สายฝนแห่งความคิดถึง อาคารแบบฝรั่งเศส (ความสุขในการทำงาน)
เขียนโดย Jamsaengpoo
การทำงานในสมัยก่อนอยู่ชั้น 5 ไม่มีว่าเครื่องทุ่นแรงมาเสนอ
ขึ้นบันไดสวนทางกันกว่าหนึ่งร้อย ขึ้นสองครั้งลงมาสองรอบอาหารย่อยไป
ตอนที่ทำงานออกมาเพื่อพักผ่อนสายตา มองรอบข้างสวยงามตาความสุขสันต์
มองหลังคาอาคารตึกฝรั่งเศสสร้าง สวยตระการระบบไฟส่องสว่างตา
ตอนที่ทำงานที่พนมเปญนั้น ที่ทำงานเหมือนว่าจะเป็นบ้านหลังที่สองเพราะว่าเรานั้นอยู่ในบ้านเพียงเวลานอนเท่านั้น เจ็ดวันเรานั้นจะอยู่ที่มหาวิทยาลัยสอนตั้งแต่หกโมงเช้า จนถึงสองทุ่มครึ่งเท่ากับว่าที่ห้องพักที่เรานั้นสร้างไว้คือจะหายไป คือไม่มีเวลาได้พักเลยแม้แต่น้อย เราจะได้นอนในบ้านคือเวลาสามทุ่มจนถึงหกโมงเช้าก็ต้องออกจากบ้าน
การสร้างบ้านพักนั้นให้มีความสุขจึงเป็นสิ่งที่ดีหากว่าเรานั้นจะต้องเดินทางเพื่อที่จะไปในที่ต่างๆ ในตอนที่เรานั้นว่างจากการทำงานำไปเที่ยวเพื่อที่จะพักผ่อน ภาพที่เห็นในแต่ละวันนั้นเวลามาทำงานจะมีความสุขมาก คือช่องในการระบายอากาศอยู่ในตัว ชอบมากคือเวลาที่ฝนตกนั้นจะมีน้ำนั้นไหลออกมาอย่างเป็นระบบ หากว่าเรานั้นมีหลังคาหรือกระเบื้องเหมือนในบ้านนั้นจะยากในการระบายน้ำบางครั้งจะต้องทำราง แต่ที่นี่นั้นเมื่อน้ำไหลลงมานั้นจะถือว่าไม่หนักมาก จะมีระบบการจัดการน้ำ
การสร้างอาคารตามหลักของฝรั่งเศสนั้นจะมีในส่วนของน้ำหน้าอาคาร เพื่อทำให้มีทัศนียภาพที่ดี ในช่วงที่บัวออกดอกที่นี่คือสวยงามมาก ดอกบัวจะบานสะพรั่งสวยงามเสมอกัน ทางจีนนั้นเชื่อว่าการมองเห็นน้ำนั้นทำให้เรามีความสุขมากกว่าการเห็นดิน และหากว่ามีน้ำล้อมรอบนั้นจะทำให้จิตใจนั้นร่มเย็นเป็นสุข
การมองสายฝนที่โปรยปรายลงมานั้นทำให้เรานั้นมีความสุขกับการมอง ยิ่งเรานั้นอยู่สูงนั้นสายฝนจะลงมา แต่ละห้องนั้นแต่ก่อนจะมีเด็กเดินรอบบริเวณอาคารช่วงที่จะเข้าเรียนเด็กจะมีจำนวนมากบริเวณหน้าอาคาร แต่พอถึงเวลาเรียนนั้นเราจะไม่เห็นเลยในนักเรียนที่อยู่หน้าห้องเรียน ระยะห่างของอาคารนั้นมีพื้นที่ที่ไม่มาก ซึ่งจะทำให้เรานั้นเดินไปได้สบาย
เคยไหมเวลาที่เรานั้นเดินทางออกจากบ้านในระยะเวลาหนึ่งปี เราต้องเจออะไรบ้าง บางครั้งสายฝนนั้นจะทำให้คนที่ห่างไกลนั้นคิดถึงบ้าน และเป็นช่วงที่จิตใจอ่อนไหวมาก ไม่ว่าจะในการเดินทางไปไหนไปเจอรถของคนที่เรารัก รองเท้าของคนที่บ้านเราใส่ หรือเสื้อบางตัวที่แม่ของเราใส่นั้นเดินผ่านไป แค่เห็นเพียงหลังเรื่องราวต่างๆ นั้นก็เวียนคืนมาเยอะจนบางครั้งเราจะต้องบอกตัวเองให้หยุดในความคิดนั้น
ตอนนั้นวันที่เราไม่ได้ไปทำงานที่มหาวิทยาลัย เพราะว่าเป็นวันหยุด ที่ไม่ได้เดินทางไปไหนเพราะว่าโฮสบอกว่า ช่วงวันหยุดยาวหากว่าเรานั้นไม่ได้เดินทางไปไหน ให้อยู่ที่บ้านของตนเอง ไม่ให้ไปไหนเพราะว่าจะเป็นอันตรายต่อตนเอง หากว่าเรานั้นไม่ได้ไปไหนไกลจากบ้านจะปลอดภัย แต่ว่าหากว่าเรานั้นเดินออกไปจากบ้านแล้วจะมีสายตาที่มากมายจับจ้องเราอยู่ตลอดเวลา
สิ่งนี้ละทำให้เรานั้นคิดถึงบ้านมาก ยิ่งได้มองสายฝนที่ลงมาจากฟากฟ้า ฟังเสียงเพลงที่บางครั้งนั้นเราไม่อยากได้อยู่ในอารมณ์แบบนั้นแต่ว่ามันคือสิ่งที่เรานั้นต้องต่อสู้ ตอนที่เราเป็นนั้นตอนนั้นเดินทางไปครั้งแรกจะเป็นอยู่คือในวันเดินทางออกจากบ้าน ต่อไปคือบนเครื่องบิน และหลังจากที่ถึงเดินทางไปถึงที่พัก
เวลาที่อยู่นิ่งๆ คนเดียวทำให้ตนเองนั้นไม่ค่อยที่จะปรับอารมณ์ของตนเองได้ เมื่อผ่านไปสองถึงสามวันหลังจากนั้นพอเรามีงานทำแล้วเราก็จะทำให้ความรู้สึกนั้นหายไปเอง เมื่อมีเรื่องมาแทนที่ความคิดของเราจะหายไปเอง หลังจากนั้นก็จะเป็นความสุขในการทำงาน ในการปรับตัว ในครั้งแรกที่คิดว่าตนเองจะได้ไป นั้นบอกตัวเองเพียงว่าไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเรานั้นก็ต้องอยู่ได้เสมอ ไม่ต้องกังวลปล่อยให้มันไปเรื่อยๆ ไม่ต้องคอยวุ่นวายในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น มีความสุขในการทำงาน
5 จังหวัดที่คนโสดเยอะที่สุดในไทย อยู่แล้วเหงาหรืออยู่แล้วแฮปปี้?
สวนสาธารณะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
5 อันดับอาหารไทยเริ่มหายไป แต่คนไทยยังคิดถึงที่สุด
10 อันดับโรงเรียนที่สอบเข้ายากที่สุดในไทย เด็กเก่งเท่านั้นที่รอด
5 อันดับโรงเรียนรัฐบาลคุณภาพสูง เรียนดีได้ ไม่ต้องจ่ายแพง
เมืองหลวงใดที่มีชื่อยาวที่สุดในโลก
ภาพดาวพฤหัสใกล้ชิดจากจูโน เปิดมุมมองใหม่ของบรรยากาศยักษ์
คลองที่ใช้คนขุดที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
เปิดค่าก่อสร้างเสาไฟกินรี
ผักที่หากินยากที่สุดในไทย
10 อันดับโรงเรียนอินเตอร์ในไทย หลักสูตรระดับโลก เรียนจบไปไกลระดับสากล
รวม 10 ทำเลที่ดินนอกกรุงเทพฯ ที่แพงที่สุดในไทย ปี 2569
ดอกไม้หายากที่พบได้แค่ในไทย เพียงประเทศเดียวเท่านั้นในโลก






