เมื่อถึงเวลา
เขียนโดย safe area

เวลา คำสั้นๆที่เขาใจง่ายๆ แต่ถ้าเราลองมองให้ดี "เวลา" คำนี้ น่ากลัวมาก หลายคนอาจสัยว่าหน้ากลัวยังไงว่ะ แต่เราลองมาคิดตามกันดูน่ะ ว่าแต่ละวันเราใช้เวลาไปกับอะไร แล้วเวลาที่เสียไปได้อะไรกลับคืนมา บางคนมีเวลาเหลือเฟือมากมายในแต่ละวัน และบางคน เวลาแทบไม่พอในแต่ละวัน และมีอีกกลุ่มที่จะบ่นเวลาอบากมีเวลามากกว่านี้ เราเองก็เป็นคนนึงที่บางวันก็มีเวลาเหลือเฟือ แต่บางวันก็อยากมีเวลาเพิ่มมากกว่า 24 ชม. แต่สำหรับคนในกลุ่มที่ต้องทำทุกอย่างเร่งรีบ อย่าคนอยู่ใน กทม. ที่ต้องทำทุกอย่างแข่งกับเวลา ตั้งแต่ตื่นจนหลับ ขนาดหลับยังต้องรีบ 555 คนกลุ่มนี้มีอยู่จริงๆน่ะ เพราะเรเองเคยอยู่ในกลุ่มนี้มาก่อน เรียกได้ว่า แต่ละนาทีแสนจะมีค่า แสนจะสำคัญ ตอนนั้นก็ไม่ได้สนใจจะหาคำตอบว่าทำแบบนั้นเพื่ออะไร จนมาวันนึง มีคนถามว่า 'มึงจะมีเวลาให้ตัวเองตอนไหนว่ะ อายุก็เพิ่มขึ้นทุกวัน' งานไม่มีมึงเค้าก็หาคนอื่นมาทำ แต่ชีวิตมึง เจ็บ ป่วย มึงก็เป็นเอง
หลังจากที่ได้ยิน คำพูดนี้ มันเลยทำให้ คิดอะไรได้เยอะมาก อย่างเช่น ก็จริงนะ แต่ก็จะมีอีกความคิดนึงแทรกขึ้นมา เช่น ยังมีแรงก็ทำไปเถอะ และ ไม่ทำเอาไรกิน 55555 เราเชื่อว่าถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว หลายๆคนก็คงคิดไม่ต่างจากเราเท่าไหร่5555 หลังจากนั้นเราก็ยังทำเหมือนเดิมใช้ชีวิตแบบเดิม จนวันนึง เราป่วย ไม่ได้ป่วยโรคร้ายแรงอะไร แต่ก็เรียกได้ว่า ต้องพักผ่อนมากๆ แต่ก็มีเหตุการที่ทำให้ได้คิดถึงคำพูด วันนั้นขึ้นมา เพราะขณะที่เราป่วย เจ้านาย ไม่เคยถามว่าเป็นยังไง ไม่เคยมาเยี่ยมที่โรงพยาบาล "ปล.เรานอนที่โรงพยาบาล 4 วัน" ไม่มีแม้เสียงจากปลายสายว่าดีขึ้นมั้ย หายรึยัง เป็นไงบ้าง นอกจากคำว่า งานถึงไหนแล้ว คุยกับลูกค้าว่าไง นัดไว้วันไหน
มันถึงทำให้เราคิดถึงคำพูดวันนั้น และหลังจากที่เราออกจากโรงพยาบาล เราตัดสินใจ ยื่นใบลาออก ทันทีและ เจ้านาย กลับถามขึ้นมาว่า ออกทำมัย มีปํญหาอะไรคุยกันได้นะ ไปคิดดูดีๆก่อน แล้วงานที่ค้างไว้จะทำยังไง อย่าพึ่งออกเลย อยู่ช่วยกันก่อน และอีกหลายประโยช พร้อมกับลงท้ายว่า ถ้าจะไปจริงๆ ช่วยรอสอนงานคนใหม่ก่อนสัก 2-3 เดือน นะ ประโยคนี้ละ มันทำให้รู้ว่า ไปน่ะถูกต้องแล้ว เรายืนยังที่จะลาออก และจะอยู่สอนงานคนใหม่ให้แค่ 