หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

จาก “ป.7” สู่ “ม.1” ร่องรอยระบบการศึกษาไทยที่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยรู้

เขียนโดย dukedick

จาก “ป.7” สู่ “ม.1” ร่องรอยระบบการศึกษาไทยที่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยรู้

หากลองถามคนรุ่นปู่ย่าตายายว่า “สมัยก่อนเรียนจบชั้นอะไร” เราอาจได้ยินคำตอบที่ฟังดูแปลกสำหรับเด็กยุคนี้ว่า “จบ ป.7” เพราะในปัจจุบันชั้นประถมศึกษาของไทยสิ้นสุดที่ ป.6 แล้วต่อด้วย ม.1 จนทำให้หลายคนสงสัยว่า ป.7 ที่เคยมีอยู่ในอดีตนั้นหายไปไหน และเหตุใดระบบการศึกษาของไทยจึงเปลี่ยนมาเป็นแบบที่เราใช้กันทุกวันนี้

ย้อนกลับไปในช่วงที่ประเทศไทยใช้ แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2503 โครงสร้างการศึกษาของประเทศแตกต่างจากปัจจุบันอยู่พอสมควร โดยแผนดังกล่าวขยายการศึกษาระดับประถมออกไปถึง 7 ปี และชั้นประถมศึกษาแบ่งออกเป็นช่วงต้นและช่วงปลาย กล่าวอย่างง่ายก็คือ เด็กนักเรียนในยุคนั้นไม่ได้เรียนประถมเพียง ป.1 ถึง ป.6 เหมือนในปัจจุบัน แต่ยังมีชั้น ประถมศึกษาปีที่ 7 หรือ “ป.7” เป็นชั้นสุดท้ายของระดับประถมศึกษาอีกด้วย

ดังนั้นภาพของเด็กนักเรียนในชุดเครื่องแบบเรียบง่าย นั่งอยู่บนโต๊ะไม้หน้ากระดานดำ พร้อมหนังสือเรียนที่พิมพ์ด้วยตัวอักษรแบบเก่า ซึ่งเราเห็นตามภาพถ่ายโรงเรียนไทยเมื่อหลายสิบปีก่อน จึงเป็นภาพของยุคที่คำว่า “ป.7” เป็นเรื่องธรรมดามาก เด็กที่เรียนผ่าน ป.6 ยังต้องก้าวขึ้นไปเรียนอีกหนึ่งชั้นก่อนจะเข้าสู่ระดับมัธยมศึกษา หนังสือเรียนและแบบเรียนเก่าหลายเล่มที่ยังหลงเหลืออยู่ในปัจจุบันจึงเป็นเสมือนหลักฐานชิ้นเล็ก ๆ ที่ช่วยให้เราเห็นบรรยากาศของระบบการศึกษาในวันวาน

ในบริบทของสังคมไทยเวลานั้น การได้เรียนหนังสือจนถึงระดับสูงถือเป็นโอกาสที่มีคุณค่าอย่างมาก โดยเฉพาะในชนบทที่การเข้าถึงโรงเรียนระดับสูงกว่าอาจไม่สะดวกเหมือนปัจจุบัน แผนการศึกษา พ.ศ. 2503 มีเป้าหมายขยายการศึกษาภาคบังคับให้ครอบคลุมมากขึ้น และในเวลาต่อมายังมีพระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ. 2505 เข้ามาสนับสนุนการขยายโอกาสทางการศึกษาไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศด้วย

ด้วยเหตุนี้ สำหรับคนจำนวนไม่น้อยในยุคนั้น การเรียนจบ ป.7 จึงถือว่าได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานในระดับที่มีความหมายมาก โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับคนรุ่นก่อนหน้าที่บางพื้นที่อาจมีโอกาสเรียนเพียงไม่กี่ปี การมีวุฒิการศึกษาสูงขึ้นย่อมเพิ่มโอกาสในการสมัครงาน เรียนต่อ หรือเข้าสู่อาชีพบางประเภท แม้ว่าเงื่อนไขการรับเข้าทำงานจริงจะแตกต่างกันไปตามหน่วยงานและแต่ละช่วงเวลา

