แม่ผลักลูกลงจากรถไฟ เรื่องจริงสุดสะเทือนใจจากสงครามโลก ที่เปลี่ยนชีวิตเด็กชายตลอดกาล
รูปจาก เรื่องสยองขวัญกับคดีฆาตกรรม
วันนี้ผมมีเรื่องหนึ่งที่จะพาไปทั้งตื่นเต้น ลุ้นระทึก และซึ้งกินใจจนขนลุก มันเป็นเหตุการณ์จริงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เรื่องของเด็กชายวัยเพียง 11 ปี ที่รอดชีวิตจากขบวนรถไฟมรณะได้เพราะ “แม่” ทำสิ่งที่โคตรกล้าหาญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์มนุษย์
รถไฟสู่ความตาย
ปี 1943 ช่วงที่กองทัพนาซีกำลังเหิมเกริม ไซมอน โกรนอฟสกี้ เด็กชายชาวยิววัย 11 ขวบ จากบรัสเซลส์ ถูกจับกุมพร้อมแม่และคนยิวอีกกว่า 1,600 คน ยัดขึ้นรถไฟที่ปลายทางคือ “ค่ายเอาช์วิทซ์” ซึ่งทุกคนรู้ดีว่ามันหมายถึง “ความตาย”
ระหว่างที่รถไฟกำลังแล่นไป แม่ของไซมอนยัดเงิน 100 ฟรังก์ใส่มือ แล้วกอดลูกแน่น ก่อนจะผลักเขาออกจากประตูรถไฟที่เปิดแง้มไว้ในจังหวะเสี่ยงตายที่สุดในชีวิต
ลองนึกภาพสิครับ ถ้าคุณเป็นเด็ก 11 ขวบ ไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง แล้วแม่จู่ ๆ ก็ผลักลงมาจากรถไฟที่กำลังวิ่ง — นั่นไม่ใช่การหักหลัง แต่มันคือ “โอกาสรอดเดียว” ที่แม่ยอมแลกด้วยชีวิต
ปฏิบัติการหยุดรถไฟของวีรบุรุษ 3 คน
ในคืนวันที่ 19 เมษายน 1943 ขบวนรถไฟขบวนเดียวกันนี้ ถูกโจมตีโดยชายชาวเบลเยียมเพียง 3 คน พวกเขามีแค่ปืนพกหนึ่งกระบอก และหัวใจที่ใหญ่กว่าทวีปยุโรป
พวกเขาส่งสัญญาณไฟฉุกเฉินปลอมให้รถไฟหยุด แล้วงัดตู้โดยสารด้วยเครื่องตัดเหล็ก ปลดล็อกประตูให้ผู้โดยสารหนีออกมา หลายคนกระโดดลงขณะที่รถเริ่มเคลื่อนออกไปแล้ว มันทั้งโกลาหล ทั้งเสี่ยงสุด ๆ
จากนักโทษกว่า 1,600 คน มีคนหนีออกมาได้ 231 คน บางคนโชคร้ายถูกจับกลับ แต่ในบรรดาผู้รอดนั้น เด็กชายไซมอนคือ “ผู้ที่อายุน้อยที่สุด”
จุดจบของแม่ และจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่
ไซมอนรอดมาได้เพราะแม่ผลักลงจากรถไฟ แต่แม่เองถูกพาไปเอาช์วิทซ์ และเข้าห้องรมแก๊สในทันทีที่ถึงค่าย
ผมอ่านถึงตรงนี้แล้วบอกตรง ๆ น้ำตาซึม แม่รู้ดีว่าตัวเองไม่มีวันรอด แต่เลือกให้ลูกมีโอกาสเดินต่อ แม้จะไม่ได้เห็นอนาคตนั้นด้วยตาตัวเอง
หลังจากนั้น ไซมอนได้รับความช่วยเหลือจากครอบครัวชาวเบลเยียมหลายครอบครัว ช่วยกันซ่อนตัวจนสงครามสิ้นสุด เขาเติบโตขึ้นมากลายเป็นทั้งทนายความและนักเปียโนแจ๊สที่มีชื่อเสียง
ปัจจุบัน (ปี 2025) เขายังมีชีวิตอยู่ อายุ 94 ปี และยังเล่าเรื่องราวนี้ให้คนรุ่นหลังฟัง เพื่อให้จำไว้ว่า ความรักและความกล้าหาญของคนคนหนึ่ง สามารถเปลี่ยนชะตากรรมของอีกคนได้จริง ๆ
ฝากทิ้งท้าย
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ประวัติศาสตร์ของสงคราม แต่มันคือ “บทเรียนของความเป็นคน”
มันทำให้ผมเชื่อว่า บางครั้งการตัดสินใจที่เจ็บปวดที่สุด อาจเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เราทำเพื่อคนที่เรารัก
ทุกครั้งที่มีคนถามว่า “ฮีโร่หน้าตาเป็นยังไง” ผมจะนึกถึงภาพแม่ที่กอดลูกแน่นบนรถไฟ แล้วผลักเขาออกไปสู่ความรอด แม้ตัวเองต้องเดินเข้าสู่ความตาย เพื่อน ๆ ลองคิดดูนะครับ ว่าถ้าเป็นเราในสถานการณ์นั้น เราจะกล้าทำแบบนั้นได้ไหม
อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่กำลังขาดแคลนและเป็นที่ต้องการมากที่สุด
อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเอง
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/69
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
เมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชา
ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 17/1/69
เปิดความเชื่อมโยง 2 บิ๊กโปรเจกต์รัฐ: อุบัติเหตุซ้ำซากภายใต้ผู้รับเหมาเจ้าเดิม
มัดรวมเลขเด่น 3 เจ้าแม่ดัง! เจ๊นุ๊ก-เจ๊ฟองเบียร์-แม่น้ำหนึ่ง ลุ้นโชคงวด 17 ม.ค. 69
ข่าวดีท่ามกลางวิกฤต! ลูกชายพบตัวคุณแม่แล้ว หลังโพสต์ตามหาวุ่น เหตุย้ายจากตู้แรกไปตู้ที่ 2 ก่อนเครนถล่ม
กองทัพเขมรโชว์ "หน่วยรบหนุมาน" เน้นใช้ศอกเข่าแทนการใช้อาวุธ
ข่าวดีท่ามกลางวิกฤต! ลูกชายพบตัวคุณแม่แล้ว หลังโพสต์ตามหาวุ่น เหตุย้ายจากตู้แรกไปตู้ที่ 2 ก่อนเครนถล่ม
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง



