“น้ำแข็งบนดาวพุธ” ความย้อนแย้งกลางโลกที่ร้อนระอุที่สุดแห่งหนึ่งในระบบสุริยะ
เมื่อพูดถึง ดาวพุธ ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคงเป็นดาวเคราะห์หินสีเทาที่อยู่ชิดดวงอาทิตย์มากที่สุด ผิวดาวด้านที่รับแสงโดยตรงร้อนจัดจนมีอุณหภูมิสูงได้ราว 430 องศาเซลเซียส ร้อนเสียจนดูเหมือนว่า “น้ำแข็ง” ไม่น่าจะมีโอกาสอยู่รอดบนดาวดวงนี้ได้แม้แต่น้อย แต่ธรรมชาติของระบบสุริยะกลับซ่อนความประหลาดใจเอาไว้ เพราะบริเวณขั้วของดาวพุธมีสถานที่บางแห่งที่หนาวเย็นตลอดกาล และภายในความมืดเหล่านั้นมีหลักฐานชัดเจนว่า น้ำแข็งจากน้ำสามารถคงอยู่ได้จริง
ความลับไม่ได้อยู่ที่ดาวพุธมีฤดูหนาวเหมือนโลก หากแต่อยู่ที่ลักษณะการหมุนของมัน ดาวพุธมีแกนหมุนที่เอียงจากแนวตั้งฉากกับระนาบวงโคจรเพียงเล็กน้อยมาก จน NASA อธิบายได้ว่าแกนหมุนของมันแทบไม่มีความเอียงเลย ผลก็คือดวงอาทิตย์จะปรากฏอยู่ใกล้เส้นขอบฟ้าตลอดเวลาสำหรับพื้นที่ใกล้ขั้วดาว แสงจึงส่องเข้าหาหลุมอุกกาบาตในมุมต่ำมาก และหากหลุมนั้นลึกหรือมีขอบสูงพอ กำแพงของหลุมก็สามารถบังแสงไม่ให้ตกถึงพื้นด้านในได้ตลอดเวลา
บริเวณลักษณะนี้เรียกว่า Permanently Shadowed Regions หรือ “บริเวณเงาถาวร” ชื่อนี้แทบจะบอกคุณสมบัติทั้งหมดของมันอยู่แล้ว เพราะแม้เวลาจะผ่านไปเป็นวัน เป็นปี หรือเป็นล้านปี พื้นบางส่วนภายในหลุมก็ไม่เคยได้รับแสงอาทิตย์โดยตรงเลย ต่างจากพื้นที่ห่างออกมาเพียงไม่กี่กิโลเมตรที่อาจกำลังถูกแสงอาทิตย์เผาจนร้อนจัด ภายในก้นหลุมกลับสามารถรักษาอุณหภูมิที่ต่ำอย่างยิ่งจนกลายเป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า cold trap หรือกับดักความเย็น ซึ่งสามารถกักเก็บสารระเหยอย่างน้ำเอาไว้ในรูปของน้ำแข็งได้เป็นเวลายาวนานมหาศาล
เรื่องนี้ยิ่งน่าทึ่งขึ้นไปอีกเมื่อพิจารณาว่าดาวพุธแทบไม่มีบรรยากาศหนาพอที่จะกระจายความร้อนจากด้านกลางวันไปยังพื้นที่อื่นเหมือนโลก ดังนั้นคำว่า “ดาวพุธร้อน 430 องศา” จึงไม่ได้หมายความว่าทุกตารางเมตรของดาวมีอุณหภูมิเท่ากัน ตรงกันข้าม โลกใบเล็กดวงนี้มีความแตกต่างด้านอุณหภูมิอย่างรุนแรงมาก พื้นที่หนึ่งอาจร้อนเกินกว่าจะจินตนาการ แต่บริเวณที่หลบแสงอย่างสมบูรณ์กลับเย็นจัดพอที่จะรักษาน้ำแข็งไว้ได้
เรื่องราวของน้ำแข็งบนดาวพุธไม่ได้เริ่มจากยานอวกาศที่เดินทางไปถึงดาวดวงนั้นเสียด้วยซ้ำ เบาะแสแรก ๆ มาจากการสังเกตด้วย เรดาร์จากโลก นักดาราศาสตร์ยิงคลื่นวิทยุไปยังดาวพุธแล้วตรวจจับสัญญาณที่สะท้อนกลับมา ก่อนพบว่าบริเวณใกล้ขั้วดาวมีพื้นที่บางส่วนสะท้อนเรดาร์ได้สว่างและมีคุณสมบัติผิดไปจากพื้นผิวทั่วไป ลักษณะดังกล่าวคล้ายกับการสะท้อนที่เกิดจากน้ำแข็ง ก่อนที่ตำแหน่งของพื้นที่เหล่านี้จะถูกนำไปเปรียบเทียบกับภูมิประเทศของดาวพุธในเวลาต่อมา
ภาพที่นักวิทยาศาสตร์ได้พบยิ่งน่าตื่นเต้น เพราะบริเวณสะท้อนเรดาร์สว่างจำนวนมากตรงกับพื้นที่ภายในหลุมอุกกาบาตที่อยู่ในเงาถาวรอย่างพอดิบพอดี NASA รายงานว่าการเปรียบเทียบข้อมูลเรดาร์กับภาพจากยาน MESSENGER แสดงให้เห็นว่าบริเวณสะท้อนเรดาร์ขนาดใหญ่ที่ขั้วเหนือของดาวพุธล้วนอยู่ภายในพื้นที่ซึ่งคงอยู่ในเงามืด
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ MESSENGER ยานสำรวจของ NASA กลายเป็นยานลำแรกที่เข้าสู่วงโคจรรอบดาวพุธในปี 2011 หลังจากนั้นเครื่องมือหลายชนิดบนยานได้ช่วยตรวจสอบปริศนาเรื่องน้ำแข็งอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากกล้อง การวัดภูมิประเทศด้วยเลเซอร์ การตรวจวัดอุณหภูมิ และข้อมูลด้านนิวตรอน ผลลัพธ์จากหลักฐานหลายสายชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า สิ่งที่ซ่อนตัวอยู่ภายในเงามืดเหล่านั้นคือ น้ำแข็งจำนวนมากและสารระเหยชนิดอื่น ๆ
หนึ่งในสถานที่ที่มีชื่อเสียงคือ หลุมอุกกาบาต Prokofiev ใกล้ขั้วเหนือของดาวพุธ ซึ่งมีวัสดุสะท้อนเรดาร์อยู่ภายใน ยาน MESSENGER สามารถถ่ายภาพบริเวณด้านในของหลุมที่ปกติแทบมืดสนิทได้โดยอาศัยแสงอ่อน ๆ ที่กระเจิงมาจากภูมิประเทศโดยรอบ และช่วยเปิดเผยลักษณะพื้นผิวบริเวณที่เชื่อว่ามีน้ำแข็งสะสมอยู่ นักวิทยาศาสตร์ยังศึกษาอีกหลายหลุม เช่น Kandinsky ซึ่งพื้นด้านในอยู่ในเงาถาวรและมีสภาพแวดล้อมเย็นพอสำหรับน้ำแข็ง
แต่เรื่องยังไม่จบเพียงแค่น้ำแข็งสีขาว เพราะข้อมูลจาก MESSENGER พบว่าตะกอนน้ำแข็งบางแห่งไม่ได้เปิดเผยอยู่บนพื้นผิวโดยตรง หากมี ชั้นวัสดุสีเข้ม ปกคลุมอยู่ด้านบน นักวิทยาศาสตร์เสนอว่าวัสดุนี้อาจประกอบด้วยสารอินทรีย์หรือสารระเหยชนิดอื่นที่เดินทางมายังดาวพุธพร้อมกับวัตถุจากภายนอก และชั้นมืดดังกล่าวยังสามารถทำหน้าที่เป็นฉนวน ช่วยให้น้ำแข็งที่อยู่ด้านล่างคงสภาพอยู่ได้ในบริเวณที่อุณหภูมิอุ่นเกินไปสำหรับน้ำแข็งเปลือยบนผิวโดยตรง
ในบางพื้นที่ น้ำแข็งอาจอยู่แทบชิดพื้นผิว แต่ในตำแหน่งอื่นแบบจำลองทางความร้อนบ่งชี้ว่ามันสามารถอยู่ลึกลงไปใต้ชั้นวัสดุเพียง ไม่กี่สิบเซนติเมตร เท่านั้น สิ่งนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมดาวเคราะห์ซึ่งอยู่ห่างดวงอาทิตย์เฉลี่ยเพียงประมาณ 58 ล้านกิโลเมตรจึงยังสามารถรักษาแหล่งน้ำแข็งไว้ได้
แล้วน้ำเหล่านั้นมาจากไหน?
คำตอบยังไม่ได้ข้อสรุปเพียงทางเดียว แต่หนึ่งในสมมติฐานสำคัญคือ น้ำและสารระเหยถูกนำมายังดาวพุธโดย ดาวหางและดาวเคราะห์น้อยที่มีสารระเหยสูง ซึ่งพุ่งชนดาวตลอดประวัติศาสตร์ เมื่อโมเลกุลน้ำถูกปลดปล่อยออกมา บางส่วนอาจกระเด้งหรือเคลื่อนที่ไปตามผิวดาวจนบังเอิญเข้าสู่บริเวณเงาถาวร เมื่อเข้าไปถึงกับดักความเย็นเหล่านี้แล้ว อุณหภูมิที่ต่ำมากสามารถตรึงมันไว้เป็นน้ำแข็งได้เป็นเวลาหลายล้านถึงหลายพันล้านปี NASA ระบุว่าการชนของดาวหางและดาวเคราะห์น้อยที่อุดมด้วยสารระเหยเป็นแหล่งที่เป็นไปได้อย่างมากของน้ำแข็งซึ่งเราเห็นอยู่ในปัจจุบัน
สิ่งที่น่าสนใจคือปริมาณน้ำแข็งบนดาวพุธอาจไม่ได้เป็นเพียงฝ้าบาง ๆ NASA เคยรายงานจากการวิเคราะห์ข้อมูล MESSENGER ว่าแหล่งน้ำแข็งในหลุมบริเวณขั้วอาจหนาและมีปริมาณมากกว่าที่เคยประเมินในระยะแรกเสียอีก
ดังนั้นภาพของดาวพุธในวันนี้จึงแตกต่างจากภาพง่าย ๆ ว่าเป็นเพียง “ดาวเคราะห์ที่ร้อนที่สุดเพราะอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์” อยู่มาก ที่จริงแล้วดาวศุกร์ต่างหากที่มีอุณหภูมิพื้นผิวเฉลี่ยสูงที่สุด เพราะบรรยากาศหนาแน่นกักเก็บความร้อนอย่างรุนแรง ส่วนดาวพุธซึ่งแทบไม่มีบรรยากาศกลับมีโลกสองด้านที่แตกต่างกันสุดขั้ว—ตั้งแต่พื้นผิวกลางวันที่ร้อนหลายร้อยองศา ไปจนถึงเงามืดใกล้ขั้วที่เย็นจัดตลอดกาล
และนี่คือเสน่ห์ของเรื่องราว “น้ำแข็งบนดาวพุธ” เพราะระยะห่างจากดวงอาทิตย์เพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นผู้กำหนดชะตากรรมของน้ำแข็งทั้งหมด สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ มุมของแสง ภูมิประเทศ การเอียงของแกนหมุน และตำแหน่งที่แสงอาทิตย์ไม่สามารถเดินทางไปถึง
บนพื้นที่หนึ่งของดาวพุธ แสงจากดวงอาทิตย์อาจกำลังเผาพื้นหินจนร้อนกว่า 400°C ขณะที่อีกด้านหนึ่งของขอบหลุมอุกกาบาต ความมืดซึ่งไม่เคยเห็นดวงอาทิตย์กลับสามารถรักษาน้ำแข็งโบราณเอาไว้ได้นานนับยุคสมัย
จึงอาจกล่าวได้ว่า ดาวพุธไม่ใช่เพียง โลกแห่งไฟ และไม่ใช่เพียง โลกแห่งน้ำแข็ง แต่เป็นสถานที่ที่ทั้งสองสิ่งสามารถดำรงอยู่ห่างกันเพียงระยะทางไม่มากนักบนดาวเคราะห์ดวงเดียวกัน
และบางทีความย้อนแย้งนี้เองที่ทำให้ดาวเคราะห์ซึ่งอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด กลับกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ที่น่าพิศวงที่สุดในระบบสุริยะของเรา.
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
สิ่งมีชีวิตที่อยู่รอดในสภาพแวดล้อมสุดขั้ว
ประเทศอันดับ 1 ของโลก ที่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากไทยมากที่สุด
รหัสเลขเด่น "ล๊อตเตอรี่ชี้โขค" 16 สิงหาคม 2569
จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน
แนวทางเลขเด็ด "คำชะโนดมหาอุฒจ์" งวด 16 สิงหาคม 69..เลขเด่น 3 มาแรงสุดๆ ตอนนี้!
รัฐบาลเตรียมทยอยยุบ 11 สายงานข้าราชการ เมื่อเจ้าของตำแหน่งพ้นจากราชการ
เรื่องแปลกในมหาสมุทรที่นักวิทยาศาสตร์ยังศึกษาอยู่
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
จาก “ป.7” สู่ “ม.1” ร่องรอยระบบการศึกษาไทยที่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยรู้
แบตเตอรี่ AA / AAA จริง ๆ หมายถึงอะไร รหัสที่เราเห็นกันทุกวัน
วิธีสังเกตุ ลางสาด & ลองกอง ผลไม้คู่แฝดที่หลายคนแยกไม่ออก
การแทรกแซงร่วมระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นล้มเหลว! ค่าเงินเยนลดลงอีกครั้ง
โลกใต้พื้นดินมีอะไรที่มนุษย์แทบไม่เคยเห็น
แนวทางเลขเด็ด "คำชะโนดมหาอุฒจ์" งวด 16 สิงหาคม 69..เลขเด่น 3 มาแรงสุดๆ ตอนนี้!
วิธีสังเกตุ ลางสาด & ลองกอง ผลไม้คู่แฝดที่หลายคนแยกไม่ออก
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
ทำไมขอบเหรียญบางเหรียญถึงมีรอยหยัก แต่บางเหรียญกลับเรียบ?




