หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

แห้ว: ราชาแห่งการบำรุงม้ามและกระเพาะอาหาร พืชหัวที่มีคุณค่ายิ่งในฤดูร้อน

เนื้อหาโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า

 

ในช่วงฤดูร้อนที่อากาศร้อนอบอ้าว หลายท่านอาจประสบกับปัญหาเบื่ออาหาร ระบบย่อยอาหารอ่อนแอ หรือมีอาการท้องอืดแน่นท้องโดยไม่ทราบสาเหตุ ปรากฏการณ์เหล่านี้อาจมีที่มาจากการทำงานของม้ามและกระเพาะอาหารที่อ่อนแรงลงในสภาพอากาศที่ร้อนจัด

 

โดยทั่วไป หลายท่านอาจเลือกบริโภคมันเทศหรือเผือกเพื่อเสริมใยอาหารและพลังงาน อย่างไรก็ดี มีพืชหัวอีกหนึ่งชนิดที่อาจถูกมองข้าม ทั้งที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงยิ่ง นั่นคือ “แห้ว” หรือที่บางท้องถิ่นเรียกว่า “สมหวัง” นั่นเอง

 

จากข้อมูลทางวิชาการพบว่า แห้วอุดมด้วยใยอาหารสูง วิตามินหลายชนิด และแร่ธาตุสำคัญ อาทิ แคลเซียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม แมงกานีส วิตามินซี วิตามินบี รวมถึงโปรตีนในปริมาณที่น่าสนใจ นอกจากนี้ ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด อาทิ คาเทชิน อีพิคาเทชิน โพลีฟีนอล และฟลาโวนอยด์ ซึ่งล้วนมีส่วนช่วยในการต้านการอักเสบ ปกป้องตับและหัวใจ เสริมภูมิคุ้มกัน และช่วยชะลอวัย

 

ในด้านการแพทย์แผนจีน แห้วถูกจัดอยู่ในกลุ่มอาหารที่มีรสหวานและฤทธิ์เย็น มีสรรพคุณในการบำรุงพลังงานกลางลำตัว ช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร ส่งเสริมการย่อย และขับความร้อนออกจากร่างกาย จึงเหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่มีระบบย่อยอาหารไม่แข็งแรง หรือมีอาการท้องผูกเป็นประจำ

 

นอกจากนี้ ดร.เลอวันฮุง จากสถาบันโภชนาการแห่งชาติของเวียดนาม ยังได้กล่าวว่า แห้วมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low Glycemic Index) ร่วมกับปริมาณโพแทสเซียมและใยอาหารที่สูง จึงช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ควบคุมความดันโลหิต และช่วยให้อิ่มนาน เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวาน รวมถึงผู้ที่อยู่ระหว่างควบคุมน้ำหนัก

 

แนวทางการบริโภคแห้วในช่วงฤดูร้อน

 

รับประทานแบบสด โดยล้างและปอกเปลือกให้สะอาด

 

ผัดร่วมกับผักหรือโปรตีนอ่อน เช่น ผัดกับเม็ดบัว กุ้ง หรือพริกหวาน

 

นำไปนึ่งหรือตุ๋นร่วมกับสมุนไพรอื่น เช่น หัวไชเท้าหรือซี่โครงอ่อน

 

ต้มเป็นของหวาน เช่น ต้มกับถั่วเขียวหรือข้าวโพด

 

ข้อควรระวังในการบริโภค

 

ควรเลือกหัวแห้วที่สด ผิวเรียบ ไร้รอยถลอก

 

ล้างและปอกเปลือกให้สะอาด ลดความเสี่ยงจากพยาธิ

 

ผู้ที่มีธาตุเย็น หรือระบบย่อยอาหารอ่อนแอ ควรรับประทานในปริมาณน้อย

 

ไม่ควรบริโภคเกินสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง เนื่องจากอาจส่งผลให้ท้องเสียในผู้ที่มีธาตุเปราะบาง

 

แห้วจึงเป็นพืชหัวที่ทรงคุณค่า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับฤดูร้อน ทั้งในเชิงการบำรุงม้าม ระบบทางเดินอาหาร และส่งเสริมสุขภาพโดยรวม สำหรับผู้ที่แสวงหาทางเลือกใหม่ที่ดีกว่าเผือกและมันเทศ แห้วนับเป็นคำตอบที่ไม่ควรมองข้าม

เนื้อหาโดย: เรื่องน่ารู้
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในภาคอีสานอำเภอเดียวในประเทศไทย ที่มีป้ายทะเบียนรถเป็นของตัวเองมาดู 5 ธุรกิจ “เสือนอนกิน” ลงทุนครั้งเดียวกินยาวๆวิเคราะห์เพลง "ควายหาย" สุรพล สมบัติเจริญ: สถาบันความเชื่อและการต่อรองเชิงอำนาจในวิถีชาวนาวงการบรรพชีวินวิทยาตื่นเต้น หลังทีมนักวิทยาศาสตร์อังกฤษค้นพบฟอสซิลกะโหลกศีรษะของสัตว์ทะเลยุคดึกดำบรรพ์ บริเวณหน้าผา Jurassic CoastAI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี5 อันดับประเทศที่มีค่าไฟฟ้า'ถูก'ที่สุดในโลกน้ำปลาที่มียอดขายมากที่สุด อันดับหนึ่งในประเทศไทย108 ปี แห่งการสละราชย์: ปิดฉาก "ปูยี" ปัจฉิมจักรพรรดิและบทเรียน 70 ปีของต้าชิงมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักศึกษามากที่สุดอาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่คนไทยไม่นิยมทำเป็นอาชีพถนนเลียบทะเล'ที่ยาวที่สุด'ในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
“สีหมุนี” ยื่นคำขาด แบ่งน้ำมันคนละครึ่ง หากไทยเดินหน้าปักปันเขตแดนชัดเจนสื่ออังกฤษแฉ “ปูติน” ลอบขนเงินสด 2.5 พันล้านดอลลาร์ 34 เที่ยวอุ้มอิหร่าน หลัง “ทรัมป์” คว่ำบาตรอย่างหนักปีม้าไฟ 2569 ไม่ใช่แค่เปลี่ยนปีนักษัตร…แต่คือสัญญาณ “เร่งเครื่องทั้งประเทศ” จีนกำลังจะทะยาน หรือกำลังถูกเร่ง?“เพื่อไทย” เปลี่ยนโลโก้จากแดงเป็นน้ำเงินเข้ม หลังหารือภูมิใจไทย จับตาดีลตั้งรัฐบาลครั้งประวัติศาสตร์
ตั้งกระทู้ใหม่