หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

หินบาลานซ์ Kummakivi ปริศนาแห่งธรรมชาติที่ไม่เคยล้ม

เนื้อหาโดย Boss Panuwat

เรียบเรียงโดย: Boss Panuwat

ความเป็นมาของหินบาลานซ์ Kummakivi

หินบาลานซ์ Kummakivi เป็นลักษณะทางธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจ ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าอันงดงาม ในเขตรูโอโกลาห์ติ (Ruokolahti) เมืองเล็กๆ ในภูมิภาคเซาท์คาเรเลีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศฟินแลนด์ สิ่งที่ทำให้หินนี้โดดเด่นก็คือมันประกอบด้วยหินสองก้อนซ้อนกัน โดยก้อนบนดูเหมือนจะวางตัวอยู่ในตำแหน่งที่ไม่มั่นคง และพร้อมจะกลิ้งลงมาตลอดเวลา แต่ในความเป็นจริง กลับไม่มีอะไรทำให้หินก้อนนี้ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย

ลักษณะเฉพาะของ Kummakivi

คำว่า "Kummakivi" แปลว่า "หินแปลก" ซึ่งเป็นชื่อที่เหมาะสมกับสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาตินี้ ลักษณะของหินสองก้อนนี้แตกต่างกันอย่างชัดเจน ก้อนล่างมีรูปร่างคล้ายเนินโค้งมน และยึดติดกับพื้นดินอย่างแน่นหนา ผิวของหินล่างเรียบลื่นและมีลักษณะโค้งเว้า ในขณะที่หินก้อนบนซึ่งมีขนาดใหญ่ดูเหมือนจะทรงตัวอยู่บนจุดสัมผัสที่เล็กมาก ทำให้ดูราวกับว่ามันกำลังแสดงการทรงตัวอย่างเป็นไปไม่ได้

ความสงสัยที่ไม่เคยมีคำตอบ

ทุกคนที่ได้เห็นหินบาลานซ์ Kummakivi เป็นครั้งแรกมักจะเกิดคำถามในใจว่าทำไมมันถึงไม่ล้ม แม้ลักษณะของหินก้อนบนจะดูเหมือนจะพร้อมกลิ้งลงมาเสมอ แต่หินกลับยึดติดอยู่ในตำแหน่งเดิมมานานหลายพันปี นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการเกิดลักษณะนี้อาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการธารน้ำแข็งในยุคน้ำแข็ง ที่เคลื่อนย้ายหินก้อนใหญ่ไปยังตำแหน่งนี้และทิ้งไว้ในลักษณะปัจจุบัน

ความเชื่อในยุคโบราณ

ชาวบ้านในยุคโบราณที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มักจะเกิดความสงสัยเกี่ยวกับหินก้อนนี้เช่นกัน และพยายามหาคำอธิบายตามความเชื่อของตน หลายคนเชื่อว่าหินบาลานซ์ Kummakivi เป็นผลงานของสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ เช่น ยักษ์หรือเทพเจ้า ที่วางหินนี้ไว้เพื่อแสดงพลังของพวกเขา ความเชื่อเหล่านี้ยังคงเป็นเรื่องราวที่ถูกเล่าขานมาจนถึงปัจจุบัน

บทสรุป

หินบาลานซ์ Kummakivi ไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์ของความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดความสนใจจากผู้คนทั่วโลก แม้ว่าจะยังไม่มีคำอธิบายที่แน่ชัด เกี่ยวกับวิธีการที่หินนี้เกิดขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ Kummakivi เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่ทุกคนควรได้สัมผัสด้วยตาตนเอง

© 2024 Boss Panuwat

เนื้อหาโดย: Boss Panuwat
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Boss Panuwat's profile


โพสท์โดย: Boss Panuwat
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน“รอยบากบนกรรไกร” ไม่ได้มีไว้ประดับ — ผู้รู้ชี้ ใช้เป็นแล้วช่วยงานครัวได้สารพัดอำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุดธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งยกเลิกข้อความไม่ได้ไม่ใช่เครื่องพัง แต่เพราะ “หมดเวลา” ไขข้อสงสัย LINE ปี 2569 ที่คนใช้ไลน์ทุกคนควรรู้เปิดตำราภูมิปัญญาแม่บ้านรุ่นเก๋า! แค่ตั้ง “ถ้วยน้ำ” ไว้จุดนี้ กลิ่นทอดกลิ่นผัดหายสนิท ครัวโล่งเหมือนไม่เคยจุดเตา — ไม่ง้อเครื่องดูดควันเมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชา"เฮง คิมลาย" อัดคลิปเดือดจาก ออสเตรเลีย หากประเทศไทยนำ 3 จังหวัดที่อยู่เขมรคืนไปได้ พร้อมกลับไปเป็นคนไทยทำความรู้จัก 10 ชาติพันธุ์ อัตลักษณ์แห่งที่ราบสูงโคราชหลังจากใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำ นักธรณีวิทยาก็ได้ค้นพบสาขาชีววิทยาใหม่โดยไม่ตั้งใจเส้นทาง 'แป้งนาน' จากโอชาในรั้ววัง สู่ขนมปังยอดนิยมระดับโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
"สตาร์วอร์" ใกล้เข้ามาแล้ว! จีนคิดการใหญ่หวังสร้างยานแม่ในอวกาศ..ใช้บรรทุกเครื่องบินทหารสนามบินที่มีขนาดเล็กที่สุด ที่ยังคงเปิดให้บริการอยู่จริงบนโลกเปิดตำราภูมิปัญญาแม่บ้านรุ่นเก๋า! แค่ตั้ง “ถ้วยน้ำ” ไว้จุดนี้ กลิ่นทอดกลิ่นผัดหายสนิท ครัวโล่งเหมือนไม่เคยจุดเตา — ไม่ง้อเครื่องดูดควัน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทึ่งทั่วไทย : "พุทธมณฑล" แห่งจังหวัดตราด สถานที่รวมใจของชาวพุทธในแดนใต้อีกแห่งหนึ่งเกร็ดความรู้พืชพรรณไม้น่าสนใจ "ดอกนางพญาเสือโคร่ง" กับ "ดอกซากุระ" แตกต่างกันอย่างไรหนังผีสุดโด่งดังของประเทศไทย ที่ถูกนำไปผลิตซ้ำในต่างประเทศปลาพันธุ์ที่มีขนาดเล็กที่สุด เท่าที่เคยถูกค้นพบบนพื้นผิวของโลก
ตั้งกระทู้ใหม่