หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ไขความลับ “หมองูเป่าปี่” เหตุใดงูเห่าจึงแผ่แม่เบี้ยและโยกตัวตามเสียงเพลง

เขียนโดย dukedick

ไขความลับ “หมองูเป่าปี่” เหตุใดงูเห่าจึงแผ่แม่เบี้ยและโยกตัวตามเสียงเพลง

ภาพของหมองูนั่งเป่าปี่อยู่หน้าเข่ง ขณะที่งูเห่าค่อย ๆ ชูส่วนหัวขึ้น แผ่แม่เบี้ย และโยกตัวไปมาตามจังหวะ เป็นภาพการแสดงที่ผู้คนทั่วโลกคุ้นเคยกันมานาน จนหลายคนอาจเชื่อว่างูกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับเสียงดนตรี หรือถูกท่วงทำนองลึกลับของหมองูสะกดให้ลุกขึ้นมาร่ายรำ

แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้โรแมนติกหรือมหัศจรรย์อย่างที่เราเห็นในการแสดง เพราะงูไม่ได้เต้นตามเสียงเพลง และเสียงปี่ก็ไม่ใช่เครื่องมือวิเศษที่สามารถสะกดจิตงูได้แต่อย่างใด

งูไม่มีใบหูและช่องหูภายนอกเหมือนมนุษย์หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั่วไป แต่ภายในศีรษะของมันยังมีกระดูกหูที่สามารถรับรู้การสั่นสะเทือนได้ งูจึงรับรู้แรงสั่นสะเทือนที่เดินทางผ่านพื้นดินได้ดี และสามารถตรวจจับเสียงในอากาศบางช่วงความถี่ได้ด้วย เพียงแต่ไม่ได้ยินเสียงอย่างชัดเจนในแบบเดียวกับมนุษย์ ดังนั้น เสียงดนตรีที่ดังออกมาจากปี่จึงไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้งูชูคอหรือโยกตัวไปมา

สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของงูจริง ๆ คือการเคลื่อนไหวของตัวหมองูและปี่ที่ถูกแกว่งไปมาอยู่ตรงหน้า งูเห่ามองว่าวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหวนั้นอาจเป็นภัยคุกคาม จึงชูส่วนหน้าของลำตัวขึ้น แผ่แม่เบี้ย และจับจ้องวัตถุนั้นอย่างระมัดระวัง เมื่อหมองูขยับปี่ไปทางซ้าย งูก็หันตามไปทางซ้าย และเมื่อปี่เคลื่อนไปทางขวา งูก็ขยับตาม การเคลื่อนไหวเช่นนี้จึงทำให้ผู้ชมรู้สึกราวกับว่างูกำลังโยกตัวเข้ากับจังหวะของเสียงเพลง

แท้จริงแล้ว ท่าทางแผ่แม่เบี้ยไม่ใช่ท่าร่ายรำ แต่เป็นพฤติกรรมป้องกันตัวของงูเห่า เมื่อมันรู้สึกตกใจ ถูกคุกคาม หรือพบว่าสิ่งแปลกปลอมเข้ามาใกล้เกินไป มันจะยกส่วนหน้าของลำตัวขึ้น กางซี่โครงบริเวณลำคอจนเกิดเป็นแผ่นแม่เบี้ยขนาดใหญ่ เพื่อทำให้ตัวเองดูน่าเกรงขามและเตือนศัตรูว่าอย่าเข้ามาใกล้อีก

ระหว่างการแสดง หมองูมักนั่งอยู่นอกระยะที่งูสามารถพุ่งเข้าฉกได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งอาศัยประสบการณ์ในการอ่านท่าทางของงูอย่างละเอียด เขาจะสังเกตตำแหน่งของหัว ทิศทางการมอง และจังหวะการเคลื่อนไหวของสัตว์อยู่ตลอดเวลา สิ่งที่ดูเหมือนการควบคุมงูด้วยเสียงดนตรีจึงเป็นผลจากการรู้พฤติกรรมของงู การรักษาระยะห่าง และการเคลื่อนปี่เพื่อล่อให้สายตาของมันติดตามมากกว่า

อย่างไรก็ตาม การแสดงหมองูในแต่ละพื้นที่อาจมีวิธีปฏิบัติต่องูแตกต่างกันออกไป ในอดีตมีรายงานว่าหมองูบางรายใช้วิธีที่รุนแรงหรือทำให้งูบาดเจ็บ เช่น การถอนเขี้ยว การเย็บปาก การทำลายต่อมพิษ หรือการเลี้ยงดูในสภาพที่ไม่เหมาะสม วิธีเหล่านี้ทำให้งูอ่อนแอ ติดเชื้อ และอาจตายลงในเวลาไม่นาน แต่ก็ไม่ควรเหมารวมว่าหมองูทุกคนใช้วิธีเดียวกันทั้งหมด เพราะอาชีพหมองูมีความหลากหลายตามพื้นที่ ชุมชน และยุคสมัย

