บทเรียนจากไข้หวัดสเปน อดีตที่สะท้อนปัจจุบัน
เขียนโดย มะม่วงแอปเปิ้ล
ย้อนเวลากลับไปรู้จักกับโรคระบาดครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก นั่นคือ ไข้หวัดสเปน ที่เกิดขึ้นเมื่อ 100 กว่าปีที่แล้ว เพื่อเรียนรู้จากอดีตและเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบัน
ไข้หวัดสเปน หรือ H1N1 ระบาดในปี ค.ศ. 1918 (ตรงกับรัชกาลที่ 6 ของไทย) และคร่าชีวิตผู้คนไปถึง 40-50 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 3 ของประชากรโลกในสมัยนั้น นับเป็นจำนวนผู้เสียชีวิตที่สูงกว่าโรคระบาดร้ายแรงอื่นๆ อย่าง COVID-19 หรือกาฬโรค แม้เริ่มต้นด้วยอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป แต่เมื่อเชื้อกลายพันธุ์ ความรุนแรงก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยมีอาการเลือดออกและเสียชีวิตในเวลาอันสั้น บางรายเสียชีวิตภายในไม่กี่ชั่วโมง การแพร่กระจายรวดเร็วผ่านทางอากาศ คล้ายคลึงกับโรคระบาดในปัจจุบัน
แม้ชื่อจะสื่อถึงสเปน แต่โรคนี้ไม่ได้มีต้นกำเนิดจากที่นั่น จุดเริ่มต้นที่ชัดเจนยังคงเป็นปริศนา เนื่องจากเทคโนโลยีในยุคนั้นยังไม่ก้าวหน้าพอที่จะระบุไวรัสได้ แต่มีการบันทึกการระบาดครั้งแรกในเมือง Haskell County รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ในเดือนมกราคม 1918
การระบาดระลอกสองในเดือนมีนาคม 1918 เกิดขึ้นในค่ายทหาร Funston รัฐแคนซัส ซึ่งเป็นค่ายฝึกทหารใน สงครามโลกครั้งที่ 1 การปกปิดข่าวสารเพื่อรักษาความลับทางทหาร และการเคลื่อนย้ายกำลังพลจำนวนมาก ทำให้เชื้อแพร่กระจายไปทั่วยุโรปและทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ประกอบกับสุขอนามัยที่ย่ำแย่ในสนามรบ ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก
ในช่วงแรก เชื้อไม่แสดงอาการรุนแรงในกลุ่มคนอายุน้อยและแข็งแรง ทำให้ผู้คนยังคงใช้ชีวิตตามปกติและเชื้อแพร่กระจายอย่างเงียบๆ แต่ในช่วงปลายปี 1918 ระหว่างกันยายนถึงธันวาคม เชื้อเกิดการกลายพันธุ์ ทำให้เกิดอาการรุนแรง ผู้ป่วยเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก รัฐบาลสหรัฐฯ พยายามปกปิดข่าวสารและแถลงการณ์เท็จ ทำให้ประชาชนไม่เชื่อถือและเกิดความตื่นตระหนกอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม ในยุคนั้นมีการรณรงค์ให้สวมใส่ หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งคล้ายกับ "New Normal" ของเราในปัจจุบัน
ไข้หวัดสเปนสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็วภายใน 15 เดือน การระบาดระลอกสามในปี 1919 มีความรุนแรงลดลง แม้โรคจะจบลง แต่กลับส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อโลก เชื่อกันว่าอาจเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากประธานาธิบดี Woodrow Wilson ของสหรัฐอเมริกา ล้มป่วยด้วยไข้หวัดสเปนระหว่างการพิจารณาสนธิสัญญาแวร์ซายส์ ทำให้สนธิสัญญาดังกล่าวขาดความเป็นธรรมและนำไปสู่ความขัดแย้งในอนาคต
สาเหตุที่เรียกว่า "ไข้หวัดสเปน" ไม่ใช่เพราะเริ่มที่สเปน แต่เป็นเพราะในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 สเปนเป็นประเทศที่เป็นกลางจึงไม่จำเป็นต้องปิดข่าวการระบาดเหมือนประเทศอื่นๆ ทำให้สเปนเป็นประเทศแรกที่ประโคมข่าวอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเมื่อกษัตริย์ Alfonso ที่ 13 ก็ทรงติดเชื้อด้วย นอกจากนี้ ในสเปนเองเรียกโรคนี้ว่า "ไข้หวัดฝรั่งเศส" ส่วนในประเทศอื่นก็เรียกแตกต่างกันไป สะท้อนให้เห็นถึงการคาดเดาและตำหนิกันในยุคนั้น
เรื่องราวของไข้หวัดสเปนเป็นเครื่องเตือนใจว่าโรคระบาดสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้
เขียนโดย มะม่วงแอปเปิ้ล
5 อันดับห้างสรรพสินค้า ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
สภาพ “เอริญ” วง ENO เขมร เงียบเหงาช่วงสงกรานต์ หลังไร้งาน ไม่มีคอนเสิร์ต
โรงเรียน"ลอยน้ำ"แห่งเดียวในประเทศไทย
10 ขนมไทยโบราณ หาทานยาก แต่รสชาติยังตราตรึง
ลงทุนน้อย ไม่เน่าไม่เสีย! เปิดวาร์ป 5 ไอเดีย "ของขายตลาดนัด" ซื้อง่ายขายคล่อง เก็บได้ยาวๆ ไม่มีขาดทุน
รู้ไหม? มีจังหวัดในไทยที่มีแค่ 3 อำเภอเท่านั้น เล็กแต่มีเสน่ห์เกินตัว
จังหวัดไหนบ้างที่เคยร้อน จนอุณหภูมิแตะ 44°C ขึ้นไป
4 จังหวัด ไม่ติดทะเล แต่มีหาดทรายขาวจั๊วะ
5 จังหวัด เมืองเกษียณ ที่คนวัย 30+ แห่ไปจองที่ดิน ค่าครองชีพถูก
5 จังหวัด ค่าครองชีพโหดที่สุดในไทย เงินเดือน 3 หมื่นบางที่ยังเกือบไม่รอด
10 มหาวิทยาลัยรัฐฯ ที่เก่าแก่สุดในไทย
ธงชาติที่ไม่ใช่ทรงสี่เหลี่ยม เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่มีในโลก
"ข้าวเม่าทอด"ของทานเล่นที่อร่อยและมีประโยชน์
สายพันธุ์ไก่ที่ถือว่าหาได้ยากและเป็นที่ต้องการมากที่สุด
"หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์" วิ่งฮาล์ฟมาราธอนที่ปักกิ่ง สะดุดล้มอย่างแรง ชิ้นส่วนกระจายไปทั่วพื้น
10 อันดับแทร็กเตอร์ที่แพงที่สุดในโลก
สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย







