ฮาวทูเตรียมบทพูด-บทสัมภาษณ์ก่อนโดนถามจริ๊ง?? มหาวิทยาลัยดังกทม
เขียนโดย afq255
สวัสดีครับ 
ก่อนอื่นผมเองเป็นเด็กม.6คนนึงที่มีความใฝ่ฝันเหมือนคนอื่นๆเลยครับ อย่างว่าผมเองก็อยากที่จะเข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยซึ่งเหมือนเด็กๆทั่วไป
เมื่อผมได้อยู่ในภาคเรียนที่1ของม.6 ผมอยากจะบอกให้กับทุกคนว่าเรานั้นควรชัดเจนกับตัวเราเองว่าเรานั้นอยากที่จะเข้าต่อในระดับไหน คณะอะไร และมีเป้าหมายอะไรต่อในอนาคต เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก การที่เราวางแผนตั้งแต่เนินๆ จะทำให้เราได้เปรียบเป็นอย่างมาก
คณะอะไรที่คุณอยากเข้าในอนาคต และคุณมีแพลนว่าจะเป็นอะไรและประกอบอาชีพอะไรในอนาคตอีกด้วย
ก่อนอื่นเลยการที่เราจะตั้งคำถามหรือเก็งคำถามให้กับตัวเองนั้นเราต้องรู้ตัวเราเองให้ชัดเจนดีก่อนเลย
ต่อไปนี้ผมได้เรียบเรื่อง 3 คำถามที่คุณจะสามารถจะเจอได้ในการสัมภาษณ์มหาลัยและรวมถึงการสัมภาษณ์การเข้าทำงานแต่ผมจะเน้นไปในทางสัมภาษณ์เข้าศึกษาต่อในระดับมหาลัยนะครับ ิิ
คำถามข้อที่ 1 :
การแนะนำตัวเอง/เชิญแนะนำตัวเองให้ผมรู้จัก
⭐️ เวอร์ชั่นภาษาไทย : การแนะนำตัว ทริคของผมง่ายเลยๆ คือการกล่าวทักทายก่อน และจะเริ่มตัวชื่อจริงหรือชื่อเล่นก่อนก็ได้ และจะตามด้วยชื่อเต็มของเราหรือชื่อเล่น (สวัสดีครับ/ค่ะ ผม/ดิฉัน ชื่อนาย/นางสาว เอบีซีดี เอฟจี หรือจะเรียกผม/ดิฉัน ว่า เอบี และเล่าเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาหรือโรงเรียนนิดหน่อย (ผมศึกษาอยู่ที่โรงเรียน… ชั้น…) ต่อมาก็เป็นในเรื่องของการทำกิจกรรม ในโรงเรียนหรือผลงานที่ตนเองทำนั้นเอง(ผมได้มีโอกาสเป็นประธานในกิจกรรมชมรมชีววิทยาในโรงเรียน) และอยากให้บอกเรื่องความสามารถพิเศษและที่สำคัญผมอยากให้เสริมเรื่อง เกี่ยวกับ • ทำไมถึงอยากเข้าคณะนี้ • ทำไมถึงต้องเป็นมหาวิทยาลัยนี้ • ความใฝ่ฝัน • เป้าหมายในการเข้าศึกษา • เป้าหมายในการสำเร็จการศึกษาจะประกอบอาชีพอะไรต่อไปในอนาคต สิ่งเหล่านี้อยากให้ทุกคนเลือกมา1อันก็ได้แล้ว เพราะคำถามเล่านี้จะเป็นเรื่องเล่าในการแนะนำตัวเพื่อที่จะเป็นการ #สร้างความชัดเจนและเป็นคนที่แน่วแน่มีเป้าหมายที่แท้จริง และเหมาะสมจริงๆที่เขาจะรับคุณ และที่สำคัญตัวเราเองจะเป็นคนที่จะสร้างคำถามในการสัมภาษณ์เราต่อไป ยิ่งเราทำตัวให้เขาน่าภูมิใจตื่นเต้น มากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้เขาสนใจในตัวคุณมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นจงสร้างตัวคุณเองด้วยคำพูดที่ดึงดูดผู้ฟัง
