หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

อสูรกายแห่งเอนฟิลด์: อสูรพิลึกระทึกเมือง

โพสท์โดย samuraimasterj

ความกลัวของคุณคืออะไร?

มนุษย์เรามักจะมีความกลัวต่อสิ่งลี้ลับและสิ่งที่เราไม่รู้จักอยู่เป็นทุนเดิม ยิ่งถ้าสิ่งที่เห็นไม่สามารถตีความด้วยสมองเข้ากับสิ่งที่เรารับรู้ได้นั้น ก็สร้างความกลัวไม่น้อย และมนุษย์ก็สร้างตำนานสัตว์ประหลาด อสูรกายมาเพื่ออธิบายสิ่งที่เราไม่รู้จักอีกด้วย วันนี้ เราจะพาทุกท่านไปยังเมืองเอนฟิลด์ เมืองแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ที่ว่ากันว่ามีอสูรกายตัวหนึ่งที่มีหน้าตาพิลึกพิลั่นออกมาอาละวาดอยู่ มันคือตัวอะไรกันนะ?

เมืองเอนฟิลด์ (Enfield city) รัฐอินเดียน่า (Indiana) วันที่ 25 เดือนเมษายน ปี ค.ศ. 1973 เวลา 21:30 น. เฮนรี่ แม็กโดนัลด์ (Henry MacDonald) เดินทางกลับมาบ้านจากที่ทำงาน เมื่อเข้ามาที่บ้านเฮนรี่ก็เจอกับลูกๆ ทั้งสอง ลิลและเฮนรี่จูเนียร์กับภรรยากำลังกอดกันตัวกลมด้วยความกลัว เมื่อถามเด็กๆ จึงได้ความว่า มีสัตว์บางอย่างมาตะกุยข่วนประตูหน้าบ้านของเขา เฮนรี่ที่สงสัยและต้องการแก้ปัญหาจึงลุกขึ้นไปพร้อมปืนลูกซองและไฟฉาย เขาเปิดประตูบ้านออกไปที่สนามหลังบ้านและเจอกับสัตว์ตัวหนึ่ง

มันมีสีเทาอมเขียว ตาสีแดงสุกสว่างสะท้อนแสง มีขาหน้าขนาดเล็กที่งอเข้าหาตัว ขาหลังยาวงอพับ ตัวงอขนานกับพื้น ในปากมีฟันแหลมคม มีขนขึ้นหรอมแหรมและมีหางยาว ที่หางมีกรงเล็บที่ดูเผินๆ แล้วจะคล้ายขาข้างที่สาม สัตว์ประหลาดตัวนั้นขู่ให้กับเฮนรี่ด้วยเสียงแหลมคล้ายแมวป่า นั่นทำให้เขาตัวแข็งทื่อไม่กล้าทำอะไร

จากนั้นสัตว์ตัวนั้นก็หันหลังวิ่งไปที่ถนนและรางรถไฟติดป่าหายเข้าไปในแมกไม้ เฮนรี่แจ้งตำรวจและนายอำเภอเข้ามาดู พวกเขาพบเพียงรอยขีดข่วนที่หน้าต่างและรอยเท้าสามอันที่ดูเหมือนรอยเท้าสุนัข และหลังจากเฮนรี่เจอสัตว์ประหลาดตัวนี้ไป ที่บ้านหลังถัดไปมีการโจมตีเกิดขึ้นให้หลังจากนั้นอีกสามสิบนาที เด็กชายในชุมชนถูกสัตว์ลักษณะแบบเดียวกันเข้าทำร้ายแย่งรองเท้าผ้าใบไปกัดทิ้ง โชคดีที่เด็กคนนั้นไม่ได้บาดเจ็บและหนีรอดมาได้

ทว่าเฮนรี่เองก็ได้มีเหตุต้องมาเจอกับอสูรกายตัวนี้อีกครั้ง เจ็ดวันหลังจากการพบเจอครั้งแรก เฮนรี่เห็นเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้ยืนอยู่บนรางรถไฟคล้ายกับชะเง้อหาบางอย่าง เขากลัวมากและรอบนี้เขาตัดสินใจวิ่งหันหลังกลับบ้านไปด้วยความเร็วทิ้งมันเอาไว้ หลังจากนั้นหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นก็รายงานการพบเห็นนี้ เหล่าชาวเมืองจึงตั้งชื่อมันว่า อสูรกายแห่งเอนฟิลด์ ตามชื่อของเมืองที่พบมันนั่นเอง

หลังจากนั้นไม่นาน รอย โพชาร์ด (Roy Poshard) นายอำเภอของเมืองจึงออกตามหาความจริง และติดประกาศรางวัลให้คนที่สามารถตามล่าหรือจับตัวสัตว์ประหลาดตัวนี้ได้ไม่ว่าเป็นหรือตาย จะมีเงินค่าหัวให้ 1 ล้านดอลลาร์ เมืองนี้จึงมีนายพรานและกลุ่มนักล่าเข้ามามากมาย ไมค์ โมเกิ้ล (Mike Moggle) และ โรเจอร์ แทร์ปปี้ (Roger Trappy) สองนายพรานได้เข้ามาล่าสัตว์ประหลาดตัวนี้ เขาเองก็ได้พบเจอกับอสูรกายเอนฟิลด์เช่นกัน แต่มันเคลื่อนที่วิ่งตัดไปใต้พุ่มไม้อย่างรวดเร็วและหายลับไปจนยิงตัวมันไม่ทัน หลังจากนั้นจึงมีพรานที่มาแสวงโชคเพื่อหวังจะจับสัตว์ตัวนี้ แต่ก็คว้าน้ำเหลวทุกราย

