หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

“มอนเต คาลี” ภูเขาเกลือยักษ์แห่งเยอรมนี เมื่อกากจากเหมืองเติบโตจนกลายเป็นภูเขาสีขาว

เขียนโดย dukedick

“มอนเต คาลี” ภูเขาเกลือยักษ์แห่งเยอรมนี เมื่อกากจากเหมืองเติบโตจนกลายเป็นภูเขาสีขาว

หากพูดถึงคำว่า “ภูเขา” คนส่วนใหญ่มักนึกถึงผืนหินขนาดมหึมาที่ธรรมชาติค่อยๆ สร้างขึ้นจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก การกัดเซาะ และกระบวนการทางธรณีวิทยาที่ยาวนานนับล้านปี แต่ในเมือง ฮือริงเงิน หรือ Heringen รัฐเฮ็สเซิน ทางตอนกลางของประเทศเยอรมนี กลับมีภูเขาสีขาวขนาดมหึมาลูกหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่เหนือทุ่งนาและผืนป่า ทั้งที่มันไม่ได้เกิดจากธรรมชาติแม้แต่น้อย

ภูเขาลูกนี้มีชื่อเล่นว่า “Monte Kali” หรือ มอนเต คาลี เป็นกองวัสดุเหลือจากอุตสาหกรรมเหมืองโปแตชในเขตลุ่มแม่น้ำเวรา โดยวัสดุส่วนใหญ่ประกอบด้วยเกลือหินหรือโซเดียมคลอไรด์ที่เหลือจากกระบวนการแยกแร่โปแตชออกจากแร่ดิบ เมื่อมองจากระยะไกล ผิวสีขาวอมเทาของมันทำให้ดูคล้ายยอดเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะตลอดทั้งปี จนกลายเป็นหนึ่งในภาพจำที่โดดเด่นที่สุดของเมือง Heringen.

ชื่อ “Monte Kali” เองก็มีลูกเล่นอยู่ไม่น้อย คำว่า Kali มาจากคำที่ชาวเยอรมันใช้เรียกโปแตชหรือ Kalisalz ส่วนชื่อเล่นอีกชื่อหนึ่งอย่าง “Kalimanjaro” ก็เป็นการเล่นคำกับชื่อภูเขาคิลิมันจาโรของแอฟริกา เพราะกองเกลือสีขาวขนาดยักษ์แห่งนี้โดดเด่นราวกับภูเขาหิมะตั้งอยู่กลางพื้นที่สีเขียวของเยอรมนี.

เรื่องราวของมอนเต คาลีเริ่มต้นจากอุตสาหกรรมเหมืองโปแตช ซึ่งมีความสำคัญต่อภูมิภาคนี้มายาวนาน โปแตชเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับการผลิตปุ๋ยโพแทสเซียมและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอีกหลายชนิด แต่เมื่อขุดแร่ขึ้นมาจากใต้ดิน สิ่งที่ได้ไม่ได้มีเพียงสารโปแตชที่ต้องการเท่านั้น แร่ดิบยังมีเกลือหินจำนวนมากปะปนอยู่ด้วย

เมื่อนำแร่เข้าสู่กระบวนการแต่งและแยกสารที่มีคุณค่าออกมา เกลือหินจำนวนมหาศาลจึงกลายเป็นวัสดุเหลือที่ต้องนำไปจัดเก็บ กองวัสดุเหล่านี้จึงถูกนำมาสะสมไว้เหนือพื้นดินทีละน้อยเป็นเวลาหลายสิบปี จนในที่สุดสิ่งที่เริ่มต้นจากกองของเสียอุตสาหกรรมก็ขยายตัวจนมีรูปร่างและขนาดไม่ต่างจากภูเขาจริง

นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่มอนเต คาลีไม่ควรถูกเข้าใจว่าเป็น “ภูเขาเกลือสำหรับบริโภค” แม้ส่วนประกอบหลักจะเป็นโซเดียมคลอไรด์ก็ตาม เพราะมันคือ กองกากหรือ tailings pile จากอุตสาหกรรมเหมืองโปแตช ไม่ใช่แหล่งเกลืออาหารที่กองรอการนำไปบริโภค.

ขนาดของมันยิ่งทำให้เรื่องราวน่าทึ่งมากขึ้น ข้อมูลที่เผยแพร่จากพิพิธภัณฑ์เหมืองโปแตชในพื้นที่และแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับมอนเต คาลีระบุว่า ในช่วงกลางทศวรรษ 2010 กองเกลือแห่งนี้กินพื้นที่ประมาณ 98 เฮกตาร์ และมีเกลือสะสมอยู่ราว 201 ล้านตัน โดยยอดกองอยู่สูงประมาณ 520 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และสูงกว่าภูมิประเทศรอบข้างมากกว่า 250 เมตรในบางจุด.