⭐️ เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ :
ในส่วนคำตอบที่ผมเตรียมอยากมอบให้กับทุกคนก็จะประมาณนี้ ถ้าหากมีการเขียนตกหรือผิดพลาดก็ขออภัย ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
คำถามข้อที่ 2 : ทำไมถึงเลือกเข้าในคณะ/สาขานี้
แน่นอนว่าต้องโดนคำถามนี้แต่ส่วนน้อยที่จะไม่โดนเพราะกรรมการต้องการที่จะรู้ว่า เหตุใดหรือจุดประกายของคุณคืออะไรที่อยากจะเข้าในคณะนี้จริงๆ และผมอยากให้คุณตอบในเชิงความคิดเห็น/ความรู้สึกจริงๆที่อยากจะเข้าไป พร้อมความมั่นใจในการตอบคำถามนี้
(ในช่วงตั้งแต่เด็กผมได้ชื่นชอบในการต่อเลโก้ ต่อหุ่นยนต์ เมื่อผมได้เติบโตทำให้ความฝันของผมเริ่มชัดเจนและสิ่งที่ผมทำในวัยเด็กทำให้นึกถึงย้อนคืนกลับมาว่า สักวันผมต้องเป็นวิศวกรที่ดีในอนาคตเพื่อประเทศชาติจะได้เจริญ) #คร่าวๆประมาณนี้ครับ แนวนี้จะบอกถึงจุดประกายความฝันที่อยากทำโดยเกิดจากการกระทำในวัยเด็ก และบอกถึงความต้องการในอนาคต/บอกเมื่อจบไปจะทำอะไร ประมาณนี้
(ความฝันของผมที่อยากจะเป็นหมอเพราะในช่วงระดับมัธยมผมได้เข้าฝึกงานในโรงพยาบาล เป็นเวลา20วัน ซึ่งทำให้ผมได้คลุกคลีกับการทำงานของโรงพยาบาลและผมก็เป็นคนคนนึงที่ชอบในการเรียนรู้ชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ และคณิตศาสตร์ จนสิ่งที่ผมชอบผลักดันผมจนทำให้ผมได้เป็นตัวแทนในการแข่งขันวิชาการต่างๆของโรงเรียน รวมถึงได้เข้าร่วมค่ายวิชาการอีกด้วยครับ) แนวนี้จะบอกถึงจุดประกายฝันในช่วงระยะหนึ่งของชีวิตในวัยเรียน รวมถึงบอกความถนัดความชอบจนสิ่งเหล่านี้ผลักดันจนตนเองได้เข้าแข่งขันต่างๆนั้นเอง
คำถามข้อที่ 2 ทุกคนสามารถที่จะเพิ่มเติมได้เลย ผมยกตัวอย่างมาเพื่อที่จะได้เห็นแบบในการแบบสัมภาษณ์ครับ ิิ
คำถามข้อที่ 3 : ข้อมูลของมหาวิทยาลัย
ข้อนี่อาจจะต้องเตรียมให้มากๆหน่อย เพราะเราเองอาจจะไม่รู้ว่าจะโดนคำถามไหน แต่หากเราเตรียมมาเยอะเชื่อครับ เราจะเป็นคนที่มีข้อมูลที่แน่นและจะทำให้กรรมการเห็นว่าเราเตรียมข้อมูลของมหาลัยนั้นได้ดี
ไม่ว่าจะเป็น หลักสูตรการศึกษา / วิชาที่จะต้องเรียนในคณะนั้น / ค่าเทอม***(ย้ำอาจจะถามได้) / ผอ,ดร,ผู้บริหาร ต่างๆของคณะรวมถึงกรรมการ ชื่อ(จำเฉพาะหลักๆพอ ไม่ต้องมาก) /เรียนกี่ปี/ อาจจะจำสีประจำคณะ,ดอกไม้ประจำคณะ,สัญลักษณ์ประจำคณะ /มหาลัยนี้เด่นในด้านไหน** อยากให้เตรียมด้วย /จบแล้วสามารถทำงานอะไรได้บ้าง(ขึ้นอยู่กับการเตรียมบท/เป้าหมายของตัวเอง ว่าจริงๆฉันมาเรียนคณะนี้ต้องการเป็นแบบนี้ๆ) ประมาณนี้อาจจะมีอีก แต่เท่าที่ไปสัมภาษณ์มีประมาณนี้ครับ
