ตำนานกระท่อมไม้ซุงยักษ์ที่พอร์ตแลนด์ ใหญ่เท่ามหาวิหาร ก่อนมอดไหม้ในคืนเดียว
วันนี้ผมขอพาไปย้อนเวลากลับไปดู “อภิมหากระท่อมไม้ซุง” ที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งใน กระท่อมไม้ซุงที่ใหญ่ที่สุดในโลก กันครับ
อย่าเพิ่งเบ้ปากว่า "แค่กระท่อมเองเหรอพี่?"
บอกก่อนเลยว่า ถ้าคุณคิดว่ากระท่อมต้องเล็ก ๆ น่ารัก มีควันไฟลอยฟุ้งจากปล่องบนหลังคา…
อันนี้คือ “หลุดจักรวาลกระท่อม” ไปเลยครับ!
เพราะที่พอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา เคยมีอาคารหลังนึงที่คนที่นั่นเรียกกันว่า
“The Forestry Building” หรือที่อีกชื่อว่า “The Cathedral of Wood”
ฟังชื่อก็รู้แล้วว่ามันไม่ใช่กระท่อมธรรมดาแน่ ๆ!
ย้อนกลับไปปี 1905 รัฐโอเรกอนกำลังจะจัดงานใหญ่งานหนึ่งครับ ชื่อว่า งานนิทรรศการลูอิสและคลาร์ก
เป็นงานระดับโลก ที่จัดเพื่อโชว์ศักยภาพของภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ ทั้งทรัพยากร สินค้า ความเจริญ และแน่นอน... “ป่าไม้”
เพราะรัฐโอเรกอนนี่ขึ้นชื่อเรื่องป่าไม้สุด ๆ มีทั้งไม้ดักลาสเฟอร์ ไม้ซีดาร์ ไม้เรดวูด คือใหญ่โตจนตัดมาสร้างอะไรได้มหาศาล
รัฐบาลเลยมีไอเดียว่า งั้นมาสร้าง “อาคารไม้ซุงยักษ์” เพื่อโชว์ความยิ่งใหญ่ของป่าบ้านเราเลยแล้วกัน!
และมันก็เริ่มขึ้นครับ...
พวกเขาสร้างอาคารนี้จาก “ไม้ซุงดักลาสเฟอร์” ซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็งขึ้นชื่อของอเมริกา
บางท่อนมีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 6 ฟุต! (เกือบ 2 เมตร!)
ความยาวก็ไม่ธรรมดา บางท่อนยาวถึง 54 ฟุต หรือประมาณ 16 เมตรเลยครับ
พูดง่าย ๆ คือถ้าท่อนเดียววางพาดพื้น จะยาวเกินบ้านคนทั่วไปทั้งหลังแน่นอน!
ตัวอาคารออกแบบให้เหมือน “มหาวิหาร” มีเสาต้นยักษ์เรียงราย ซุ้มไม้โค้งแบบยุโรป
เพดานสูงอลังการ แสงลอดเข้ามาเป็นลำ ๆ ราวกับหลุดเข้าไปในโบสถ์ยุคกลาง
แต่อย่าลืมว่านี่คือ “ไม้ซุงล้วน ๆ” ไม่มีปูน ไม่มีเหล็ก ไม่มีแก้ว ไม่มีอะไรมาปนเลย
คนที่เดินเข้าไปครั้งแรกจะพูดว่า
“โว้ยยย! นี่มันโบสถ์ไม้ของเทพป่าเทพเขาชัด ๆ!”
ภายในอาคารถูกใช้เป็นศูนย์จัดแสดงเกี่ยวกับอุตสาหกรรมป่าไม้ของโอเรกอนครับ
มีทั้งไม้ตัดใหม่ ๆ วางโชว์เป็นแผง โต๊ะ เก้าอี้ เฟอร์นิเจอร์ทำมือ ต้นไม้หายากจากทั่วภูมิภาค
รวมถึงมีการโชว์เครื่องมือช่างโบราณต่าง ๆ แบบว่าถ้าเดินเข้าไปก็จะเหมือนย้อนยุคกลับไปเป็นคนตัดไม้ในยุค 1800 เลย
ผมบอกเลยว่าตอนนั้นใครได้มาเดินดูคือ “ตาโตปากค้าง” กันหมดครับ
ทั้งความใหญ่ ความอลังการ และกลิ่นไม้สด ๆ ที่ลอยอบอวลไปทั่วทั้งอาคาร
บางคนถึงกับเปรียบว่า “นี่คือวิหารแห่งไม้ ที่เทพเจ้าแห่งป่าสร้างขึ้น”
แต่เสน่ห์ของอาคารนี้ไม่ได้อยู่แค่ภายในนะครับ...
เพราะ ด้านหน้าอาคาร ก็สวยไม่แพ้กัน!
มันถูกสร้างให้กลมกลืนกับป่าธรรมชาติโดยรอบ
ซุงแต่ละท่อนวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ เหมือนกับต้นไม้ที่ยังมีชีวิต
เหมือนมันไม่ได้ถูกสร้างขึ้น... แต่ “งอกออกมาจากผืนป่า” เองเลยต่างหาก!
พูดง่าย ๆ คือถ้าใครขับรถผ่านไปแถวนั้นในยุคนั้น จะต้องชะลอรถ หันมอง และร้อง “โอ้โห!” แน่นอนครับ
แต่...เรื่องดี ๆ มันก็อยู่ได้ไม่นานนักครับพี่น้อง...
ในวันที่ 17 สิงหาคม ปี 1964...
เกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นเลย
ไฟไหม้ครั้งใหญ่ ได้ลุกลามและเผาอาคารนี้ทั้งหลังในเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมง!
ใช่ครับ... ทุกอย่างกลายเป็นเถ้าถ่าน
จากอาคารไม้ซุงยักษ์ที่ยิ่งใหญ่ โด่งดัง เป็นหน้าเป็นตาของเมืองพอร์ตแลนด์
กลับกลายเป็นเพียงเศษซากไม้ดำ ๆ ที่ไหม้เกรียม เหลือแต่โครงเหล็กของป้ายชื่อ และกลิ่นควันลอยคละคลุ้งไปทั้งเมือง
คนที่เคยได้เข้าไป เห็นภาพภายใน เคยสัมผัสบรรยากาศแบบโบสถ์ไม้ป่าลึก ถึงกับน้ำตาไหล
บางคนบอกว่า มันเหมือน “สูญเสียเพื่อนรักคนหนึ่ง” ไปต่อหน้าต่อตา
และที่เจ็บปวดยิ่งกว่าก็คือ...
ไม่มีใครสามารถสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้อีกเลย
เพราะไม้ซุงขนาดนั้น...ไม่มีอีกแล้ว
ไม้ดักลาสเฟอร์ที่ยาวขนาด 50 ฟุต กว้าง 6 ฟุต ตอนนี้หาไม่ได้อีกต่อไป
รวมถึงค่าก่อสร้างก็จะแพงมหาศาล และไม่มีทางได้บรรยากาศเดิม ๆ กลับมา
นั่นแหละครับ...มันเลยกลายเป็น “ตำนาน”
ตำนานของอาคารไม้ซุงยักษ์
ตำนานของยุคทองของป่าไม้ในโอเรกอน
ตำนานของความเชื่อ ความภาคภูมิใจ และความผูกพันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
ทุกวันนี้คนที่ไปเที่ยวพอร์ตแลนด์ ก็ยังสามารถเห็นร่องรอยของอาคารนี้ได้จากภาพถ่ายขาวดำ
และมีป้ายเล็ก ๆ บอกเล่าเรื่องราวของมันในฐานะ “อนุสรณ์สถานทางสถาปัตยกรรมไม้ซุง”
บางคนก็บอกว่า เวลาเดินผ่านจุดที่เคยเป็นอาคารนี้ จะได้กลิ่นไม้ลอยมาเบา ๆ เหมือนกับว่า
“วิญญาณของอาคารนั้น...ยังอยู่ที่นั่น”
จบแล้วครับพี่น้อง
นี่แหละเรื่องราวของ “Cathedral of Wood” หรือ “อาคารไม้ซุงแห่งพอร์ตแลนด์”
ตำนานแห่งไม้ซุงที่เคยยิ่งใหญ่และสวยงามจนโลกต้องจดจำ
ก่อนจะหายวับไปในเปลวไฟ เหลือไว้แต่ภาพความทรงจำที่ไม่เคยจาง
ใครชอบเรื่องแนวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม หรือสถาปัตยกรรมแบบนี้
ฝากกดหัวใจในใจ หรือคอมเมนต์แลกเปลี่ยนกันได้นะครับ
แล้วเจอกันใหม่กระทู้หน้าครับสวัสดีครับ
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
ยกเลิกข้อความไม่ได้ไม่ใช่เครื่องพัง แต่เพราะ “หมดเวลา” ไขข้อสงสัย LINE ปี 2569 ที่คนใช้ไลน์ทุกคนควรรู้
5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลว
นักวิทย์ค้นพบแหล่งน้ำที่เก่าแก่ที่สุดบนโลก อดใจไม่ไหวจึงลองดื่มดู
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?
ย้อนรอย 6 อารยธรรมโบราณที่ล่มสลายอย่างลึกลับ ทิ้งไว้เพียงปริศนาให้โลกค้นหา
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
มหากาพย์ "ทวีปมู" อาณาจักรแม่ที่สาบสูญกับความลับใต้ผืนน้ำแปซิฟิก
อำเภอไหนในอีสาน ที่พูดภาษากลางชัดเป๊ะที่สุด?
บทพิสูจน์นักรบแห่งอเมซอน พิธีกรรมมดกระสุน ความเจ็บปวดที่โลกต้องจารึก
เปิดภาพ “เยาวเรศ นิสากร” นางเอกจักรๆ วงศ์ๆ รุ่นบุกเบิก เยือนบ้าน “ไพรัช สังวริบุตร”
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก



