สัญลักษณ์อำนาจแห่งอัศวินคนสุดท้ายปลานิลกับปลาทับทิม ต่างกันตรงไหน ทำไมเลี้ยงแล้วคุ้มไม่เหมือนกันอย่าเพิ่งนำพาวเวอร์แบงค์ขึ้นเครื่องบิน! ถ้ายังไม่รู้กฎเหล่านี้ทำไมโต๊ะจีนต้องเสิร์ฟข้าวผัดปิดท้าย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
วัดที่ใหญ่ที่สุดในไทยมะปราง กับ มะยงชิด ต่างกันอย่างไร? ผลไม้หน้าตาคล้ายกัน แต่ทำไมราคาไม่เหมือนกันอย่าเพิ่งนำพาวเวอร์แบงค์ขึ้นเครื่องบิน! ถ้ายังไม่รู้กฎเหล่านี้ถุงมือมักซีมีเลียน สัญลักษณ์อำนาจแห่งอัศวินคนสุดท้ายทำไมโต๊ะจีนต้องเสิร์ฟข้าวผัดปิดท้ายทำไมเล็บถึงยาวเร็วไม่เท่ากัน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
ทำไมบางคนเลือกที่จะเป็นเมียน้อยแม้ว่าโปรไฟล์ดีเรื่อง เล่าสะพานห้วยตองผีภาคเหนือไม่ได้มีแค่ความหลอน แต่ซ่อนโลกความเชื่อของชาวล้านนาพญานาคกับมุกดาหาร ทำไมเรื่องเล่าริมโขงยังอยู่ในวิถีชุมชน
ตั้งกระทู้ใหม่