ต่อมาในวันที่ 6 เดือนพฤษาคม ปี 1973 ริค เรนโบว์ (Rick Rainbow) เจ้าหน้าที่รายการข่าววิทยุท้องถิ่นชื่อดังต้องการจะพาทีมของเขามาถ่ายทำและถ่ายภาพของสัตว์ประหลาดตัวนี้ เขาจึงนำทีมสำรวจมาที่รางรถไฟติดป่าประจำเมืองในจุดที่คนพบเห็น และก็ได้เห็นสัตว์ประหลาดสีเทาอมเขียวตัวนั้นปรากฏตัวขึ้นมา มันร้องเสียงแหลมสูงและวิ่งหายเข้าป่าไปก่อนที่ตากล้องจะทันจับภาพของมันได้

ต่อมานั้นเอง ลอเรน โคลแมน (Loren Coleman) นักสัตว์ลึกลับวิทยาได้เดินทางมาตามหาอสูรกายเอนฟิลด์เช่นกัน เขาไม่ได้พบอะไรเลยนอกจากเสียงร้องแหลมสูงที่ดังก้องทั่วป่า และหลังจากการเข้ามานั้นเอง อสูรกายแห่งเอนฟิลด์ก็หายตัวไปและไม่มีการพบเจออีกเลยตราบจนทุกวันนี้ 

หากว่าตามทษฏีที่นักสัตว์ลึกลับวิทยาตั้งขึ้น อสูรกายแห่งเอนฟิลด์อาจจะเป็นสัตว์จำพวกเสือพูม่า หมี หมาป่า หมาไคโยตี้ หรือแร็คคูนที่กลายพันธุ์จนพิกลพิการและออกมาหาอาหารตามเขตชุมชน แต่บางคนก็โยงไปว่ามันอาจจะเป็นสัตว์จำพวกไดโนเสาร์ขนาดกลางกลุ่มโดรเมโอซอริดที่เคยอาศัยในทวีปอเมริกาเหนือในช่วง 115 ล้านปีที่แล้ว เช่น ยูทาห์แรปเตอร์ หรือ ไดโนนีคัส และก็อาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตจากการทดลองลับของรัฐบาลหรือสิ่งมีชีวิตนอกโลกก็เป็นได้ ทุกวันนี้เรื่องนี้ก็ยังเป็นปริศนาและยังไม่มีใครสามารถสรุปได้ว่ามันคือตัวอะไรกันแน่ แต่ไม่แน่ มันอาจจะยังคงอยู่และหลบซ่อนจากมนุษย์อยู่ในป่าที่เมืองเอนฟิลด์ก็เป็นได้....

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
samuraimasterj's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 215 ครั้ง
โพสท์โดย samuraimasterj
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569รักหมู่ก็มีในธรรมชาติ! 10 สัตว์ที่รวมตัวผสมพันธุ์พร้อมกัน สน Bristlecone ต้นไม้ที่ “ยอมตายทีละส่วน”เคล็ดลับประหลาดที่ช่วยให้มันมีชีวิตได้นานถึง 5,000 ปี108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง“Fern” พืชที่ขโมยดีเอ็นเอจากสิ่งมีชีวิตอื่น จนเอาชีวิตรอดใต้ป่ามืดได้สำเร็จมหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบกระดาษโน้ตยับ ๆ แผ่นเดียว ราคากว่า 30 ล้านบาท! ลายมือเขียนเพลง “Hey Jude” ของพอล แม็กคาร์ตนีย์ ที่แพงยิ่งกว่าบ้านหรูมากกว่าเรื่องสืบพันธุ์ 10 สัตว์ที่รู้จักใช้ “Sex Toy” เพื่อความฟิน10 สัตว์ที่ยิ่งโตยิ่งมีราคา จากตัวธรรมดาสู่ทรัพย์สินมูลค่าหลักล้าน10 เมืองใต้ดินในตำนานของไทย ที่ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้พริกฮาบาเนโร แคโรไลนา รีเปอร์ ความจริงของสารแคปไซซิน อาวุธที่พืชสร้างขึ้นเพื่อ “เผาปากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม”
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สน Bristlecone ต้นไม้ที่ “ยอมตายทีละส่วน”เคล็ดลับประหลาดที่ช่วยให้มันมีชีวิตได้นานถึง 5,000 ปี3 หมู่บ้านริมหน้าผาวิวอลังการ จากอิตาลี ฝรั่งเศส และสเปน10 เลขขายดี "สลากพารวย" งวดวันที่ 1 สิงหาคม 69..อยากรวย ซื้อหวยด่วน!!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด Creepy Info: ท่องตำนานสยองขวัญ
10 สัตว์โลกที่เคยถูกเข้าใจว่าเป็นสัตว์ประหลาดในนิทานเท่านั้น พาร์ท 2มนุษย์กิ้งก่าแห่งสเก็ปออร์: ความสยองใต้ผิวตะปุ่มตะป่ำเลอ มาร์คเช่ เดส์ เฟติเชอร์ส ตลาดวูดูแห่งโตโก10 สัตว์โลก ที่เคยถูกเข้าใจว่าเป็นสัตว์ประหลาด ในนิทานเท่านั้น พาร์ท 1
ตั้งกระทู้ใหม่