หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

12 อาหารที่ไม่ควรทานตอนท้องว่าง

เนื้อหาโดย wjwaew

 1. ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว สับปะรด

 แม้ว่าผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเหล่านี้จะเป็นแหล่งวิตามินซีที่ดี แต่ก็มีความเป็นกรดอ่อน ๆ (กรดซิตริก, Citric Acid, C6H8O7) ซึ่งสามารถทำร้ายกระเพาะของเราได้หากกระเพาะของเราไม่มีอาหารอยู่เลยในขณะที่เรารับประทานผลไม้รสเปรี้ยวเหล่านี้ กรดจากผลไม้รสเปรี้ยวก็พร้อมที่จะกัดกร่อนกระเพาะอาหารได้ ซึ่งนำไปสู่อาการแสบท้อง ระคายเคืองในกระเพาอาหาร แผลในกระเพาะอาหาร หรือการอักเสบอย่างรุนแรง

2. กล้วยหอม

 กล้วยหอมเป็นผลไม้ที่มีธาตุแมกนีเซียม (Mg) ในปริมาณสูง ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ที่มีภาวะของโรคหัวใจ เพราะหากมีโพแทสเซียมในเลือดสูงจะมีผลต่อศักย์ไฟฟ้าของเยื่อหุ้มเซลล์ กล้ามเนื้อ ระบบประสาท และทำให้หัวใจเต้นผิดปกติได้ ส่วนผู้ที่ไม่ได้มีภาวะของโรคหัวใจ ก็ไม่ควรรับประทานกล้วยหอมในมื้อเช้าของวันเช่นกัน เพราะมันจะทำให้ง่วงซึมได้

 3. ผักใบเขียว

ผักใบเขียวดูจะเป็นอาหารสุขภาพ และมันก็น่าจะดีต่อสุขภาพหากไม่ได้รับประทานในตอนที่ท้องว่างหรือเป็นมื้อเช้าของวันเนื่องจากหากรับประทานตอนท้องว่างแล้วละก็ อาจจะทำให้รู้สึกเสียดท้อง ท้องอืด หรือปวดท้องได้ เพราะผักใบเขียวมีเส้นใยที่ค่อนข้างหยาบทำให้ย่อยได้ยาก

 4. โซดาหรือเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่ให้ความซ่า (มีกรดคาร์บอนิก)

โซดาหรือเครื่องดื่มที่ให้ความซ่ามักมาคู่กับกรดคาร์บอนิก ซึ่งเป็นปฏิกิริยาในน้ำอัดลม กรดคาร์บอนิกในเครื่องดื่มเหล่านี้จะเข้าไปผสมกับกรดในกระเพาะอาหาร และเมื่อไม่มีอาหารใด ๆ อยู่ในกระเพาะอาหาร กรดดังกล่าวก็มีโอกาสที่จะกัดกร่อนผนังกระเพาะอาหาร รวมทั้งเป็นสาเหตุของอาการคลื่นไส้ วิงเวียน ปวดท้องเนื่องจากมีลมในกระเพาะอาหารได้ นอกจากนี้เครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูง ยังนำไปสู่โรคเบาหวาน โรคอ้วน และทำให้กระบวนการเมทาบอลิซึมช้าลง

 5. อาหารรสเผ็ด

 หากเรารับประทานอาหารที่มีรสเผ็ดในช่วงกลางวันหรือเย็น มันก็อาจจะช่วยให้สุขภาพดี นอกจากนี้งานวิจัยบางงานยังระบุว่า การรับประทานอาหารรสเผ็ดสัมพันธ์กับการลดลงของการเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง แต่หากเรารับประทานเป็นมื้อแรกเมื่อท้องว่าง อาหารรสเผ็ดจะกลายเป็นสาเหตุของการกระตุ้นระบบย่อยอาหารให้ระคายเคือง ทำลายน้ำเมือกที่เคลือบกระเพาะอาหารอยู่ และนำมาซึ่งอาการปวดท้องในที่สุด

 6. มะเขือเทศ

มะเขือเทศดูจะเป็นอาหารที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และมันก็เป็นเช่นนั้นหากเรารับประทานมันในเวลากลางวัน เนื่องจากมะเขือเทศมีแคโรตินอยด์สูงช่วยต้านอนุมูลอิสระและมะเร็ง แต่หากรับประทานมันในยามที่ท้องว่าง กรดแทนนิก (tannic) ซึ่งเป็นกรดอ่อน ๆ จากมะเขือเทศ จะกระตุ้นกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดการระคาายเคืองและความเจ็บปวด ตลอดจนเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้

 7. ลูกแพร์

ลูกแพร์เป็นผลไม้ที่มีเส้นใยหยาบ ดังนั้น หากรับประทานลูกแพร์ในช่วงเช้า จะทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนัก เป็นอันตรายต่อลำไส้เล็ก ซึ่งมันจะดีกว่ามากหากเลือกที่จะรับประทานลูกแพร์ในช่วงกลางวัน เพราะมันประกอบไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายจำนวนมาก

8. ของหวานหรือน้ำผลไม้หวาน ๆ ในปริมาณมาก

 หากคุณดื่มรับประทานอาหารที่มีรสหวานปริมาณมาก ๆ ในตอนเช้า จะทำให้ตับอ่อนของคุณทำงานหนักขึ้นทั้งที่มันเพิ่งจะตื่นหลังจากพักผ่อนมานานหลายชั่วโมง เนื่องจากต้องผลิตอินซูอินออกมามากเพื่อรักษาระดับน้ำตาลให้เลือดให้เป็นปกติ ส่วนน้ำผลไม้ที่มีรสหวานจัดก็เป็นสาเหตุให้ตับต้องทำงานหนัก จากการเผาผลาญน้ำตาลฟรุกโทสซึ่งเป็นน้ำตาลที่มาจากผลไม้

 9. โยเกิร์ต

โยเกิร์ตประกอบด้วยโพรไบโอติกส์ ซึ่งเป็นแบคทีเรียดีที่ช่วยให้ลำไส้แข็งแรง แต่ถ้าคุณรับประทานมันตอนท้องว่าง กรดไฮโดรคลอริก ซึ่งกระเพาะอาหารหลั่งออกมาจะทำอันตรายต่อแบคทีเรียได้ จึงเป็นการดีกว่าถ้าจะรับประทานโยเกิร์ตหลังมื้ออาหาร

10. อาหารที่มียีสต์เป็นส่วนประกอบ เช่น ขนมอบ พัฟฟ์

 อาหารที่มียีสต์เป็นส่วนประกอบสามารถเพิ่มระดับของยีสต์ในร่างกาย ซึ่งนำไปสู่ปัญหาผื่นบนผิวหนังหรือการติดเชื้อในกระเพาะอาหาร

11. เครื่องดื่มเย็น ๆ

 การดื่มเครื่องดื่มเย็น ๆ ในตอนท้องว่าง เป็นการลดการไหลเวียนของเลือดในส่วนของระบบย่อยอาหาร ซึ่งส่งผลให้กระบวนการย่อยอาหารช้าลงและยังมีส่วนทำลายเยื่อเมือกบุผิวในกระเพาะอาหารด้วย

12. กาแฟ

 กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่คนส่วนใหญ่นิยมดื่มในตอนเช้า เพื่อให้รู้สึกตื่นตัว ไม่ง่วงนอนแต่ทราบหรือไม่ว่า การดื่มกาแฟขณะท้องว่างจะไปกระตุ้นการหลั่งของกรดไฮโดรคลอริกในกระเพาะอาหารซึ่งเป็นสาเหตุของโรคกระเพาะอาหารอักเสบได้ นอกจากนี้กาแฟยังเป็นตัวขัดขวางการดูดซึมวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกาย ดังนั้น ควรดื่มกาแฟหลังจกาผ่านมื้ออาหารไปแล้ว 2-3 ชั่วโมงเพื่อให้ร่างกายมีเวลาได้ดูดซึมสารอาหารได้อย่างเต็มที่เสียก่อน

เนื้อหาโดย: wjwaew
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
wjwaew's profile


โพสท์โดย: wjwaew
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
15 VOTES (5/5 จาก 3 คน)
VOTED: panachai24, maddog2565, wjwaew
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
โซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่นผู้ใช้งานกว่า 90% ไม่ทราบว่าร่องเล็กๆบนเขียงไม้ มีไว้เพื่ออะไร?สรรพคุณสุดทึ่ง: เมื่อ "ซอสมะเขือเทศ" เคยถูกวางขายในฐานะยาสารพัดนึกนกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทยประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลกเรื่องจริงที่ชวนสับสน: เมื่อ "ไฟแช็ก" คือพี่ใหญ่ที่เกิดก่อน "ไม้ขีดไฟ" ถึง 3 ปีรู้จัก QF-16 เครื่องบินรบผีสิงไร้นักบิน ดัดแปลงจาก F-16ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกข้าวผัดอเมริกัน: เมนูชื่ออินเตอร์แต่สัญชาติไทยแท้ กับที่มาสุดสร้างสรรค์ในยุคสงครามจาก "ขยะทะเล" สู่ "ราชาบนโต๊ะอาหาร": เมื่อล็อบสเตอร์เคยเป็นบทลงโทษสำหรับนักโทษในคุกรสชาติจากความขัดแย้ง: "แฟนต้า" เครื่องดื่มที่ถือกำเนิดในยุคนาซีเยอรมันเพราะวิกฤตสงคราม
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด อาหาร
ข้าวเหนียวกลอย : ขนมหวานพื้นบ้านโบราณที่ต้องปรุงอย่างเชี่ยวชาญกีจ่าง หรือ จั้ง ขนมหวานโบราณ ของอร่อยของปักษ์ใต้บ้านเรานี่แหล่ะเด้อครับเด้อพานาคอตต้า ผู้ไม่ได้ใช้สแตนด์ปัญหาท้องผูกเกิดขึ้นได้บ่อย การเลือกอาหารเช้าที่มีใยอาหารสูงช่วยให้ขับถ่ายดีขึ้น มาดูอาหารเช้าที่ดีต่อระบบขับถ่ายกันเถอะ
ตั้งกระทู้ใหม่