ถ้าจะเปรียบเทียบให้คนยุคปัจจุบันเห็นภาพง่ายที่สุด ป.7 ก็คือ ปีการศึกษาที่อยู่ถัดจาก ป.6 ดังนั้นในแง่ “จำนวนปีที่เด็กเรียนมาแล้ว” นักเรียน ป.7 ในระบบเดิมจึงอยู่ในปีที่เจ็ดของการศึกษาระดับโรงเรียน เช่นเดียวกับเด็กที่กำลังเรียน ม.1 ในระบบ 6-3-3 ปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเข้าใจว่า ป.7 กับ ม.1 มีหลักสูตรหรือวุฒิที่เหมือนกันทุกประการ เพราะทั้งสองชั้นอยู่ภายใต้โครงสร้างและหลักสูตรการศึกษาคนละยุคกัน

ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 2510 เมื่อประเทศไทยปรับแนวคิดด้านการศึกษาใหม่ให้สัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม จนนำไปสู่การประกาศใช้ แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2520 ซึ่งจัดระบบประถมและมัธยมใหม่เป็นรูปแบบ 6 : 3 : 3 กล่าวคือ ประถมศึกษา 6 ปี มัธยมศึกษาตอนต้น 3 ปี และมัธยมศึกษาตอนปลาย 3 ปี

นั่นหมายความว่า จากเดิมที่เด็กเรียน ป.1–ป.7 โครงสร้างใหม่ลดระดับประถมเหลือ ป.1–ป.6 แล้วเริ่มระดับมัธยมศึกษาตอนต้นตั้งแต่ ม.1–ม.3 จากนั้นจึงต่อด้วยมัธยมศึกษาตอนปลาย ม.4–ม.6 โครงสร้างนี้กลายเป็นต้นแบบของระบบที่คนไทยคุ้นเคยกันมาจนถึงปัจจุบัน และหลักสูตรประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่ประกาศใช้ใน พ.ศ. 2521 ก็เป็นส่วนสำคัญในการนำโครงสร้างใหม่นี้ไปใช้จริงในโรงเรียน โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานยังเก็บข้อมูลหลักสูตร พ.ศ. 2521 และฉบับปรับปรุงในเวลาต่อมาไว้ในคลังหลักสูตรเก่าอีกด้วย

จุดหนึ่งที่มักทำให้เกิดความสับสนคือ หลายคนจดจำว่า “ป.7 ถูกยกเลิกในปี 2521” ซึ่งก็มีที่มาจากการเริ่มใช้หลักสูตรใหม่ในช่วงนั้น แต่หากกล่าวถึงตัว แผนการศึกษาแห่งชาติ โดยตรง ปีที่ถูกต้องคือ พ.ศ. 2520 ไม่ใช่ พ.ศ. 2521 เพราะมีพระบรมราชโองการให้ใช้แผนการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2520 อย่างเป็นทางการ ส่วน พ.ศ. 2521 เป็นปีของหลักสูตรประถมศึกษาและมัธยมศึกษาชุดใหม่ที่ตามมาเพื่อรองรับโครงสร้างดังกล่าว

การเปลี่ยนครั้งนั้นไม่ได้มีเพียง “ป.7” ที่หายไปเท่านั้น แต่เป็นการจัดระเบียบโครงสร้างระดับการศึกษาครั้งใหญ่ เพื่อให้เส้นทางตั้งแต่ประถมศึกษาไปจนถึงมัธยมศึกษามีความต่อเนื่องและชัดเจนขึ้น จึงเกิดภาพระบบ ป.1–ป.6 / ม.1–ม.3 / ม.4–ม.6 ที่เราเห็นบนใบสมัครเรียน สมุดพก และหน้าโรงเรียนทั่วประเทศในเวลาต่อมา

น่าสนใจว่า สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเรื่องธรรมดาอย่างคำว่า “นักเรียน ป.7” วันนี้กลับกลายเป็นคำที่สามารถบอกช่วงวัยของคนได้คร่าว ๆ เมื่อผู้ใหญ่คนหนึ่งเล่าว่าเคยเรียน ป.7 ก็เหมือนกับเปิดหน้าต่างเล็ก ๆ ให้เราเห็นประเทศไทยในอีกยุคหนึ่ง ยุคที่ห้องเรียนยังเต็มไปด้วยโต๊ะไม้ กระดานดำ ชอล์ก หนังสือเรียนเล่มบาง และระบบชั้นเรียนที่ต่างออกไปจากสิ่งที่เด็กไทยรู้จักในวันนี้