เรียบร้อยครับ
อีกอย่างคำถามที่อาจจะโดน ก็อาจจะเป็น พวกอีก10ปีจะประกอบอาชีพอะไร/มองตัวเองยังไงในอีก4ปีข้างหน้า(คำถามเชิงวัดความมั่นใจในการบรรลุเป้าหมาย)/ หรืออาจะแนะนำผลงานของตัวเองก็ได้นะครับ แต่บางครั้งกรรมการจะถาม ลองแนะนำผลงานที่ชื่นชอบ/ผลงานนอกโรงเรียนมีอะไรบ้าง/ผลงานในโรงเรียนมีอะไรบ้าง/ผลงานที่สามารถพัฒนาต่อไปได้/ผลงานที่สร้างภาวะความเป็นผู้นำ การทำงานร่วม มีอะไรบ้าง เหล่านี้จะเป็นคำถามเสริมที่จะวัดถึงประสิทธิภาพของผู้สัมภาษณ์ได้อีกด้วย
และสุดท้ายจะเป็นคำถามว่า
มีอะไรจะถามไหม?
เราอาจจะตอบว่าไม่มีครับ/มีครับ แต่ อยากให้ถามในเชิงให้กรรมการคิดว่าเด็กนี้สนใจในคณะเราจริงๆ เช่น อจ.พอจะมีทุนในคณะไหมครับ /อจ.พอจะมีสถานที่ที่พักผ่อนผ่อนคลายในรอบๆคณะไหมครับ/หรือๆๆๆ อจ.อยากแนะนำหรือติชมในเรื่องสัมภาษณ์ของหนู/ผมตรงไหนบ้าง อะไรประมาณนี้
สุดท้ายนี้ผมจะบอกว่า การเตรียมความพร้อมที่ดีนั้นเป็นอีก1ขั้นในความสำเร็จแล้ว ยังไงก็อยากให้ทุกคนเต็มที่กับการสัมภาษณ์นะครับ หวังว่าอยากให้ทุกคนมั่นใจและยิ้มแย้ม ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องกดดัน เป็นตัวของตัวเองคือดีที่สุด และไม่ต้องดัดตัวเอง และข้อสำคัญคือ บุคลิกภาพ การเดิน การนั่ง การทักทาย ยังไงก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นแรงผลักดัน และเป็นทริคเล็กๆน้อยๆให้กับคนที่มาอ่านนะครับ หวังว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จและผ่านในการสัมภาษณ์ด้วยครับ สู้สู้ครับผม~



5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
มีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?
ภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้
ประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
ย้อนวันวาน “7 สีคอนเสิร์ต” เวทีในตำนาน! เริ่มต้นด้วยคู่ขวัญ มยุรา เศวตศิลา – ธงไชย แมคอินไตย์ ครองใจคนไทยทั้งประเทศ
เกาะที่ไม่มีรถยนต์
บุคคลที่ร่ำรวยและมีทรัพย์สินมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของไทย
มหาวิทยาลัยและสาขา ที่ค่าเรียนแพงที่สุดในประเทศไทย
สงกรานต์รถแน่นมาก! 9 ทริคขับกลับบ้านให้ถึงแบบไม่เหนื่อยและปลอดภัย
"ช่องแคบฮอร์มุซ" จุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก
แนะนำซีรีส์จีนสุดฮิต ประทีปรักเหนือสองภพ (Love Beyond The Grave)
ป้าชาวจีนยืนโซ้ยบะหมี่หน้าตาเฉย กลางวงคนที่กำลังทะเลาะกันอย่างดุเดือด ระดับความอยากรู้นี้ ทำเอาโซจึ้งไปเลย!







