ก่อนตั้งราคาขายสินค้า ควรรู้ต้นทุนอะไรบ้าง?
เวลาจะขายของสักอย่าง หลายคนจะเข้าใจว่า “ซื้อมาราคาเท่านี้ แล้วบวกกำไรตามที่ตั้งใจก็พอ” ฟังดูง่าย แต่ตรงนี้เองที่ทำให้ร้านค้าหลายร้านเจอปัญหาที่ไม่รู้ว่าขายของแล้วได้กำไรเท่าไรกันแน่
ลองนึกภาพว่าซื้อเสื้อมาราคา 100 บาท แล้วตั้งใจขาย 150 บาท ดูเหมือนมีกำไร 50 บาท แต่ก่อนที่เสื้อจะไปถึงมือลูกค้า อาจมีค่าใช้จ่ายอื่นตามมาอีกหลายอย่าง
อย่างแรกคือ ต้นทุนสินค้า อันนี้ตรงไปตรงมาที่สุด ซื้อมาเท่าไรก็ต้องนับตามนั้น ถ้าผลิตเองก็ต้องคิดวัตถุดิบที่ใช้ทำสินค้าหนึ่งชิ้น
ต่อมาคือ ค่าขนส่ง ถ้ามีค่าขนส่งจากผู้ผลิตหรือร้านขายส่งมายังร้าน ก็ควรนำมาพิจารณาเป็นต้นทุนด้วย โดยเฉพาะสินค้าที่มีค่าขนส่งสูง เพราะถ้าซื้อของราคาถูกแต่ต้องเสียค่าขนส่งจำนวนมาก ต้นทุนจริงก็ไม่ได้ถูกอย่างที่เห็นตอนแรก
จากนั้นคือ ค่าบรรจุภัณฑ์ กล่อง ซอง เทปกาว กระดาษกันกระแทก สติ๊กเกอร์ หรือวัสดุอื่น ๆ ที่ต้องใช้ในการเตรียมสินค้าให้พร้อมส่ง แม้แต่ละชิ้นจะราคาไม่มาก แต่ถ้าขายหลายร้อยชิ้นต่อเดือน ตัวเลขรวมก็เริ่มชัดขึ้น
ถ้าขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ก็ต้องดู ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ด้วย เพราะเงินที่ลูกค้าจ่ายเข้ามาอาจไม่ได้เข้าร้านเต็มจำนวน แพลตฟอร์มแต่ละแห่งมีโครงสร้างค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขต่างกัน จึงควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันของช่องทางที่ใช้ขายก่อนคำนวณราคา
ถ้ามีหน้าร้าน ก็ยังมี ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ซึ่งเป็นต้นทุนของธุรกิจเช่นกัน แม้จะไม่ได้เกิดขึ้นกับสินค้าทีละชิ้นโดยตรง
ส่วน ค่าแรง ก็ต้องคิดให้เหมาะสม โดยเฉพาะคนที่มีลูกจ้าง แต่แม้เป็นเจ้าของร้านที่ทำทุกอย่างเอง ตั้งแต่รับสินค้า แพ็กของ ตอบลูกค้า ไปจนถึงส่งสินค้า ก็ควรตระหนักว่าเวลาของตัวเองมีต้นทุน เพียงแต่จะนำมาคำนวณในราคาขายแบบไหนขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกิจ
พอรวบรวมค่าใช้จ่ายเหล่านี้แล้ว จึงค่อยถามต่อว่า ต้องการกำไรเท่าไร
ตรงนี้มีเรื่องหนึ่งที่ควรระวัง คือคำว่า “บวกกำไร 30%” กับ “ต้องการกำไร 30% ของราคาขาย” ไม่ได้ให้ตัวเลขเดียวกันเสมอไป
เช่น สินค้ามีต้นทุนรวม 100 บาท ถ้าบวกเพิ่ม 30% จากต้นทุน ราคาขายจะเป็น 130 บาท แต่กำไร 30 บาทนั้น คิดเป็นประมาณ 23.1% ของราคาขาย ไม่ใช่ 30%
