หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมแม่สอนการบ้านลูกไม่ได้ผล? 5 เหตุผลที่คุณต้องรู้

โพสท์โดย poomkum

5 เหตุผลสำคัญ ที่ทำไมบางบ้านถึงเลือก “คนกลาง” มาสอนลูก แล้วเวิร์กกว่าที่แม่สอนเอง

ใครเคยลองสอนการบ้านลูกเอง คงพอรู้รสขมปนหวานนี้ดี… ตั้งใจจะช่วย แต่กลับจบลงด้วยการถอนหายใจ หรือบางบ้านถึงขั้นเสียงดังใส่กัน พอเป็นแบบนี้ หลายครอบครัวเลยเลือกทางออกคือ “หาคนกลาง” ไม่ว่าจะเป็นครูพิเศษ ญาติ หรือพี่เลี้ยง มาช่วยสอนแทน

แล้วทำไมทางเลือกนี้ถึงได้ผลกว่าแม่สอนเอง? มาลองดู 5 เหตุผลหลัก ๆ ที่น่าสนใจกัน

1. อารมณ์ไม่ปะทะตรง ๆ

แม่กับลูกผูกพันกันด้วยความรัก แต่ความรักนี่แหละที่ทำให้ความคาดหวังสูง และเมื่อคาดหวังมาก ความผิดหวังก็แรงกว่า พอแม่สอนแล้วลูกไม่เข้าใจง่าย ๆ ก็เกิดความตึงเครียด คนกลางกลับได้เปรียบตรงนี้ เพราะไม่มีสายใยทางอารมณ์หนัก ๆ มาค้ำ ทำให้การสอนเป็นแค่การสอน ไม่บวกดราม่าเพิ่ม

2. บทบาทไม่ซ้อนทับ

ในบ้าน แม่คือคนดูแล คอยกำกับเรื่องกิน นอน กฎระเบียบต่าง ๆ แต่เมื่อสวมบทครูเพิ่มเข้าไป ลูกเลยสับสนว่า “นี่แม่กำลังสอน หรือกำลังบังคับ?” คนกลางจึงทำหน้าที่ได้ง่ายกว่า เพราะเขามีแค่บทบาทเดียว—คือผู้สอน ลูกเลยรับได้ตรง ๆ

3. ภาษาและเทคนิคต่างกัน

แม่ส่วนใหญ่สอนลูกด้วยภาษาแบบตรงไปตรงมา หรือบางทีเร็วเกินไป ในขณะที่ครูพิเศษหรือพี่เลี้ยง มักใช้เทคนิคการอธิบายที่แตกต่างออกไป เช่น เปรียบเทียบกับสิ่งรอบตัว ใช้เกม ใช้ภาพ ช่วยให้เด็กเข้าใจมากขึ้นโดยไม่รู้สึกถูกบังคับ

4. เด็กอยากยืนยันตัวตน

ตามธรรมชาติ เด็กโตขึ้นอยากแสดงว่า “ฉันคิดเองได้” การเรียนกับแม่เลยกลายเป็นเหมือนการตอกย้ำว่า “ยังต้องพึ่งแม่” ซึ่งบางครั้งขัดกับความต้องการภายในของเด็ก แต่เมื่อเป็นครูพิเศษหรือคนกลาง เด็กจะไม่รู้สึกว่าตัวเองถูกลดทอนอิสระเท่าไหร่ กลับยอมเปิดใจรับมากกว่า

5. ระยะห่างช่วยผ่อนแรงกดดัน

ระหว่างแม่กับลูกมีระยะใกล้ชิดเกินไป จนกลายเป็นแรงกดดันโดยไม่ตั้งใจ แต่คนกลางมีระยะห่างพอดี ไม่ต้องอยู่ร่วมกันตลอดเวลา ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายมากขึ้น เด็กกล้าถาม กล้าลองผิดมากกว่า เพราะไม่กลัวโดนดุแบบที่กลัวแม่

ไม่ใช่ว่าแม่สอนไม่ได้ แต่เพราะบทบาท ความคาดหวัง และอารมณ์ที่พันกันแน่น จึงทำให้การเรียนรู้กลายเป็นสนามอารมณ์มากกว่าห้องเรียน หลายบ้านเลยหาคนกลางมาช่วย เพื่อแยกหน้าที่ออกให้ชัด ลูกก็เรียนรู้ได้ดีขึ้น แม่ก็ไม่ต้องเหนื่อยใจกับการบ้านจนเสียบรรยากาศในบ้าน

บางที “การให้ใครอีกคนมาช่วยสอน” อาจไม่ใช่การผลักภาระ แต่เป็นการรักษาความสัมพันธ์แม่ลูกให้สวยงามกว่าที่คิดก็ได้

เนื้อหาโดย: poomkum
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
poomkum's profile


โพสท์โดย: poomkum
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุดจังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่ถูกยุบเลิก (ในทางประวัติศาสตร์)แมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวนอำเภอพิเศษของประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นพร้อมกัน5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด10 ไม้ประดับราคาแพงที่สุดในประเทศไทยสื่อตปท.พูดถึงผลเลือกตั้งไทยอย่างไร?เลขเด็ด "ทักษามหารานี" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..ส่องเลย เลขไหนมาแรง!เปิดแนวทางตัวเลข "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569อาวุธลับใต้กีบม้า เมื่อ "รองเท้าหิมะม้า" (Horse Snowshoes) คือ เทคโนโลยีอันชาญฉลาดของนักรบไวกิ้ง"งูจงอาง" โผล่หน้ารถใช้เวลา 4 ชั่วโมง กว่าจะจับได้ คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิดความลับ Culture Shock: ทำไมฝรั่งถึง (ยัง) ไม่ใช้ "สายฉีดชำระ" เหมือนบ้านเรา?วัดที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมาที่สุดในประเทศไทยสื่อตปท.พูดถึงผลเลือกตั้งไทยอย่างไร?เชื่อหรือไม่ นี่คือเห็ดที่มีราคาแพงที่สุดในโลก เห็ดทรัฟเฟิลบทเรียนราคาแพง "งูเห่าเลือกตั้ง 69" เมื่อการย้ายค่ายไม่ใช่คำตอบของชัยชนะ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ชุมชนชาวจีนที่ใหญ่ที่สุดของโลกที่อยู่ในประเทศไทยวัดที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมาที่สุดในประเทศไทยเชื่อหรือไม่ นี่คือเห็ดที่มีราคาแพงที่สุดในโลก เห็ดทรัฟเฟิลอื้อหือ สวยแบบแปลกตาดีจังกับเจดีย์กระเบื้องเคลือบแห่งนานกิง
ตั้งกระทู้ใหม่