หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

จริงแล้วปลาดอลลี่ที่เรากิน จริงๆแล้วมันคือปลาชนิดนี้

เขียนโดย film8844

                                  

                                              จริงแล้วปลาดอลลี่ที่เรากิน จริงๆแล้วมันคือปลาชนิดนี้

                  ปลาดอลลี่ ชื่อปลาที่ทุกคนคุ้นหูกัน  ที่ฟังแล้วดูเหมือนปลาทะเลสายพันธ์นอกราคาแพงหายาก ไม่ว่าจะนำมาทำ ต้มยำปลาดอร์ลี่ ปลาดอร์ลี่ลวกจิ้ม หรือเมนูต่างๆ หลากหลายเมนู แต่เพื่อนๆ รู้กันหรือไม่ว่า ปลาดอร์ลี่แท้ที่จริงแล้ว ลักษณะของตัวปลามันเป็นยังไง

                ปลาดอร์ลี่ ที่มีเนื้อขาว หน้าตาน่าทาน ที่เราเห็นในเมนูในร้านอาหารเกือบทุกร้าน แต่แท้ที่จริงแล้วมันคือ ปลาสวายขาว แต่คนขายไม่ได้มีจุดประสงค์จะหลอกผู้บริโภค ทุกอย่างเกิดจากความเข้าใจผิด เรื่องราวของปลาสวายขาวเมื่อเข้าสู่วงการถูกเปลี่ยนสายพันธ์ให้เป็นปลาดอร์ลี่มันเป็นอย่างไรนั้น ดูรายละเอียดดังนี้

                      เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับปลาดอร์รี่กันก่อนเลย ซึ่งเจ้าปลาดอร์รี่มีสายพันธุ์ทั้งหมด 2 สายพันธุ์ด้วยกัน

                 1.จอห์น ดอร์รี่ (John Dory) มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Zenopsis conchifer เป็นปลาดอร์รี่สายพันธุ์หนึ่งที่อาศัยอยู่ในน้ำลึกของมหาสมุทรแอตแลนติกและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เนื้อแน่น รสชาติอร่อย แต่ที่เราไม่นิยมนำปลาดอร์รี่สายพันธุ์นี้มารับประทานกันนั้นก็เป็นเพราะว่า มันมีราคาที่ค่อนข้างสูงนั่นเอง รูปข้างล่างคือ จอห์น ดอร์รี่ หรือ ปลาดอร์รี่ของจริงแพนกาเซียส ดอร์รี่ เป็นปลาดอร์รี่ที่ขายกันมาก

                                                 

                 2.บ้านเรา มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Pangasius hypophthalmus หรือผู้นำเข้าเรียกว่า แพนกาเซียส ดอร์รี่ (Pangasius Dory) ที่มีการเติมคำว่า “ดอร์รี่” ลงไปเพื่อให้มีความหมายว่าเป็นปลาสวายเนื้อขาว ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับปลาสวาย เป็นปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำจืดซึ่งมันจัดอยู่ในกลุ่มของปลาสวาย ที่มีการปรับปรุงสายพันธุ์ให้มีรสชาติที่ดีขึ้น และมันก็อยู่ในตระกูลเดียวกันกับปลาเทโพและปลาคัง แต่เรามักจะเรียกกันสั้นๆว่า ปลาดอร์รี่ นั่นเอง

                                               

ปลาดอร์รี่ก็เป็นปลาสายพันธุ์เดียวกันกับปลาสวายที่อยู่ในประเทศไทยของเรา แต่มีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า “แพนกาเซียสดอรี่” แต่ปลาดอร์รี่ จะแตกต่างจากปลาสวายในประเทศไทยของเรา ตรงที่ปลาดอร์รี่นั้นเป็นปลาที่นำเข้ามาจากประเทศเวียดนาม มีการปรับปรุงสายพันธุ์ให้มีรสชาติที่ดีขึ้น และมีกระบวนการเลี้ยงปลาดอร์รี่ที่ต่างจากปลาสวายของประเทศไทยเราซึ่งรวมไปถึงสภาพแวดล้อมในการเลี้ยงที่ต่างกันอีกด้วย เชื่อว่าปลาดอร์รี่ได้มีการเลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่ดีกว่าจึงเป็นสาเหตุที่เนื้อของปลาดอร์รี่มีสีขาวสะอาดน่ารับประทาน นอกจากนี้เนื้อของมันยังแน่นและมีไขมันน้อยที่สำคัญเลยก็คือปลาดอร์รี่นั้นจะไม่มีกลิ่นคาวเหมือนกับปลาสวายและยังมีคุณค่าทางโภชนาการอีกด้วย จึงทำให้ในตอนนี้ปลาดอร์รี่นั้นกำลังเป็นที่นิยมนำมาปรุงเป็นเมนูอาหารต่างๆ มากมาย