เพราะฉะนั้นก่อนตั้งราคา อย่าดูแค่ราคาของคู่แข่งแล้วพยายามตั้งให้ถูกกว่า การรู้ต้นทุนของตัวเองก่อนจะช่วยให้รู้ว่า ราคาต่ำสุดที่ขายแล้วธุรกิจยังอยู่ได้ประมาณไหน
และยังช่วยตอบคำถามสำคัญอีกข้อด้วยว่า ถ้าลดราคาให้ลูกค้า 10% หรือจัดโปรโมชั่น 1 แถม 1 แล้ว ร้านยังเหลือกำไรอยู่หรือเปล่า
สุดท้ายการตั้งราคาขายไม่ได้มีสูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกสินค้า แต่มีหลักง่าย ๆ คือ รู้ต้นทุนให้ครบก่อน แล้วค่อยกำหนดกำไรที่ต้องการ
เพราะราคาขายที่ดูเหมือนมีกำไร อาจเหลือน้อยกว่าที่คิดเมื่อหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว
ขายของจึงไม่ได้ดูแค่ว่า “ซื้อมาเท่าไร ขายเท่าไร”
แต่ต้องดูให้ครบว่า “กว่าจะขายได้หนึ่งชิ้น ต้องจ่ายอะไรไปบ้าง”
ตรงนี้แหละที่จะทำให้เห็นกำไรจริงของธุรกิจได้ชัดขึ้น
เขียนโดย thoughtloop
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?
ย้อนรอยใต้ผืนทรายอียิปต์ จากทะเลทรายแห้งแล้งสู่อดีตมหาสมุทรที่เคยเป็นถิ่นอาศัยของฉลามโบราณ
ให้โชคมาแล้ว 8 งวด คนแห่ขอเลข “กุมารจิตติ” รอบนี้ให้เลขเดียวกันทุกคน แก้บนถึงขั้นจ้างรถแห่มาถวาย
ทำไมถึงเรียก “ป่าช้า” ทั้งที่คนตายไม่ได้เดินช้า? เปิดที่มาคำโบราณที่คนไทยคุ้นเคย แต่หลายคนไม่เคยรู้ความหมาย
เรือรบอเมริกาบุกพัทยา! จับตาเลข 72 ก่อนหวย 1 ก.ย. 69 เลขนี้ไม่ได้มาเล่นๆ
ทำไม 'มด' ไม่ขึ้นชั้นวางร้านขายของชำ?
5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AI
5 เทคนิค ที่ร้านบุฟเฟต์ไม่เคยบอกคุณ ทำไมกินนิดเดียวก็อิ่ม?
ทำความรู้จัก “มะปลิง” หรือ “ตะลิงปลิง” ผลไม้พื้นบ้านรสเปรี้ยวที่กินได้ทั้งผล
ล้างหาดต้อนรับทหารเรือสหรัฐฯ 5,000 นาย หลังจากนี้ต้นมะพร้าวพัทยาจะกลับมาอีกไหม?
บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6
เบื้องหลังนามสกุล “เชิญยิ้ม” 40 ปีแห่งมิตรภาพ วิกฤตการสูญเสีย และเส้นทางสร้างตำนาน
ช่างซ่อมแอร์ 1 วัน ได้ค่าจ้างเท่าไร?
ทำไม 'มด' ไม่ขึ้นชั้นวางร้านขายของชำ?
เรือรบอเมริกาบุกพัทยา! จับตาเลข 72 ก่อนหวย 1 ก.ย. 69 เลขนี้ไม่ได้มาเล่นๆ
ย้อนรอยใต้ผืนทรายอียิปต์ จากทะเลทรายแห้งแล้งสู่อดีตมหาสมุทรที่เคยเป็นถิ่นอาศัยของฉลามโบราณ
ทำความรู้จัก “มะปลิง” หรือ “ตะลิงปลิง” ผลไม้พื้นบ้านรสเปรี้ยวที่กินได้ทั้งผล
10 รถ EV ที่คนไทยกำลังแห่ซื้อ รุ่น ไหนมาแรงที่สุด?



