คุรุนานัก ปฐมบรมศาสดาแห่งซิกข์ ผู้สร้างเอกภาพท่ามกลางความขัดแย้ง
ศาสนาซิกข์ถือกำเนิดขึ้นในอินเดียเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1469 ในช่วงเวลาที่ความขัดแย้งระหว่างชาวฮินดูและชาวมุสลิมกำลังรุนแรง ศาสนานี้ก่อตั้งโดยคุรุนานัก (Guru Nanak) ผู้ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างสันติและความสามัคคีระหว่างสองกลุ่มความเชื่อนี้ ศาสนาซิกข์เป็นศาสนาแบบเอกเทวนิยมที่ผสมผสานคำสอนจากทั้งศาสนาฮินดูและอิสลาม โดยคำว่า "ซิกข์" มาจากภาษาปัญจาบี มีความหมายว่า "ศิษย์" หรือ "นักเรียน"
คุรุนานักเกิดเมื่อวันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 1469 ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในประเทศปากีสถาน แม้จะเกิดในครอบครัวฮินดู แต่เขากลับแสดงความสนใจในศาสนาต่าง ๆ ตั้งแต่วัยเยาว์ เขามีสติปัญญาเฉียบแหลมและมีจิตใจโอบอ้อมอารี คุรุนานักไม่สนใจในเรื่องทางโลก แต่ทุ่มเทให้กับการใช้หลักการทางศาสนาเพื่อแก้ไขความแตกแยกทางสังคมในยุคนั้น
หลังจากแต่งงานและมีบุตรชายสองคน คุรุนานักตัดสินใจละทิ้งชีวิตทางโลกเพื่อออกเดินทางแสวงหาความสงบทางจิตวิญญาณ ในระหว่างการนั่งสมาธิในป่า เขาได้รับประสบการณ์ทางจิตวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ โดยพระเจ้าได้มอบถ้วยน้ำทิพย์ให้แก่เขา พร้อมทั้งบัญชาให้เขาออกไปสอนผู้คนและเป็นคุรุสำหรับมนุษยชาติทุกคน
หลังจากได้รับประสบการณ์อันศักดิ์สิทธิ์ คุรุนานักได้เริ่มต้นภารกิจเผยแผ่ศาสนา เขาออกเดินทางไปยังภูมิภาคต่าง ๆ พร้อมกับมาร์ดานา (Mardana) ศิษย์ชาวมุสลิมผู้เป็นนักดนตรี เพื่อสอนผู้คนเกี่ยวกับเส้นทางใหม่ที่เน้นย้ำถึงพระเจ้าองค์เดียวสำหรับมนุษย์ทุกคน คุรุนานักแต่งกายในลักษณะที่ผสมผสานระหว่างชาวฮินดูและชาวมุสลิม เพื่อแสดงถึงความเป็นกลางและส่งเสริมความเป็นเอกภาพ
การเดินทางของคุรุนานักครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ ทั้งในอินเดียตอนเหนือ ศรีลังกา และแม้กระทั่งเมืองเมกกะและเมดินาในซาอุดีอาระเบีย แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคและอันตรายมากมาย แต่เขาก็ยังคงมุ่งมั่นในภารกิจเพื่อเผยแพร่ข้อความแห่งความสามัคคี ความรัก ศรัทธา และความเท่าเทียมกัน
ในช่วง 10 ปีสุดท้ายของชีวิต คุรุนานักใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวในแคว้นปัญจาบ ศาสนาซิกข์ไม่มีนักบวชที่ปลีกวิเวกจากโลก ดังนั้นคุรุจึงใช้ชีวิตเป็นผู้ครองเรือน ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต เขาได้แต่งตั้งลาฮินา (Lahina) ศิษย์ของเขาให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งคุรุองค์ต่อไป
วาระสุดท้ายของคุรุนานักมีเรื่องเล่าที่น่าอัศจรรย์ เมื่อเขาใกล้จะเสียชีวิต ผู้ติดตามทั้งชาวฮินดูและมุสลิมต่างก็โต้เถียงกันว่าจะทำพิธีศพให้เขาอย่างไร คุรุนานักจึงขอให้พวกเขาวางดอกไม้ไว้คนละฝั่งของร่างเขา และบอกว่าดอกไม้ของฝั่งใดที่ยังคงสดอยู่ ฝ่ายนั้นก็จะได้ทำพิธีศพให้ หลังจากที่คุรุนานักเสียชีวิต ร่างของเขาก็หายไป และพบว่าดอกไม้ทั้งสองฝั่งยังคงสดอยู่ ผู้ติดตามทั้งสองกลุ่มจึงได้ร่วมกันสร้างศาลเจ้า ณ สถานที่แห่งนั้น
ลาฮินาได้ขึ้นเป็นคุรุองค์ที่สองในชื่อคุรุอังกัต (Guru Angad) และสืบทอดตำแหน่งคุรุต่อกันมาจนถึงคุรุองค์ที่ 10 หลังจากนั้นพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ "คุรุกรันถ์ซาฮิบ" (Guru Granth Sahib) ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคุรุตลอดกาล ศาสนาซิกข์ยังคงเป็นศาสนาสำคัญในปัจจุบัน โดยมีผู้ติดตามมากมาย รวมถึงในประเทศไทยด้วย
AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี
มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในภาคอีสาน
ถนนเลียบทะเล'ที่ยาวที่สุด'ในประเทศไทย
อำเภอเดียวในประเทศไทย ที่มีป้ายทะเบียนรถเป็นของตัวเอง
วิเคราะห์เพลง "ควายหาย" สุรพล สมบัติเจริญ: สถาบันความเชื่อและการต่อรองเชิงอำนาจในวิถีชาวนา
อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่คนไทยไม่นิยมทำเป็นอาชีพ
มาดู 5 ธุรกิจ “เสือนอนกิน” ลงทุนครั้งเดียวกินยาวๆ
น้ำปลาที่มียอดขายมากที่สุด อันดับหนึ่งในประเทศไทย
วงการบรรพชีวินวิทยาตื่นเต้น หลังทีมนักวิทยาศาสตร์อังกฤษค้นพบฟอสซิลกะโหลกศีรษะของสัตว์ทะเลยุคดึกดำบรรพ์ บริเวณหน้าผา Jurassic Coast
5 อันดับประเทศที่มีค่าไฟฟ้า'ถูก'ที่สุดในโลก
108 ปี แห่งการสละราชย์: ปิดฉาก "ปูยี" ปัจฉิมจักรพรรดิและบทเรียน 70 ปีของต้าชิง
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักศึกษามากที่สุด
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด








