เปรียบเทียบ Ultherapy Prime กับ Oligio ตัวช่วยยกกระชับหน้าเรียวที่น่าจับตามองปี 2025
เปรียบเทียบ Ultherapy Prime กับ Oligio ตัวช่วยยกกระชับหน้าเรียวที่น่าจับตามองปี 2025
การมีใบหน้าที่กระชับ เต่งตึง ดูอ่อนเยาว์และได้รูป คือความฝันของใครหลายคน โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีความงามพัฒนาแบบก้าวกระโดด โปรแกรมดูแลผิวโดยไม่ต้องผ่าตัดจึงกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยม หนึ่งในกลุ่มหัตถการที่มาแรงในปีนี้คงหนีไม่พ้น Ultherapy Prime และ Oligio ที่ต่างเป็นเทคโนโลยีเพื่อยกกระชับผิวและยกกระชับปรับรูปหน้าเรียวโดยไม่ต้องลงมีดผ่าตัด
แม้ทั้งสองจะมีเป้าหมายเดียวกัน แต่เบื้องหลังกลับใช้เทคโนโลยีและกลไกการทำงานต่างกันอย่างสิ้นเชิง แล้วแบบไหนจึงจะตอบโจทย์คุณที่สุด? มาหาคำตอบกันในบทความนี้
ทำความรู้จัก Ultherapy Prime – ยกกระชับลึกถึงชั้น SMAS
Ultherapy Prime คือเวอร์ชันพัฒนาขึ้นใหม่ของเครื่อง Ulthera โดยใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวนด์แบบโฟกัส (Microfocused Ultrasound) ยิงพลังงานลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นที่ศัลยแพทย์ใช้ในการดึงหน้า ทำให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับการผ่าตัดยกกระชับ แต่ไม่ต้องใช้มีด ไม่ต้องพักฟื้น
จุดเด่นของ Ultherapy Prime อยู่ที่ระบบ Visualization แบบ Real-Time ซึ่งช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวขณะทำได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้การปล่อยพลังงานตรงจุด และลดความเสี่ยงจากการทำผิดตำแหน่ง
พลังงานที่ปล่อยลงไปจะกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนหดตัว พร้อมกับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวกระชับขึ้นในทันทีบางส่วน และจะค่อย ๆ เห็นผลลัพธ์ชัดเจนในช่วง 2–3 เดือนหลังการทำ
ทำความรู้จัก Oligio – คลื่นวิทยุ Monopolar RF ที่ช่วยให้หน้าเรียวพร้อมฟื้นฟูผิว
Oligio คือเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในกลุ่มคลื่นวิทยุ (RF) ที่ใช้พลังงาน Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ยิงความร้อนลงไปยังชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว ช่วยยกกระชับผิว ลดไขมันสะสมบริเวณแก้มและเหนียง และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินอย่างต่อเนื่อง
เครื่อง Oligio ยังมีระบบควบคุมอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ พร้อมหัวทิปที่ให้ความเย็น (Cooling System) ช่วยให้ผู้เข้ารับบริการรู้สึกสบายขณะทำ ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา และไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ
ผลลัพธ์จาก Oligio จะเริ่มเห็นตั้งแต่ครั้งแรก และพัฒนาอย่างต่อเนื่องในช่วง 3–6 เดือน
เปรียบเทียบ Ultherapy Prime กับ Oligio – ต่างกันตรงไหน?
เทคโนโลยีและกลไก
- Ultherapy Prime ใช้พลังงานคลื่นเสียงที่แม่นยำ ยิงลึกถึงชั้น SMAS เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมาก
- Oligio ใช้พลังงาน RF ที่ลงลึกถึงชั้นหนังแท้และไขมันใต้ผิว เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนเล็กน้อยหรือมีไขมันสะสมบริเวณใบหน้า
ความรู้สึกขณะทำ
- Ultherapy Prime อาจรู้สึกจี๊ดหรืออุ่นขณะยิงพลังงาน บางกรณีมีการทายาชาก่อนทำ
- Oligio ให้ความรู้สึกอุ่นสลับเย็นจากหัวทิปพิเศษที่ช่วยลดความรู้สึกไม่สบาย
ระยะเวลาในการทำ
- Ultherapy Prime ใช้เวลาทำประมาณ 30–60 นาที
- Oligio ใช้เวลาน้อยกว่า โดยทั่วไปใช้เวลา 20–30 นาทีต่อครั้ง
ระยะเวลาการเห็นผล
- Ultherapy Prime เห็นผลบางส่วนทันที และชัดเจนใน 2–3 เดือน
- Oligio เห็นผลเบื้องต้นทันที และพัฒนาเรื่อย ๆ ใน 3–6 เดือน
จุดเด่นของแต่ละโปรแกรม
จุดเด่นของ Ultherapy Prime
- ยกกระชับลึกถึงชั้น SMAS โดยไม่ต้องผ่าตัด
- ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับการดึงหน้า
- มี Visualization Real-Time เพิ่มความแม่นยำ
- เห็นผลชัดเจนภายใน 2–3 เดือน อยู่ได้นาน 1–2 ปี
- เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับกลางถึงมาก
จุดเด่นของ Oligio
- ยกกระชับพร้อมลดไขมันในเครื่องเดียว
- เห็นผลหลังทำทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้น
- เหมาะกับคนที่เริ่มดูแลผิว อายุ 25 ปีขึ้นไป
- เหมาะกับผิวทุกประเภท รวมถึงผิวบอบบาง
- ใช้เวลาในการทำไม่นาน และไม่เจ็บ
เหมาะกับใคร?
Ultherapy Prime เหมาะกับ
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับอย่างลึกและผลลัพธ์ยาวนาน
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยค่อนข้างมาก
- ผู้ที่ไม่ต้องการทำศัลยกรรมแต่ต้องการผลลัพธ์ใกล้เคียง
- ผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป และเริ่มมีปัญหาแนวกราม ร่องแก้ม หรือหนังตาตก
Oligio เหมาะกับ
- ผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนหรือไขมันสะสมเล็กน้อย
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวโดยไม่เจ็บ
- ผู้ที่มีเวลาจำกัดและไม่ต้องการพักฟื้น
- ผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป และต้องการเริ่มดูแลผิวแบบอ่อนโยน
ทำบริเวณไหนได้บ้าง?
ทั้ง Ultherapy Prime และ Oligio สามารถใช้ยกกระชับเฉพาะจุดได้ เช่น
- หน้าผาก
- รอบดวงตา
- แก้ม
- แนวกราม
- ใต้คาง
- ลำคอ
- เนินอก
โดยแพทย์จะประเมินและเลือกบริเวณที่เหมาะสมก่อนเริ่มหัตถการ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดี
คำถามที่พบบ่อย
เห็นผลเร็วแค่ไหน?
- Ultherapy Prime เห็นผล 20–30% ทันที และพัฒนาเต็มที่ใน 2–3 เดือน
- Oligio เห็นผลทันทีบางส่วน และพัฒนาเรื่อย ๆ ใน 3–6 เดือน
ทำบ่อยแค่ไหน?
- Ultherapy Prime แนะนำทำปีละ 1 ครั้ง
- Oligio สามารถทำได้ปีละ 1–2 ครั้ง
ทำพร้อมกันได้ไหม?
- ไม่แนะนำให้ทำ Ultherapy Prime และ Oligio พร้อมกันในวันเดียว ควรเว้นระยะและให้แพทย์วางแผนการรักษาเพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียง
สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม?
- สามารถทำร่วมกับเลเซอร์ โปรแกรมฉีดโบ หรือโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ได้ โดยควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
สรุป Ultherapy Prime หรือ Oligio เลือกอะไรดี?
- หากคุณต้องการผลลัพธ์ลึกระดับโครงสร้างผิว พร้อมความกระชับระยะยาว Ultherapy Prime คือตัวเลือกที่เหมาะ
- แต่หากคุณต้องการปรับหน้าเรียวแบบสบาย ๆ เจ็บน้อย เห็นผลไว และไม่ต้องพักฟื้น Oligio คือตัวเลือกที่ลงตัว
ไม่ว่าคุณจะเลือกเทคโนโลยีใด การปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้งเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อประเมินสภาพผิวและเลือกแนวทางที่เหมาะกับคุณ
5 อันดับ มหาวิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในภาคอีสาน
ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด
ประเทศที่ "อยู่ทุกที่" แต่ไม่มีผืนแผ่นดิน
รู้หรือไม่..7 สิ่งอัปโชคไม่ควรมีหน้าบ้าน..สายมูต้องห้ามพลาด
เมืองแห่งขุมทรัพย์! จังหวัดที่มีเหมืองเยอะที่สุดในไทย
ประเทศที่มีขนาดพื้นที่น้อยที่สุดในทวีปเอเชีย
จังหวัดที่เคยใหญ่ที่สุด มีขนาดพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดเดียวมีทั้งเขื่อนผลิตไฟฟ้าและเขื่อนชลประทานมากที่สุดในไทย
ถอดรหัสความเรียบง่ายของ "เทพเหว่ย": อัจฉริยะคณิตศาสตร์ผู้เลือกใช้ชีวิตสมถะ สวนทางโลกวัตถุนิยม
เกาะที่เล็กที่สุดในประเทศไทย
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 1/3/69
10 ประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีภาษีรถยนต์สูงที่สุดในเอเชีย
โอ๊ย...ทำไมมันดูเท่ห์ไม่บันยะบันยังแบบนี้ 'โอกาปิ' สัตว์ที่ดูเหมือนเอาสัตว์ 3 ชนิดมาฟิวชั่นกัน !
หญิงสองคนถูกจับหลังจากเพื่อนบ้านถ่ายภาพพวกเธอกำลังจูบกันในที่สาธารณะ
ข่า สรรพคุณที่มากกว่า “เครื่องต้มยำ” สามารถต้านเซลล์มะเร็งได้
ถอดรหัสความเรียบง่ายของ "เทพเหว่ย": อัจฉริยะคณิตศาสตร์ผู้เลือกใช้ชีวิตสมถะ สวนทางโลกวัตถุนิยม
“หินสีชมพู” ใต้แอนตาร์กติกายาว 100 กม. ตัวแปรลับเร่งละลายน้ำแข็ง-ชี้ชะตาน้ำท่วมโลก
"อาชีพเปลี่ยนชีวิต" ไม่ใช่แค่ฝัน! MaruCHOT เปิดหลักสูตรเข้มข้น พลิกโฉมคนรุ่นใหม่สู่ F&B Service Expert ระดับโลก จบรายได้ดี เที่ยวฟรีรอบโลก สิทธิพิเศษเพียบ!
ดานัง vs ฮอยอัน vs ฟู้โกว๊ก: เลือกเมืองไหนสำหรับทริปองค์กร?
ข้อดีและข้อจำกัดของการฉีด radiesse สำหรับการดูแลผิว
โปรแกรมรักษาฝ้าและฟื้นฟูผิว ที่ Romrawin Clinic
