บทบาทของ Growth Mindset ใน Future Workplace
Growth Mindset อาจเป็นเรื่องที่เราพูดกันจนช้ำแล้ว แต่เหตุผลที่หยิบยกมาพูดอีกครั้งก็เพราะเชื่อว่า ในปัจจุบันและอนาคต Growth Mindset จะยิ่งทวีความสำคัญในโลกการทำงานยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา
ลองดูอย่างเหตุการณ์การระบาดของโควิด - 19 ผมว่าในปีก่อนหน้านั้นคนทำงานก็คงจะรู้จัก Growth Mindset และนำไปปรับใช้กันอยู่แล้ว แต่พอเกิดการระบาดในปี 2020 ผู้คนต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่อย่างไม่เคยพบมาก่อน หลายคนตั้งหลักปรับตัวไม่ทัน คนจำนวนมากท้อแท้และเกิดอาการเบิร์นเอาต์ (จนคำว่า หมดไฟ หรือเบิร์นเอาต์ นี่กลายเป็นค้ายอดฮิตของปีเลย)
ผลสํารวจจาก The Well Being Project พบว่า ผ่านมาจนถึงปี 2022 ความสามารถในการล้มแล้วลุกเร็ว (Resilience) ที่เป็นผลผลิตของการมี Growth Mindset นั้นลดลงอย่างเห็นได้ชัดต่อจากโควิด - 19 เราก็พบเจอกับอีกหลายเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นสงครามรัสเซีย - ยูเครน สงครามในตะวันออกกลาง ปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาสิ่งแวดล้อมและพลังงาน ประกอบกับการรุดหน้าของเทคโนโลยี
AI เรียกได้ว่าโลกการทำงานผันผวนน่าดู เราได้ยินข่าวทุกวันว่าหุ่นยนต์จะมาแย่งงาน และงานในหลาย ๆ อุตสาหกรรมจะหายไปและในอนาคตอาจจะผันผวนยิ่งกว่านี้เสียอีก นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการเตรียมพร้อมรับมือถึงสำคัญ และสิ่งที่จะช่วยให้เราเตรียมพร้อมรับมือได้ดีนั้นก็คือการมี Growth Mindset ที่แข็งแกร่งนั่นเอง
ดังนั้นแม้จะพูดถึงเรื่องนี้ซ้ำ ๆ จนเบื่อแล้ว อย่ามองข้ามนะครับ เพราะนี่อาจเป็นกุญแจที่จะชี้ความสำเร็จของเราในอนาคตเลย เคยได้ยินไหมครับว่า “ยิ่งโลกของเราพัฒนาไปมากเท่าไร ปัญหาใหม่ ๆ ที่เกิดตามมาอาจซับซ้อนขึ้นเท่านั้น”และการแก้ปัญหาด้วยวิธีเดิมๆอาจไม่ได้ผลอีกต่อไป เราจึงต้องหาทางออกหรือสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้
แต่คำถามคือ เราจะผลักดันให้เกิดนวัตกรรมใหม่ได้อย่างไร สตีฟ จอบส์ ผู้ก่อตั้งและอดีตซีอีโอวิสัยทัศน์ไกลแห่งบริษัทแอปเปิลเคยกล่าวว่า“เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องเป็นเทคโนโลยีที่รวมกับทักษะเชิงปัญญา รวมกับความเป็นมนุษย์ ทั้งหมดนี้จะงอกเงยผลผลิตที่ทำให้หัวใจของเราร้องบรรเลง
พูดง่าย ๆ คือ เขาเชื่อว่าความรู้เฉพาะด้านเพียงอย่างเดียวไม่ได้ก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ แต่เป็นความสนใจหลาย ๆ ด้านประกอบกัน ตัวสตีฟ จอบส์ เองก็เป็นพยานหลักฐานที่ดีของความเชื่อนี้ เพราะเขาเป็นคนที่มีความสนใจหลากหลาย ตั้งแต่เทคโนโลยี ไปจนถึงการออกแบบตัวอักษร (Calligraphy) ซึ่งฟังดูอาจแตกต่างกันคนละขั้ว แต่เขากลับประยุกต์ความรู้เหล่านี้เข้าด้วยกันและสร้างสรรค์นวัตกรรมพลิกโลกอย่างผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของแอปเปิล
จอห์น แลสซีเตอร์ ผู้เป็น Chief Creative Officer แห่งค่ายแอนิเมชั่นชื่อดังอย่างพิกซาร์ก็เชื่อในแนวคิดนี้ เขาเคยกล่าวว่า เทคโนโลยีคือแรงบันดาลใจก่อให้เกิดศิลปะ และศิลปะก็สร้างความท้าทายให้เทคโนโลยีพัฒนายิ่งขึ้น เราจะเห็นว่าการมีความรู้หลายแขนงแบบ X-Shaped Skill จึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและเต็มไปด้วย ความท้าทายแปลกใหม่ แต่เราจะปลูกฝังให้คนมีความสนใจหลายๆด้านได้อย่างไร คำตอบก็คือ การมี Growth Mindset อีกนั่นแหละครับ
เราอาจคิดว่าความสนใจหรือความชื่นชอบของตัวเองนั้นมีติดตัวมาตั้งแต่เกิด เช่น เรารู้ตั้งแต่เด็กแล้วว่าชอบภาษา เลยเลือกเรียนภาษา แต่งานวิจัยของพอล เอ โอลีฟ, เกร็ก วอลตัน และแคโรล เดวิก ที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร Psychological Science พบว่า จริง ๆ แล้ว"ความสนใจ" ก็เป็นสิ่งที่พัฒนาได้การทดลองแบ่งนักศึกษาเป็นสองกลุ่ม
กลุ่มแรกมีแนวคิดแบบ Fixed Mindset of Interest หรือเชื่อว่าความสนใจมีอยู่ในตัวเราตั้งแต่เกิดเพียงแค่รอการค้นพบว่าจริง ๆ แล้วเราชอบอะไร กับอีกกลุ่มที่มีแนวคิดแบบ Growth Mindset of Interest หรือเชื่อว่าความสนใจนั้นสร้างได้หากเราทุ่มเทและให้เวลากับสิ่งนั้นมากพอ พวกเขาให้นักศึกษาอ่านบทความเชิงวิชาการสองเรื่อง แล้วให้คะแนนความสนใจ แน่นอนว่าผลที่ออกมาคือ กลุ่มคนที่มี Fixed Mindset ไม่สนใจเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับความชอบเดิมของตัวเอง ส่วนกลุ่มคนที่มี Growth Mindset แสดงความสนใจในเรื่องใหม่ที่นอกเหนือจากความสนใจเดิมๆ
ดังนั้นคำพูดที่ว่า “ตามหา Passion” อาจไม่ถูกนัก แต่เป็นการ“สร้าง Passion” ในตัวเราเสียมากกว่า ลองนำแนวคิด Growth Mindset ไปปรับใช้ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆที่นอกเหนือจากความสนใจเดิมของตัวเองก็ไม่เสียหายนะครับ เราอาจจะพบความชอบและความถนัดในเรื่องที่ไม่เคยคิดมาก่อน ความรู้หลายแขนงเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ให้เราดึงมาใช้แน่นอน เพราะไม่ว่าจะเป็นปัญหาเก่าหรือใหม่ ปัญหาในปัจจุบันหรืออนาคต ต่างก็ต้องการวิธีแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพทั้งนั้น
ไม่แน่ ความสนใจหลายด้านของเรารวมกันอาจนำไปสู่นวัตกรรมพลิกโลกก็เป็นได้ หากถามว่าเซอร์ไอแซก นิวตัน ค้นพบแรงโน้มถ่วงได้อย่างไร คำตอบแรกในหัวของทุกคนอาจเป็น “เพราะถูกลูกแอปเปิลตกใส่หัว”ความสำเร็จที่ถูกถ่ายทอดให้ดูง่ายดายเช่นนี้ทำให้หลายคนเชื่อว่าเพราะคนเหล่านี้เกิดมาอัจฉริยะไง จึงประสบความสำเร็จ” ทั้งๆที่จริงแล้วไม่ใช่เลย หนังสือพลิกโลกวิทยาศาสตร์อย่าง The Principia Mathematica ที่พูดถึงกฎแรงโน้มถ่วงของไอแซก นิวตัน เป็นผลงานที่ใช้เวลากว่ายี่สิบปีในการคิดค้นและตกผลึกออกมา (แถมยังใช้เวลาเขียนนานถึงสองปี)
ยังมีตัวอย่างอีกมากมายครับ ซินดี้ เชอร์แมน นักถ่ายภาพคนสำคัญแห่งศตวรรษที่ 20 เองก็สอบตกในวิชาการถ่ายภาพครั้งแรกหรือจะเป็นเจอรัลดีน เพจ นักแสดงชื่อดังที่เคยถูกแนะนำว่าให้เลิกทำตามความฝัน เพราะเธอช่างไร้พรสวรรค์ในการแสดง บุคคลเหล่านี้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วครับว่าตัวกำหนดความสำเร็จ ความสามารถที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิดไม่ได้เป็น แต่เป็นกรอบแนวคิดที่เชื่อว่าเราพัฒนาได้ต่างหากนักเขียนชื่อดังอย่างสตีเวน เพรสฟิลด์ เคยกล่าวว่า...
