มีใครเป็นเหมือนเรามั้ย? ฟังเพลงแล้วชอบมโนเรื่องราวขึ้นมา หลายคนเรียกฝันกลางวัน แต่จริง ๆ น่ากลัวกว่านั้น

เสียงเพลงคือกำลังใจ
เสียงเพลงคือชีวิต
เสียงเพลงคือความฝัน
...จนเหลือจะเชื่อว่ามันสร้างจากความจริง
เชื่อว่าอ่านจนมาถึงตอนนี้ คงจะมีผู้อ่านกำลังอ่านหน้านี้และเสียบหูฟังเล่นเพลงโปรดไปด้วย หรือผู้อ่านบางคนที่อาจจะเป็นห่วงสวัสดิภาพหูของตัวเองหรือไม่มีใครต้องเกรงใจข้าง ๆ ก็เพียงเปิดเพลงให้คลื่นเสียงได้สั่นโสตประสาทตัวเองบ้าง
เราเองก็เป็นคนนึงที่ชอบฟังเพลง แต่ไม่เพียงแต่จะฟังเพียงเพื่อให้เสียงมันออกทางหูเพียงอย่างเดียว แต่ทุกครั้งที่ฟัง หากเป็นเพลงโปรดและอารมณ์ (?) มันได้ จากผู้ฟังก็จะกลายเป็นนักแสดงอย่างรวดเร็ว และไม่เพียงแต่จะนั่งฟังเพลงอยู่เฉย ๆ ก็ยังชอบที่จะเปิดเพลงให้อวัยวะอวบ ๆ หนา ๆ ของตัวเองได้ออกมาโชว์ลวดลายบ้าง (แต่อยู่ในห้องเท่านั้น)
ทว่าเมื่อไม่นานมานี้ เรากลับรู้สึกว่าตัวเองจะ "อิน" กับบทบาทนักแสดงมากไปหน่อย เพราะเมื่อทุกครั้งที่ได้ฟังเพลง ตัวเองก็มักจะเกิดมโนภาพผันแปรไปตามเพลงที่ฟัง เกิดอาการวนรอบห้อง ในสมองก็พลางประมวลผลภาพได้เป็นฉาก ๆ แม้แต่ผนังเปล่าก็สามารถมองเห็นเป็นฉากฟุ้งเฟ้อได้
มันอาจจะเป็นการเติมแต่งจินตนาการที่ราวกับว่าเราได้เป็นตัวเอก MV ที่มีเสียงเพลงเป็นฉากหลัง ทำให้เราเกิดอารมณ์ร่วมจนเอ่อล้น และนั่นก็อาจช่วยเติมเต็มจิตใจของเราที่ได้มาจากความเหนื่อยล้าทั้งทางกายและทางใจได้บ้าง และมันอาจจะเป็นความสุขและความสนุกเล็ก ๆ ที่ได้มาโดยไม่เสียสตังค์เลย... แต่เสียเวลา
เพราะเราตระหนักได้ว่าเราใช้เวลาเป็นชั่วโมงกับการทำสิ่งเหล่านี้... มันทำให้เรารู้สึกเอะใจขึ้นมา จนเราต้องไปหาคำตอบว่า ที่เป็นอยู่นั้นมันปกติมั้ย... และมีใครเป็นเหมือนเราบ้าง?
และนี่จึงเป็นที่มาของ "โรคฝันกลางวัน" หรือ "Maladaptive Daydreaming" ที่หลายคนอาจจะกำลังประสบอยู่แต่ไม่ยักจะรู้ว่ามันผิดปกติ
อาการของโรคนี้มักจะเกิดเมื่อเราได้รับชมสื่อ อาจเป็นได้ทั้ง ภาพเคลื่อนไหว เสียงเพลง หรือคำพูด และได้กระตุกจิตกระชากใจเราขึ้นมาจนนำไปสู่การเหม่อลอยเป็นเวลาหลายชั่วโมง และเห็นภาพในจิตนาการที่เราสร้างขึ้นมาอย่างชัดเจน บางคนอาจได้รับผลกระทบจากการติดนิสัยเหล่านี้ที่มากกว่านั้น นั่นคือ การนอนไม่หลับ หรือ ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
แต่ถึงแม้จะเรียกว่าโรค แต่โรคนี้ก็ไม่ได้จัดเป็นโรคที่ต้องรักษาโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม การเกิดขึ้นของโรคนี้ในหลาย ๆ คนอาจจะมีผลพวงมาจากโรคทางจิตอื่น ๆ หรือในบางคนมันอาจจะเป็นกลไกการป้องการตัวเองจากสังคมแบบหนึ่ง เช่น กลัวการเข้าสังคม
และหากใครที่สังเกตุว่าพฤติกรรมตัวเองอาจเข้าข่ายที่จะเป็นโรคฝันกลางวัน ก็สามารถเริ่มปรับลดละเลิกได้ โดยการสังเกตพฤติกรรมตัวเอง หลีกเลี่ยงการชมสื่อที่ให้เกิดการกระตุ้น พักผ่อนให้เพียงพอและลดการพึ่งพาเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเพื่อส่งเสริมร่างกายให้แข็งแรง... และหากต้องการแก้ไขอย่างจริงจังในบางคนที่เป็นหนักจนกระทบกับการใช้ชีวิตก็ให้ปรึกษาแพทย์
พฤติกรรมบางอย่างที่เราพลันนึกสงสัยขึ้นมาว่าจะมีแค่เรารึเปล่าที่เป็นแบบนั้น แต่จริง ๆ เรากลับไม่ได้เป็นอยู่คนเดียว ดังนั้น หากสิ่งที่เราเป็นจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข ก็ขอให้อย่าหมดกำลังใจ เพราะยังมีหลาย ๆ คนที่กำลังปรับแก้ไปพร้อม ๆ กับเรา
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
หวย AI งวด 1/7/69 พาส่อง “เลขเด็ด” แนวทางเลขมาแรงเอาใจสายมู
แบบทดสอบจิตวิทยา คุณกำลังซ่อน "ศักยภาพ" แบบไหนไว้ในตัวเอง?
10 สมาร์ทวอทช์ที่นิยมที่สุดในปี 2026
ลูกเรือสายการบินไหนรายได้ดีที่สุด? เปิดอันดับ Top 5 ของโลก
10 จักรวรรดิ ที่เคยเป็นมหาอำนาจของโลกก่อนยุคปัจจุบัน
ตํานาน "ผีฟ้า"
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
3 คณะที่โดนรีไทร์มากที่สุดในประเทศไทย
แล็ปท็อปรุ่นไหนแรงที่สุดในปี 2026
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ฟ่าน ปิงปิง ปรากฏตัวในกรุงเทพฯ ลุคหน้าสดที่สยามพารากอน
ความเชื่อ เรื่องแมวดำ
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ

