หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

นี่คือภาพถ่ายสุดท้ายของ “เสือโคร่งกัมพูชา” ในปี 2007 หรือปี พ.ศ. 2550 หลังจากนั้นก็ไม่พบเสือโคร่งในกัมพูชาอีกเลยตลอดกาล

เนื้อหาโดย dukedick

        ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2550 ภาพถ่ายเสือโคร่งตัวหนึ่งในกัมพูชาได้กลายเป็น “ภาพสุดท้าย” ของสัตว์ผู้ยิ่งใหญ่ที่เคยครองผืนป่าแถบนั้นมาเนิ่นนาน เพราะหลังจากนั้น โลกไม่เคยพบเสือโคร่งในกัมพูชาอีกเลย จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2559 หรืออีก 9 ปีต่อมา องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า เสือโคร่งในกัมพูชาได้สูญพันธุ์ไปอย่างถาวร นั่นหมายถึงการสิ้นสุดของสายพันธุ์เสือโคร่งในธรรมชาติของประเทศนั้นอย่างไม่มีวันหวนกลับ

        ในขณะที่บางประเทศเฝ้ามองการล่มสลายของเสือโคร่ง ประเทศไทยกลับเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งของโลกที่สามารถรักษา และ “ฟื้นฟู” ประชากรของสัตว์นักล่าตัวนี้ได้อย่างน่าประทับใจ ในวันเสือโคร่งโลกซึ่งตรงกับวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีรายงานคาดการณ์ว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยมีเสือโคร่งอยู่ในธรรมชาติประมาณ 200–250 ตัว ซึ่งมากที่สุดในผืนป่ามรดกโลกทางตะวันตก เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร และในฝั่งตะวันออกอย่างอุทยานแห่งชาติปางสีดาและทับลาน

        ข้อมูลจากการใช้กล้องดักถ่ายศึกษาประชากรเสือโคร่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 ถึง พ.ศ. 2565 พบว่าช่วงเริ่มต้นนั้น มีเสือโคร่งเพียง 130–160 ตัวในธรรมชาติ แต่ในระยะเวลาเพียง 10 ปี ประเทศไทยสามารถเพิ่มจำนวนเสือโคร่งในป่าได้เกือบ 100 ตัว ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ตั้งแต่การอนุรักษ์อย่างเข้มข้น การจัดการพื้นที่ป่าอย่างยั่งยืน ไปจนถึงการทำงานอย่างไม่ย่อท้อของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าในพื้นที่ต่าง ๆ

        สิ่งสำคัญคือ เสือโคร่งเป็นสัตว์นักล่าตัวบนสุดของห่วงโซ่อาหาร การที่มันอยู่รอดและเพิ่มจำนวนได้ แสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศโดยรวมยังคงอุดมสมบูรณ์ มีสัตว์อื่น ๆ ให้ล่าอย่างเพียงพอ และบ่งชี้ถึงความหลากหลายทางชีวภาพของผืนป่าที่เพิ่มมากขึ้นควบคู่กัน

        แต่แม้ว่าจะยังคงมีรายงานการลักลอบล่าสัตว์หรือบุกรุกพื้นที่ป่าอยู่บ้าง แต่ในหลายกรณี ผู้กระทำผิดก็ถูกจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่งผลให้ อัตราการล่าสัตว์ในประเทศไทยลดลงจากอดีตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มมอดไม้ที่เริ่มลดบทบาทลงไป อย่างไรก็ตาม ปัญหาการบุกรุกป่าสงวนและการเคลมที่ดินใกล้ผืนป่ายังคงเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

        เมื่อมองไปยังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถานการณ์ของเสือโคร่งกลับน่าวิตกยิ่งขึ้น ทั้งใน กัมพูชา ลาว และเวียดนาม เสือโคร่งได้สูญพันธุ์จากธรรมชาติอย่างถาวร ตามการประกาศของ WWF ส่วนเมียนมาร์ไม่มีการสำรวจประชากรอย่างเป็นระบบ แต่รายงานภาคสนามสะท้อนว่าจำนวนเสือโคร่งลดลงมาก ด้วยเหตุจากการบุกรุกพื้นที่ป่าและการแข่งขันแย่งอาหารกับมนุษย์

        ในขณะที่มาเลเซีย ซึ่งเคยมีเสือโคร่งมลายูมากถึง 3,000 ตัวในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง ราว 250–340 ตัว เท่านั้น ซึ่งสะท้อนถึงการลดลงอย่างน่าตกใจ

        เรื่องราวของเสือโคร่งจึงไม่ใช่แค่เรื่องของสัตว์ป่าชนิดหนึ่งที่กำลังจะหายไปเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในระบบนิเวศที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ประเทศไทยยังมีโอกาสที่จะรักษาเสือโคร่งไว้ได้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เสียงคำรามของพยัคฆ์ยังคงดังก้องในผืนป่าไปอีกนานแสนนาน.

 

***************************************************

ภาพของเสือโคร่งมาเลเซีย 

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile


โพสท์โดย: dukedick
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกจังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่นโซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!ผู้ใช้งานกว่า 90% ไม่ทราบว่าร่องเล็กๆบนเขียงไม้ มีไว้เพื่ออะไร?รู้จัก QF-16 เครื่องบินรบผีสิงไร้นักบิน ดัดแปลงจาก F-16นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย4 ส่วนที่สกปรกที่สุดของหมู ที่คุณไม่ควรซื้อและรับประทานจาก "ขยะทะเล" สู่ "ราชาบนโต๊ะอาหาร": เมื่อล็อบสเตอร์เคยเป็นบทลงโทษสำหรับนักโทษในคุกขุมทรัพย์เรร์เอิร์ทแห่งอาเซียน: สมรภูมิแร่หายากที่โลกกำลังรุมตอมข้าวผัดอเมริกัน: เมนูชื่ออินเตอร์แต่สัญชาติไทยแท้ กับที่มาสุดสร้างสรรค์ในยุคสงครามเรื่องจริงที่ชวนสับสน: เมื่อ "ไฟแช็ก" คือพี่ใหญ่ที่เกิดก่อน "ไม้ขีดไฟ" ถึง 3 ปีสรรพคุณสุดทึ่ง: เมื่อ "ซอสมะเขือเทศ" เคยถูกวางขายในฐานะยาสารพัดนึก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
"เม่นทะเลหมวกกันน็อค" สัตว์ทะเลที่มีลักษณะโดดเด่นและหาพบได้ยากในประเทศไทย"ตะกร้าเกสร" (Pollen Basket) ที่ขาหลังของผึ้ง ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ช่วยให้ผึ้งสามารถขนเสบียงกลับรังได้อย่างมีประสิทธิภาพ“ปลากัดลายธงชาติไทย” ผลงานศิลปะที่มีชีวิตแห่งสายน้ำ หนึ่งในลวดลายของปลากัดที่สวยที่สุดในโลก"กบอินเดียนบูลฟร็อก" ตัวผู้จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสดใสในช่วงฤดูผสมพันธุ์เพื่อดึงดูดคู่
ตั้งกระทู้ใหม่