นาฬิกาน้ำโบราณ ตั้งแต่ 4000 ปีก่อนคริสตกาล
เขียนโดย ลูกสาวอบต
เราเคยเห็นแต่ นาฬิกาทราย ที่เป็นอุปกรณ์สำหรับจับเวลา มีลักษณะเป็นกระเปาะแก้ว 2 กระเปาะที่มีช่องแคบเชื่อมต่อกัน และมีทรายบรรจุอยู่ภายใน เมื่อคว่ำนาฬิกาทรายลง ทรายจะไหลจากกระเปาะบนลงมาสู่กระเปาะล่าง ซึ่งสามารถจับเวลาจากเวลาที่ทรายไหลลงสู่กระเปาะล่างจนหมด (นาฬิกาทรายมีลักษณนามเป็น "อัน") ใช้ในสมัยอียิปต์ ปัจจุบันเลิกใช้ไปแล้วบางส่วน
แต่ใครจะรู้มี นาฬิกาน้ำ ( water clock หรือ clepsydra) ด้วยนะ ซ่ึ่งมาก่อนนาฬิกาทราย โดยที่ชาวกรีกโบราณใช้หลักการทำงานโดยการใช้ภาชนะดินเผาบรรจุน้ำ และเมื่อถูกเจาะมาที่ก้น น้ำจะค่อย ๆ ไหลออกทีละเล็ก ทีละน้อย เหมือนกับการขโมยน้ำ โดยชาวกรีกกำหนดระยะเวลาที่น้ำไหลออกจากภาชนะจนหมดว่า 1 clepsydra แต่นาฬิกาน้ำจะต้องทำการเติมน้ำใหม่ทุกครั้งที่หมดเวลา 1 clepsydra และไม่สามารถใช้ในช่วงฤดูหนาวได้เนื่องจากน้ำจะแข็งตัว อ้างว่านาฬิกาน้ำปรากฏในประเทศจีนตั้งแต่ 4000 ปีก่อนคริสตกาล
ชิ้นส่วนของ นาฬิกาน้ำจาก หินบะซอลต์โดยมีเครื่องหมายบอกเวลาการระเหยภายในเป็นจุดบนdjedและเป็นอักษรอียิปต์โบราณ ปลายสมัยราชวงศ์ที่ 30 จากอียิปต์. พิพิธภัณฑ์โบราณคดีอียิปต์ Petrie , ลอนดอน
การแสดงนาฬิกาน้ำไหลออกสองนาฬิกาจากพิพิธภัณฑ์อโกราโบราณในเอเธนส์ ด้านบนเป็นต้นฉบับตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาล ด้านล่างเป็นการสร้างจากดินเหนียวดั้งเดิม
นาฬิกาเปอร์เซียโบราณ
นาฬิกาน้ำแบบกดเองของ Jang Yeong-sil ที่ย่อขนาดลงไม่สมบูรณ์
เขียนโดย ลูกสาวอบต
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
10 อันดับจังหวัดที่มีราคาที่ดินแพงที่สุดในภาคอีสาน
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
มีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
นิสัยจากวันเกิด
5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชม
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย
เพิ่งรู้ว่า มี 9 ประเทศแล้ว ทึ่แบนโซเชียลสำหรับเยาวชน
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย
สรุปดราม่า "พระสิ้นคิด" รุกป่า 12 ไร่ กรมป่าไม้ยืนยัน “ไม่จับ-ไม่ไล่ วัดอยู่ต่อได้”
จังหวัดที่มี"ป่า"น้อยที่สุดในประเทศไทย
ชีวิตคนไม่มีแอร์ในหน้าร้อน…อยู่ยังไงให้รอด?”