สำหรับประเทศอินเดีย ภาพของหมองูกับงูเห่าถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมพื้นบ้านที่สืบทอดกันมายาวนาน บางชุมชนไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแสดงงูเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังมีความรู้เกี่ยวกับการจับงู การรักษางูกัดด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิม ตลอดจนการนำงูออกจากบ้านเรือนของประชาชน อย่างไรก็ตาม เมื่อความรู้ด้านสวัสดิภาพสัตว์และการอนุรักษ์ธรรมชาติได้รับความสำคัญมากขึ้น การจับสัตว์ป่ามาใช้ในการแสดงจึงถูกตั้งคำถามอย่างจริงจัง และหลายพื้นที่ได้ออกกฎหมายควบคุมหรือห้ามการครอบครองงูป่าเพื่อการแสดง

เรื่องราวของหมองูจึงเป็นภาพสะท้อนที่ซับซ้อนระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิม ความเชื่อ การประกอบอาชีพ และการเปลี่ยนแปลงของสังคมสมัยใหม่ สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นศิลปะการแสดงอันน่าตื่นตาตื่นใจ วันนี้กลับทำให้ผู้ชมจำนวนไม่น้อยเริ่มตั้งคำถามถึงความทุกข์ของสัตว์ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง

เมื่อรู้ความจริงแล้ว เราจึงอาจมองภาพงูเห่าที่กำลังโยกตัวหน้าปี่ต่างออกไป มันไม่ได้กำลังเพลิดเพลินกับเสียงเพลง ไม่ได้ถูกสะกดจิต และไม่ได้ลุกขึ้นมาเต้นรำเพื่อสร้างความบันเทิงให้มนุษย์ แต่กำลังจับจ้องสิ่งที่คิดว่าเป็นภัย พร้อมแสดงท่าทางป้องกันตัวตามสัญชาตญาณ

เสียงปี่อาจทำให้การแสดงดูมีมนตร์ขลัง แต่เบื้องหลังภาพนั้นคือสัตว์ตัวหนึ่งที่กำลังตื่นตัว หวาดระแวง และพยายามเอาตัวรอดจากสิ่งที่มันไม่เข้าใจนั่นเอง

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 24 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ความลับใต้รอยสัก ที่แท้คือร่องรอยของเม็ดเลือดขาวนับล้านใต้ผิวหนังเบื้องหลังรอยฉีกเป็นแฉกของฟอยล์แผงยา ทำไมบางนิดเดียวแต่กลับปิดผนึกได้แน่นมากยางรถหมดอายุ ดูจากตรงไหนโดยไม่ต้องถามคนขาย5 ประเทศ ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดฝันเห็นผู้เฒ่ามอบสร้อยทองให้ ก่อนงวด 16 ส.ค. 69 — ตีนิมิตผสมเลขศาสตร์และการขอพรเผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569รู้ไหมว่ากล่องนม UHT บางๆ ซ่อนเกราะป้องกันถึง 6 ชั้นจนเก็บได้นานหลายเดือน10 อันดับเลเด็ด หวยงวด 16 สิงหาคม 2569: รวมเลดังแม่จำเนียร เลมงคลวันแม่ และแนวทางเศรษฐีใหม่แบบจัดเต็มเผยสถิติการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล ย้อนหลัง 10 ปี งวดวันที่ 16 สิงหาคม 69Wi-Fi ฟรีที่ร้านกาแฟ อาจไม่ใช่ของร้านก็ได้ เรื่องที่หลายคนไม่เคยรู้แนวทางเลขมงคล "อาจารย์ฟ้าใหม่ ใจบุญ" 16/8/696 ห้างดังในความทรงจำเด็กยุค 90 กรุงเทพฯ–ปริมณฑล
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เบื้องหลังรอยฉีกเป็นแฉกของฟอยล์แผงยา ทำไมบางนิดเดียวแต่กลับปิดผนึกได้แน่นมากความลับใต้รอยสัก ที่แท้คือร่องรอยของเม็ดเลือดขาวนับล้านใต้ผิวหนังทำไม "ขวดซอสมะเขือเทศ" ถึงต้องคว่ำฝาไว้?
“แมงมุมแม่ม่าย” นักล่าร่างจิ๋วกับพิษร้ายที่ซ่อนอยู่ใต้ท้อง“ไครนอยด์” ดอกไม้มีชีวิตแห่งท้องทะเล สิ่งมีชีวิตโบราณที่อยู่บนโลกมานานเกือบ 500 ล้านปี4 สิงหาคม “วันเสือลายเมฆสากล” ชวนรู้จักนักล่าลายก้อนเมฆผู้ลึกลับแห่งพงไพรข่าวดีจากผืนป่าเมืองจันท์ เมื่อ “กระทิง” ตัวใหญ่ปรากฏกาย ณ อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ
ตั้งกระทู้ใหม่