ในช่วงเวลานั้นยังมีรายงานว่ามีวัสดุเหลือถูกนำขึ้นไปกองเพิ่มในอัตราประมาณ 900 ตันต่อชั่วโมง หรือหลายล้านตันต่อปี แสดงให้เห็นว่าภูเขาที่เราเห็นอยู่นี้ไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นในคราวเดียว แต่เป็นผลสะสมจากกระบวนการผลิตที่ดำเนินต่อเนื่องมาหลายสิบปี.

เมื่อมองจากมุมสูง ภาพที่เห็นยิ่งชวนให้ประหลาดใจ เพราะมอนเต คาลีมีลักษณะคล้ายภูเขาลูกมหึมาที่ถูกตัดยอดให้แบน ด้านข้างเต็มไปด้วยร่องทางที่เกิดจากน้ำฝนและการไหลของสารละลายเค็ม ขณะที่บริเวณด้านล่างถูกล้อมรอบด้วยป่า ทุ่งเกษตรกรรม และชุมชนขนาดเล็ก ความแตกต่างระหว่างผิวสีขาวซีดของกองเกลือกับภูมิประเทศสีเขียวโดยรอบทำให้สถานที่แห่งนี้ดูแทบไม่เหมือนสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น

แต่ความงดงามแปลกตานี้ก็มีอีกด้านหนึ่งที่สำคัญมาก นั่นคือ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

อุตสาหกรรมโปแตชในลุ่มแม่น้ำเวรามีประวัติสัมพันธ์กับปัญหาความเค็มของแม่น้ำมาอย่างยาวนาน งานศึกษาทางนิเวศวิทยาระบุว่าแม่น้ำเวราได้รับผลกระทบจากความเค็มที่เกิดจากกิจกรรมอุตสาหกรรมโปแตชอย่างรุนแรงมานานกว่าหนึ่งศตวรรษ และระดับความเค็มที่เพิ่มขึ้นสามารถเปลี่ยนแปลงชนิดและจำนวนของสิ่งมีชีวิตน้ำจืดได้อย่างชัดเจน.

ปัญหาหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อฝนตกลงบนกองเกลือ น้ำฝนสามารถละลายเกลือบางส่วนแล้วกลายเป็นน้ำที่มีความเค็มสูง หากไม่ได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสม น้ำเหล่านี้อาจส่งผลต่อดิน น้ำใต้ดิน และระบบแม่น้ำโดยรอบได้ ดังนั้นการจัดการน้ำจากกองกากเกลือ การลดน้ำเสียจากกระบวนการผลิต และการติดตามคุณภาพน้ำจึงเป็นส่วนสำคัญของการดำเนินงานเหมืองในภูมิภาคนี้ในปัจจุบัน.

นั่นทำให้มอนเต คาลีมีสถานะที่น่าสนใจมาก เพราะมันไม่ได้เป็นเพียงแลนด์มาร์กทางอุตสาหกรรม แต่ยังเป็นเหมือน “สมุดบันทึกขนาดยักษ์” ที่บอกเล่าเรื่องราวของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติของมนุษย์ว่า ทุกครั้งที่เราเลือกนำวัตถุดิบบางอย่างจากใต้พื้นโลกขึ้นมาใช้ สิ่งที่ไม่ต้องการก็ไม่ได้หายไปไหน มันยังคงต้องมีพื้นที่จัดเก็บและระบบจัดการรองรับอยู่เสมอ

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ สิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียงกองของเหลือจากโรงงานกลับกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเสียเอง ภูเขาเกลือในเขตเหมืองของเยอรมนีบางแห่งเปิดให้มีการเยี่ยมชมแบบมีผู้ดูแล และภาพของกองเกลือขนาดมหึมาที่ตัดกับภูมิประเทศโดยรอบก็กลายเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวและช่างภาพจำนวนไม่น้อย.

สำหรับมอนเต คาลีแห่ง Heringen เมื่อมองออกไปจากบริเวณสูงจะสามารถเห็นภูมิประเทศของลุ่มแม่น้ำเวรา ทุ่งเกษตรกรรม เมืองเล็กๆ และพื้นที่บริเวณพรมแดนรัฐเฮ็สเซินกับทูรินเงินได้กว้างไกล ซึ่งยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกแปลกประหลาดว่า เรากำลังยืนอยู่บน “ภูเขา” ที่เมื่อไม่กี่สิบปีก่อนบริเวณนี้ยังไม่ได้มีรูปร่างอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงขอใช้คำว่า “หนึ่งในภูเขาเกลือเทียมขนาดมหึมาที่โดดเด่นที่สุดในโลก” แทนการฟันธงว่าเป็น “ภูเขาเกลือเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก” เพราะแหล่งข้อมูลทางการของ K+S เองมีการใช้ชื่อ Monte Kali กับกองกากเกลืออีกแห่งที่โรงงาน Neuhof-Ellers และการจัดอันดับว่าแห่งใด “ใหญ่ที่สุดในโลก” ขึ้นอยู่กับว่าจะวัดจากมวล ปริมาตร พื้นที่ หรือความสูง.

สุดท้ายแล้ว Monte Kali จึงเป็นสถานที่ที่มีความหมายมากกว่าความแปลกตาของ “ภูเขาสีขาวที่มนุษย์สร้างขึ้น”

เบื้องหลังผิวสีขาวที่ดูเหมือนหิมะคือแร่หลายร้อยล้านตันที่เคยถูกขุดขึ้นมาจากใต้พื้นโลก เบื้องหลังรูปร่างคล้ายภูเขาคือการทำเหมืองที่ดำเนินต่อเนื่องมาหลายชั่วอายุคน และเบื้องหลังความอลังการที่นักท่องเที่ยวมองเห็นจากระยะไกล ก็คือโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์ต้องจัดการควบคู่ไปกับการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร

มันจึงเปรียบเสมือนอนุสาวรีย์ขนาดยักษ์ของยุคอุตสาหกรรม ที่ตั้งคำถามกับเราว่า เมื่อมนุษย์นำสิ่งที่ต้องการออกมาจากโลกแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่ควรจะถูกจัดการอย่างไร

และบางครั้ง คำตอบของคำถามนั้นก็ใหญ่โตเสียจนมองเห็นได้จากระยะไกลหลายกิโลเมตร ในรูปของ “ภูเขา” ทั้งลูกเลยทีเดียวครับ.

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 135 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
มหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทยผมลองไล่ให้แล้ว! รวมโพย 16 ก.ย. เลขไหนโผล่ซ้ำ ลองวงกันเองชาวกัมพูชาในต่างแดนแห่โลงจำลอง “ฮุน เซน” แสดงความไม่พอใจรัฐบาล ส่องเลขเด็ด "แมงปอ" งวด 16 ก.ย. 69 แอบเห็นตัวเน้นๆ ชัดเจนไม่มีกั๊กทำไมคนอิสลามถึงไม่กินหมู? เรื่องใกล้ตัวที่มีที่มาจากหลักศาสนาเลขชน 3 สำนัก 16 ก.ย. 69 ไทยรัฐ-เดลินิวส์-บางกอกทูเดย์ เลข 4-5 โผล่ครบล้วงมาให้เห็น! “เพชรกล้า” ได้ 6-7 ก่อนแตกเป็น 5 คู่ ใครกำลังหาเลขลองไล่ดูหมายเลขบนหมวกตำรวจมีไว้ทำไม ตัวเลขที่เห็นทุกวัน แท้จริงใช้ระบุตัวเจ้าหน้าที่พริกหวานเขียว เหลือง แดง ต่างกันอย่างไรรู้หรือไม่? ปลาในประเทศไทยบางชนิดไม่ได้จับหรือซื้อขายกันได้อย่างที่คิด 🐟โค้งสุดท้าย รวมเลขปู่ทุกสำนัก งวด 16 ก.ย. 69
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ชาวกัมพูชาในต่างแดนแห่โลงจำลอง “ฮุน เซน” แสดงความไม่พอใจรัฐบาลทำไมคนอิสลามถึงไม่กินหมู? เรื่องใกล้ตัวที่มีที่มาจากหลักศาสนาพริกหวานเขียว เหลือง แดง ต่างกันอย่างไรโค้งสุดท้าย รวมเลขปู่ทุกสำนัก งวด 16 ก.ย. 69ผมลองไล่ให้แล้ว! รวมโพย 16 ก.ย. เลขไหนโผล่ซ้ำ ลองวงกันเองเสียดาย รู้สึกผิด และกลัวได้ใช้ทีหลัง ทำไมของเก่าจึงเต็มบ้าน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิด 5 ประเทศที่มีประชากรอายุ 100 ปีขึ้นไปมากที่สุดในโลก ไทยติดอันดับ 5!พริกหวานเขียว เหลือง แดง ต่างกันอย่างไรสุนัขที่เคยทำร้ายเจ้าของจนเสียชีวิตทำไมจึงมีโอกาสทำร้ายคนเสียชีวิตอีกเสียดาย รู้สึกผิด และกลัวได้ใช้ทีหลัง ทำไมของเก่าจึงเต็มบ้าน
ตั้งกระทู้ใหม่