1 เดือน ตามกำหนดของบริษัท คือ แจ้งลาออกล่วงหน้า 1 เดือน แต่หลังจากที่เวลาผ่นไปได้ ไม่ถึง 1 อาทิตย์ ก็มีพนักงานเข้ามาใหม่ 2-3 คน เพื่อให้เราสอนงานแต่ทุกคนที่มา ก็มา วันเดียวแล้วก็ไม่มาอีก จนผ่านไป 2 อาทิตย์ ก็มีกลุ่มคนเดินเข้ามาหาเราที่โต๊ะ 4 คน พร้อมกับเจ้านายเรา แล้วพูดว่า ช่วยสอนงานน้องๆพวกนี้หน่อยน่ะ แต่ละคน ก็แบ่งงานจากที่คุณทำให้เลย พอเราได้ยินคำนั้นก็มองหน้าหัวหน้า แล้วคิดในใจว่า งานกูทำคนเดียวมาเป็นปีๆ พอก็ลาออก เอาคนมาทำ 4 คน คือ แล้วตอนกูอยู่ไม่เห็นเอาใครมาช่วย 555555
สรุปเราก็สอนงานทั้ง 4 คน จนครบกำหนดวันสุดท้ายของการทำงาน ในวันสุดท้าย ไม่มีการเลี้ยงส่งใดๆ เพราะเราไม่ชอบ มีเพียงคำว่า โชคดีนะ จากเพื่อนร่วมงาน ซึ่งนี่ก็เพียงพอแล้ว สำหรับเรา ในวันที่เดินออกจากที่ทำงาน มันรู้สึกโล่งมากๆ เหมือนได้โยนหินก่อนใหญ่ทีเคยแบกไว้ออกไป เราขับรถกลับบ้านที่ ตจว. พร้อมกับในใจที่คิดว่า สู้โว้ยยย ชีวิตต่อจากนี้ ต้องดีแน่ๆ...
ติดตามตอนต่อไปนะ เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังใหม่
รายได้ของข้าราชการระดับอาวุโส (C8) โดยเฉลี่ยเท่าไหร่
ลงทุนน้อย ไม่เน่าไม่เสีย! เปิดวาร์ป 5 ไอเดีย "ของขายตลาดนัด" ซื้อง่ายขายคล่อง เก็บได้ยาวๆ ไม่มีขาดทุน
จังหวัดไหนบ้างที่เคยร้อน จนอุณหภูมิแตะ 44°C ขึ้นไป
5 อันดับห้างสรรพสินค้า ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
สภาพ “เอริญ” วง ENO เขมร เงียบเหงาช่วงสงกรานต์ หลังไร้งาน ไม่มีคอนเสิร์ต
รู้ไหม? มีจังหวัดในไทยที่มีแค่ 3 อำเภอเท่านั้น เล็กแต่มีเสน่ห์เกินตัว
จังหวัดที่มี "หอนาฬิกา" ที่เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ
5 จังหวัด เมืองเกษียณ ที่คนวัย 30+ แห่ไปจองที่ดิน ค่าครองชีพถูก
โรงเรียน"ลอยน้ำ"แห่งเดียวในประเทศไทย
4 จังหวัด ไม่ติดทะเล แต่มีหาดทรายขาวจั๊วะ
10 มหาวิทยาลัยรัฐฯ ที่เก่าแก่สุดในไทย
10 ขนมไทยโบราณ หาทานยาก แต่รสชาติยังตราตรึง
จังหวัดไหนเหมาะกับการหนีความวุ่นวาย? พื้นที่สงบที่ช่วยให้ใจได้พักจริง ๆ
10 ข้อดีของการทานมัจฉะที่ควรรู้
ห้ามทิ้งเด็ดขาด! แปรงสีฟันเก่า ใช้ประโยชน์ภายในบ้านได้อีก
ถนนชื่อดังในประเทศฝรั่งเศส ที่ถูกตั้งชื่อถนนให้เป็นภาษาไทย
จังหวัดที่ประชากรมีความสุขมากที่สุด


