ฮิโระชิมะ-นางาซากิ บาดแผลปรมาณู!
เขียนโดย เลือดกรุ๊ปบี
ย้อนอดีตระเบิดปรมาณู Little Boy จากสหรัฐอเมริกา…🇺🇸 สู่ ฮิโระชิมะ ประเทศญี่ปุ่น…🇯🇵 เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1945 หรือ พ.ศ. 2488 ช่วงสุดท้ายของสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นอาวุธสงครามที่รุนแรงที่สุดเท่าที่มนุษยชาติเคยรู้จัก
ระเบิดปรมาณู Little Boy ที่ฮิโระชิมะ เป็นหมายหมุดสำคัญในประวัติศาสตร์การสงครามเพราะเป็นครั้งแรกที่ผู้คนได้ประจักษ์ถึงพลานุภาพของอาวุธสงครามที่รุนแรงที่สุดเท่าที่มนุษยชาติเคยรู้จัก
เพียงชั่ววูบแสงสว่าง เมื่อเวลา 8.15 น. ควันสีขาวพวยพลุ่งเหนือพื้นที่เมืองฮิโระชิมะ มีผู้เสียชีวิตจากระเบิดปรมาณูครั้งนี้หลายแสนคน ทั้งที่หลอมละลายในทันที และที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากสารกัมตรังสี
หลังจากนั้นอีกไม่กี่วัน ระเบิดปรมาณูลูกที่ 2 ในชื่อ Fat Man ก็ถูกทิ้งลงเหนือพื้นที่เมืองนางาซะกิ สร้างความเสียหายรุนแรงไม่แพ้กัน ทำให้ญี่ปุ่นซึ่งตกอยู่ในสภาพบอบช้ำจากสงครามต้องประกาศความพ่ายแพ้ต่อฝ่ายสัมพันธมิตรโดยไม่มีเงื่อนไข
ความพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 คือตราบาปครั้งสำคัญของญี่ปุ่น จากประเทศที่ไม่เคยพ่ายแพ้ให้แก่ชนชาติอื่นใดมาตลอดประวัติศาสตร์นับพันปี แต่กลับกลายเป็นประเทศเดียวในโลกที่ถูกทำลายด้วยระเบิดปรมาณูถึง 2 ครั้งติดต่อกันภายในเวลาเพียง 1 สัปดาห์
ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นตั้งรับศึกใหญ่จากภายนอกอยู่ 2 ครั้ง แต่ในขณะที่กำลังจะพ่ายแพ้ พายุไต้ฝุ่นก็พัดโหมเข้าทำลายกองทัพเรือของข้าศึกทุกครั้งไป ญี่ปุ่นจึงรอดมาได้
ในยุคจักรวรรดินิยมญี่ปุ่น ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของใครเพราะญี่ปุ่นสถาปนาตนเองขึ้นเป็นจักรวรรดิ เป็นเจ้าอาณานิคมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกไกลเสียเอง
คนญี่ปุ่นเชื่ออย่างหนักแน่น ว่าตนเองคือชนชาติที่เทพเจ้าทรงคุ้มครอง เมื่อใดที่ญี่ปุ่นเพลี่ยงพล้ำในสงคราม สายลมแห่งเทพเจ้าจะพัดพาความชั่วร้ายออกไป นำมาซึ่งชัยชนะ และความสงบสุขกลับคือสู่ดินแดนอาทิตย์อุทัย
สายลมแห่งเทพเจ้าในภาษาญี่ปุ่น คือ คะมิคะเซะ ซึ่งก็เป็นที่มาของชื่อฝูงบินรบพลีชีพของญี่ปุ่นในช่วงท้ายสงครามโลกครั้งที่ 2 นั่นเอง
ก่อนสิ้นสุดสงคราม สมเด็จพระจักรพรรดิโชวะ ทรงบันทึกพระสุรเสียงคำประกาศยอมรับความพ่ายแพ้โดยไม่มีเงื่อนไข ซึ่งก็มีนายทหารผู้จงรักภักดีจำนวนหนึ่งพยายามทำลายแผ่นบันทึกเสียงนั้น เพื่อรักษาเกียรติยศของพระองค์เอาไว้
คำประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ฯ เป็นการเผยแพร่พระสุรเสียงของสมเด็จพระจักรพรรดิโชวะ แก่ราษฎรทั่วประเทศเป็นครั้งแรก ผู้คนยืนสงบนิ่ง ก้มศีรษะ หลบสายตาต่ำ หรือก้มกราบลงแทบพื้น รับฟังคำประกาศพร้อมกับสายน้ำตาที่หลั่งไหลลงอาบแก้ม
ในมุมมองของคนญี่ปุ่นสมัยนั้น สมเด็จพระจักรพรรดิไม่ใช่สมมติเทพ (God-like) แต่เป็นเทพเจ้าในร่างมนุษย์ ชนชาติญี่ปุ่นมีความสูงส่งกว่าชนชาติอื่น และถูกลิขิตมาให้ปกครองโลกใบนี้
หลายคนยังเชื่อว่านี่เป็นกลลวงของข้าศึก เพราะประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศของเทพเจ้า ไม่มีวันแพ้สงครามเสียด้วยซ้ำไป
อย่างไรก็ดีความบอบช้ำจากระเบิดปรมาณูกลายเป็นอนุสาวรีย์แห่งความพ่ายแพ้ และอัปยศอดสูอย่างเหลือล้น (outweighed stage of humiliation) ซึ่งญี่ปุ่นใช้เป็นเครื่องมือปกปิดความโหดร้ายของตนเองในสงครามโลกมาตลอดระยะเวลากว่า 70 ปี
ทุกวันนี้ หากนักท่องเที่ยวมีโอกาสเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์สันติภาพในญี่ปุ่น จะสัมผัสได้ถึงความโหดร้ายของระเบิดปรมาณู ความบอบช้ำของผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของฝ่ายสัมพันธมิตรในช่วงท้ายของสงคราม
แต่การกระทำอันโหดร้ายของญี่ปุ่นในช่วงต้นของสงครามก็เลือนหายไปในกลุ่มควันสีขาวเหนือเมืองฮิโระชิมะ และนางาซะกิ เช่นกัน...
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชม
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย
มีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?
10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทย
ภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้
นิสัยจากวันเกิด
เคยสงสัยมั้ย? จิ้งจกข้างฝา ทำไมบางตัวมีลายบางตัวไม่มี! รู้แล้วจะมองน้องไม่เหมือนเดิม
2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
ประวัติ “โซโล วรมัน” ลูกชาย แอ๊ด คาราบาว ก่อนรับยศ ว่าที่ พ.ต.ท.
อำเภอเดียวในไทยที่มี "ป้ายทะเบียนรถชื่ออำเภอ”
ประเทศที่มีความสุภาพที่สุดในโลก แล้วไทยอยู่อันดับที่เท่าไหร่?
นางสังขารคือใครในล้านนา
5 โรงเรียนในไทยที่ “นักเรียนแย่งเข้าเยอะที่สุด