                  ประโยชน์ของปลาดอลลี่

                          -  ปลาดอร์รี่เป็นปลาที่มีเนื้อแน่น ไขมันน้อยและไม่มีกลิ่นคาว

                          - มีสารอาหารที่ช่วยป้องกันโรคร้าย : ทั้งกรดไขมัน, โอเมก้า 3, DHA, วิตามิน หรือ แคลเซียม เป็นต้น สารอาหารเหล่านี้มีส่วนช่วยอย่างมากในการป้องกันโรคต่าง ๆ รอบตัวเรา เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจลดลง, หัวใจล้มเหลว, อัมพาต, มะเร็งลำไส้ใหญ่, โรคกระดูกพรุน หรือโรคอัลไซเมอร์

                          - ปลาดอร์รี่มีราคาถูก หาซื้อได้ง่าย

                 *สรุปได้ว่าดอร์รี่ไม่ใช่ปลาสวาย แต่มันเป็นปลาที่มีสายพันธุ์เดียวกัน และปลาดอร์รี่ก็มีคุณค่าทางโภชนาการและสารอาหารมากมายนอกจากนี้ปลาดอร์รี่ยังเป็นปลาที่มีราคาไม่สูงมาก สามารถหาซื้อได้ง่ายอีกด้วย

 

โพสท์โดย: film8844
อ้างอิงจาก:https://maanow.com/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
film8844's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 47,498 ครั้ง
เขียนโดย film8844
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
20 VOTES (5/5 จาก 4 คน)
VOTED: ลิลลี่ ไมโครนอส, ไปเซเว่นเอาอะไรไหม๊, Pointofview, โยนี กีใหญ่
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้ถอดรหัส “เมนูมื้อสุดท้าย” เมื่อ 5,000 ปีก่อน! นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานคราบอาหารในหม้อบรอนซ์โบราณ ชี้ชนชั้นสูงยุคบรอนซ์จัดงานเลี้ยงสุดอลังการบอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-610 เลขขายดี "สลากใบแดง" งวดวันที่ 1 กันยายน 25695 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AIสุดช็อก! “โดนัท ณฐอร” พริตตี้–นางแบบสาวชื่อดัง จากไปกะทันหัน เปิดสาเหตุสุดเศร้าเช็ก 5 ลายเซ็นที่ความเชื่อโบราณมองว่าเก็บเงินไม่อยู่จริงหรือไม่ ที่ "ตุ๊กแก"กัดแล้ว มันจะไม่ปล่อยจนกว่าจะได้ยินฟ้าร้อง ?5 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปีเปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?ชาวบ้านฮือฮา! “พระสิวลี” ลอยมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนมาติดหน้าวัด สายมูไม่พลาดส่องเลขเด็ดไวรัลทั้งโซเชียล! คนดูนั่งอยู่คนเดียว แต่ “น้องช้าง” ยังแสดงเต็มที่ ส่องเบื้องหลังฟาร์มจระเข้ฯ ที่หลายคนไม่เคยรู้
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ถอดรหัส “เมนูมื้อสุดท้าย” เมื่อ 5,000 ปีก่อน! นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานคราบอาหารในหม้อบรอนซ์โบราณ ชี้ชนชั้นสูงยุคบรอนซ์จัดงานเลี้ยงสุดอลังการจริงหรือไม่ ที่ "ตุ๊กแก"กัดแล้ว มันจะไม่ปล่อยจนกว่าจะได้ยินฟ้าร้อง ?เช็ก 5 ลายเซ็นที่ความเชื่อโบราณมองว่าเก็บเงินไม่อยู่ค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท แล้วถ้าใช้ 350 หน่วย บิลทั้งก้อนจะถูกคิดยังไง?ไวรัลทั้งโซเชียล! คนดูนั่งอยู่คนเดียว แต่ “น้องช้าง” ยังแสดงเต็มที่ ส่องเบื้องหลังฟาร์มจระเข้ฯ ที่หลายคนไม่เคยรู้หุ่นยนต์มัวแต่มอง "เชียร์ลีดเดอร์"จนกลิ้งตกไม่เป็นท่า..ทำเอาชาวเน็ตแซวสนั่น!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิดแฟ้มประวัติศาสตร์: จาก "เทพอารักษ์" สู่ "อสูรกาย"… ความจริงหลังเงามืดของ "สัตว์เลี้ยงแม่มด"ถอดรหัส “เมนูมื้อสุดท้าย” เมื่อ 5,000 ปีก่อน! นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานคราบอาหารในหม้อบรอนซ์โบราณ ชี้ชนชั้นสูงยุคบรอนซ์จัดงานเลี้ยงสุดอลังการความมหัศจรรย์แห่งสถาปัตยกรรม: “สนามบินปลาดาว” ท่าอากาศยานนานาชาติเป่ย์จิงต้าซิงนี่คือภาพจำลองด้านข้างของ"หลุมดำ"และลักษณะการเคลื่อนที่ของวงแหวนต่างๆรอบๆ หลุมดำ
ตั้งกระทู้ใหม่