“การจะเป็นมืออาชีพได้นั้นขึ้นอยู่กับทัศนคติ เมื่อเราต้องเผชิญหน้ากับความกลัว การบั่นทอนตัวเอง การผัดวันประกันพรุ่ง และความสงสัยในตัวเอง มือสมัครเล่นจะหนี มือสมัครเล่นจะถอดใจ มือสมัครเล่นจะพ่ายแพ้ต่อความยากลำบาก แต่มืออาชีพจะไม่คิดแบบนั้น พวกเขาจะสู้พวกเขาจะทำงานหนัก พวกเขาจะไม่ถอยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม”
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
3 จังหวัด ที่เคยมีเมืองในตำนานจมใต้บาดาลมาก่อน
7 ขั้นตอนเซ็นสำเนาบัตรประชาชนให้ปลอดภัย
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
ทำไมรีโมททีวีต้องมีปุ่มสีแดง? ที่หลายๆคนไม่เคยกดเลย
ประเทศแรกที่ใช้แท็กซี่ไร้คนขับ
ต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
ทำไมการสอบข้าราชการท้องถิ่นถึงแข่งขันสูงขึ้นทุกปี
ถ้าเหมาล็อตเตอรี่ 1,000 ใบ โอกาสถูกรางวัลที่ 1 มีแค่ไหน?
ลูกเรือสายการบินไหนรายได้ดีที่สุด? เปิดอันดับ Top 5 ของโลก
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
บ้านอัจฉริยะในอนาคตจะเป็นแบบไหน?
3 จังหวัด ที่เคยมีเมืองในตำนานจมใต้บาดาลมาก่อน
เลขจากหางประทัด "บอล เชิญยิ้ม..วัดยางใหญ่ ตาพรานบุญ
7 ขั้นตอนเซ็นสำเนาบัตรประชาชนให้ปลอดภัย
ทำไมรีโมททีวีต้องมีปุ่มสีแดง? ที่หลายๆคนไม่เคยกดเลย
โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์เร็วแค่ไหน แล้วทำไมยานอวกาศยังเหมือน “ตามโลกทัน”
ภาพคือตำนาน ที่ไม่มีวันได้ร้บการเกิดใหม่อีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว ศิลปินแห่งครูเพลงกู่เจิงในต่างแดน
เครื่องบินรบเกิดขึ้นได้อย่างไร จากสงครามโลกครั้งที่ 1 ถึงยุคไร้คนขับ
ร่างของ "รองเท้าบู๊ตสีเขียว" อันโด่งดัง ซึ่งถูกฝังอยู่บนยอดเขาเอเวอเรสต์มาเกือบ 30 ปี กำลังจะกลับคืนสู่ถิ่นฐานเดิมแล้ว
ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์ ญี่ปุ่น มีระบบใหม่แล้ว! ตอนนี้ตั๋วขายแบบ "ตั๋วเครื่องบิน" – ยิ่งซื้อเร็ว ยิ่งถูกลง