ดังนั้น “ป.7” จึงไม่ได้หายไปเพราะมีการตัดชั้นเรียนหนึ่งปีออกอย่างง่าย ๆ หากแต่ ปีการศึกษานั้นถูกจัดวางใหม่ภายใต้โครงสร้างการศึกษาแบบ 6-3-3 เด็กที่จบ ป.6 จึงเปลี่ยนจากการขึ้น ป.7 มาเป็นการก้าวเข้าสู่ ม.1 แทน และนี่เองคือเหตุผลที่ในความทรงจำของคนไทยรุ่นหนึ่งยังคงมีคำว่า “ป.7” อยู่ ขณะที่เด็กอีกหลายรุ่นหลังจากนั้นอาจไม่เคยเห็นชั้นเรียนชื่อนี้เลย

บางครั้งเพียงชื่อชั้นเรียนหนึ่งชื่อ ก็สามารถเล่าเรื่องการเปลี่ยนแปลงของประเทศตลอดหลายสิบปีได้อย่างน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 148 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: rage555, paktronghie
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ถอดรหัสความสำเร็จ Café Amazon อาณาจักรนกแก้วเขียว เชนกาแฟที่มีสาขามากที่สุดในไทยส่องแนวทางเลข "แม่น้ำหนึ่ง" วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569เลขเกือบถูกทำให้เราซื้อหวยหนักขึ้นจริงไหม: บทเรียนจากงวด 16 ต.ค. ที่ผมพลาดไปหลักเดียวเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.0 ริกเตอร์ในทิเบตช่วงดึก ทำให้มีผู้เสียชีวิต 16 คน และบ้านเรือนพังทลายกว่า 300 หลัง จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ลึกเพียง 10 กิโลเมตรไขปริศนาไม้บรรทัด ทำไมเลข 0 ไม่ชิดขอบ เผยเหตุผลที่หลายคนไม่เคยรู้AI Microsoft ทดลองวินิจฉัยโรคทีละขั้น แม่นยำกว่าแพทย์ในบางโจทย์ ทำได้ 83.2%เลขสนั่นเมือง งวด 1 พ.ย. 69 เปิดเลขวิ่งบน–ล่าง เจาะชุด 2 ตัวบน–ล่าง พร้อมเลข 3 ตัวประชานิยม งวด 1 พ.ย. 69 เปิดคู่เด่น 3–6 เจาะชุด 2 ตัว 3 ตัว พร้อมแนวทางรัฐบาลคู่ 0–9 ครบทุกกลุ่มรวมแนวทางเลขสัตว์นำโชค (เสือตกถังพลังเงินดี ม้าวิ่ง ม้าสีหมอก และนกตาทิพย์) วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่ง108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงคำชะโนด รำรวย มั่งมี ทวีเจริญ งวด 1 พ.ย. 69 เปิดเลขเด่น เจาะชุด 2 ตัว–3 ตัวจากใบแนวทาง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อาหารที่คนไทยอาจรู้สึกเฉยๆ แต่เป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติเลขเกือบถูกทำให้เราซื้อหวยหนักขึ้นจริงไหม: บทเรียนจากงวด 16 ต.ค. ที่ผมพลาดไปหลักเดียวเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.0 ริกเตอร์ในทิเบตช่วงดึก ทำให้มีผู้เสียชีวิต 16 คน และบ้านเรือนพังทลายกว่า 300 หลัง จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ลึกเพียง 10 กิโลเมตรประชานิยม งวด 1 พ.ย. 69 เปิดคู่เด่น 3–6 เจาะชุด 2 ตัว 3 ตัว พร้อมแนวทางรัฐบาลคู่ 0–9 ครบทุกกลุ่มถอดรหัสความสำเร็จ Café Amazon อาณาจักรนกแก้วเขียว เชนกาแฟที่มีสาขามากที่สุดในไทยAI Microsoft ทดลองวินิจฉัยโรคทีละขั้น แม่นยำกว่าแพทย์ในบางโจทย์ ทำได้ 83.2%
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ใต้ผืนป่ามีเครือข่ายเชื้อราเชื่อมรากต้นไม้เข้าด้วยกัน แต่คำว่า "ต้นไม้คุยกัน" ยังเกินหลักฐานไปขั้นหนึ่งหมึกยักษ์มีหัวใจ 3 ดวง เลือดสีน้ำเงิน และหัวใจดวงหลักหยุดเต้นทุกครั้งที่ว่ายน้ำเปิด 5 "ประเทศน้องใหม่"บนแผนที่โลก ประเทศไหนเกิดใหม่ล่าสุด?ไข่เสียดูยังไง? เช็ก 3 จุดก่อนกิน ระวังเสี่ยงอาหารเป็นพิษ!
ตั้งกระทู้ใหม่