หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ครั้งแรกที่ต่างชาติบันทึกถึง “สยาม” เมื่อ500 ปีก่อน รู้ไหมว่าพวกเขาเหล่านั้นพูดถึงประเทศเราว่าอย่างไร

โพสท์โดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า

 

เมื่อครู่นี้ดิฉันได้อ่านบทความหนึ่งค่ะ เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับ “ครั้งแรกที่ต่างชาติบันทึกถึงสยาม” เมื่อกว่า 500 ปีก่อน ดิฉันอ่านแล้วรู้สึกทั้งภาคภูมิใจและทึ่งในความรุ่งเรืองของบ้านเมืองเราในสมัยนั้น จึงอยากมาแบ่งปันให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันค่ะ

 

บทความเล่าว่า ชาติแรกที่พูดถึง “สยาม” คือ โปรตุเกส เมื่อราวปี พ.ศ. 2054 (ค.ศ. 1511) หลังจากที่พวกเขายึดเมืองมะละกาได้สำเร็จ พระเจ้ามานูเอลที่ 1 แห่งโปรตุเกสได้ส่งทูตชื่อ ดูอาร์ต แฟร์นันเดส (Duarte Fernandes) เดินทางมาเจริญสัมพันธไมตรีกับกรุงศรีอยุธยา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีชาวยุโรปเข้ามาเยือนอาณาจักรของเราอย่างเป็นทางการ

 

ชาวโปรตุเกสได้บันทึกไว้ว่า “กรุงศรีอยุธยาเป็นอาณาจักรใหญ่ มั่งคั่ง มีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงอำนาจ มีทหารและช้างศึกมากมาย ประชาชนสุภาพ มีมารยาท และมีการค้าขายกับจีน อินเดีย และประเทศอื่น ๆ”
อ่านแล้วรู้สึกภูมิใจเหลือเกินค่ะ เพราะแม้เวลาจะผ่านมาแล้วกว่าครึ่งสหัสวรรษ แต่ชื่อเสียงของ “สยาม” ในวันนั้น ยังคงสะท้อนให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของบรรพบุรุษเรา

 

นอกจากนี้ ยังมีนักเดินทางชาวโปรตุเกสอีกคนชื่อ ทอมมาส โป (Tome Pires) ซึ่งได้เขียนหนังสือชื่อ “The Suma Oriental” ระหว่างปี ค.ศ. 1512–1515 ในหนังสือเล่มนั้นก็มีการกล่าวถึงสยามไว้อย่างน่าสนใจ ว่าเป็นอาณาจักรที่มั่งคั่ง มีอิทธิพล และมีการปกครองที่เป็นระเบียบเรียบร้อย

 

และที่น่ารักมากคือ ความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับโปรตุเกสในครั้งนั้น ไม่ได้มีเพียงเรื่องการทูตหรือการค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เช่น เทคนิคการต่อเรือ อาวุธปืน และแม้แต่ “ขนมหวานแบบโปรตุเกส” ที่เราคุ้นเคยกันดีในวันนี้อย่าง ฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด ก็มีต้นกำเนิดจากช่วงเวลานั้นด้วยค่ะ

 

ดิฉันอ่านแล้วรู้สึกซาบซึ้งในภูมิปัญญาและความสามารถของคนไทยในอดีต ที่สามารถสร้างบ้านเมืองให้ต่างชาติเคารพและจดจำได้อย่างสง่างาม
500 ปีผ่านมา ชื่อ “สยาม” ยังคงอยู่ในความทรงจำของโลก และกลายมาเป็น “ประเทศไทย” ที่เราภาคภูมิใจในวันนี้

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: rage555
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ยืนหนึ่งระดับโลก! "ลิซ่า BLACKPINK" ผงาดคว้าอันดับ 1 ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งปี 2568 จากสวนดุสิตโพลคนที่มี EQ ต่ำมักทำ 6 สิ่งนี้ ในวันที่ 1 มกราคมเสมอ!!สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 2/1/69ทำไมประเทศในเอเชียกลางต้องลงท้ายด้วย "สถาน"ย้อนรอยประวัติศาสตร์ "คำขวัญวันเด็ก": เข็มทิศทางความคิดจากนายกรัฐมนตรีไทยสู่อนาคตของชาติช่างตัดผมในเคนยาใช้ “อุปกรณ์” แปลงโฉมลูกค้าอย่างไม่เหมือนใคร ทำให้ยอดฟอลโลว์ทะลุล้านคำทำนายพิเศษจาก "บาบา วังกา" สำหรับปี 2026รับวันเด็ก 2569: เจาะลึกคำขวัญฉบับ "นายกฯ อนุทิน" และ "ผู้ว่าฯ ชัชชาติ" สองสไตล์ที่โดนใจเยาวชนระทึกรับปีใหม่! สาวติดชิงช้าสวรรค์มรณะ หมุนไม่หยุด-ปิดเครื่องไม่ได้ ต้องวัดใจกระโดดลงพื้น10 กิจกรรมรับปีใหม่ 2569: กิจกรรมแรกของปี บอกตัวตนที่แท้จริงว่าคุณคือใคร?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
รับวันเด็ก 2569: เจาะลึกคำขวัญฉบับ "นายกฯ อนุทิน" และ "ผู้ว่าฯ ชัชชาติ" สองสไตล์ที่โดนใจเยาวชนแนะนำ! เว็บไซต์ ai สามารถวาดรูป [l8+](สร้างฟรี) ผู้ใหญ่เท่านั้นเรือรบจีนติดตั้งขีปนาวุธ YJ-20 สุดเทพของโลก!!จีน..ขึ้นภาษีถุงยาง บีบวัยรุ่นให้ปั๊มลูกสิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 2/1/69
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
"ชา สุภัทโท"ความศรัทธาในความดีในหารเคร่งครัดในชีวิตจีนเดินหมากแรง ขึ้นภาษีถุงยาง–ลดภาระเลี้ยงเด็ก หวังเพิ่มประชากรแต่จะได้ผลจริง หรือยิ่งซ้ำเติมปัญหาเดิม?ทำไมเก้าอี้โรงภาพยนตร์ทั่วโลกต้องเป็น “สีแดง” ไม่ใช่ความเชื่อ ไม่ใช่ฮวงจุ้ย แต่คือวิทยาศาสตร์ล้วน ๆ"ฮบโง๋"อาหารชั้นเลิศหนึ่งปีกินได้ครั้งเดียว
ตั้งกระทู้ใหม่