เชื้อราในช่องปาก...โปรดอ่านอย่างมีสติเพราะอย่างนี้ต้องเอาราออก
เขียนโดย Sangsom
ถ้าพูดถึงโรคภัยที่สามารถเชื่องโยงระหว่างลูกและแม่ต้องขอยก "เชื้อราในช่องปาก" มาเป็นอันดับแรก เนื่องจากว่าปัญหาของเชื้อรานี้ใคร ๆ ก็แอบมองว่าจะรุนแรงหรือเปล่านะ...จะรักษาได้ไหมและจะหายหรือเปล่า คุณเองก็ตั้งหน้าตั้งรอคำตอบใช่ไหมงั้นไปกันเลย
อาการติดเชื้อภายในช่องปาก เกิดจากเชื้อรา(Candida)แคนดิดา ที่เป็นผลมาจากอาการเจ็บป่วย ภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือการใช้ยาบางชนิดที่ไปนำเชื้อราให้เพิ่มจำนวนขึ้น เชื้อราในปากไม่ค่อยมีอันตรายนักและสามารถรักษาให้หายได้ด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อรา
อาการเชื้อราในปาก
สาเหตุการเกิดเชื้อราในปากนั้นจะเป็นเชื้อราชนิดเดียวกัน แต่การแสดงอาการจะแตกต่างกันไปมีดังนี้
ซึ่งเด็กและผู้ใหญ่โดยส่วนมากผู้ที่ได้รับเชื้อไม่ทราบด้วยซ้ำว่าตัวเองมีเชื้อราในปาก ทั้งนี้การแสดงอาการนั้นอาจเกิดได้ทั้งทันทีทันใดหรืออาจเกิดในระยะเวลาใดเวลาหนึ่งด้วยการทิ้งช่วงเป็นวัน สัปดาห์ หรือเดือน อาการที่แสดงมีตามนี้
- ที่ลิ้น กระพุ้งแก้ม เพดานปาก เหงือกและต่อมทอนซิลมีคราบสีขาว
- ในปากแดงมีแผล ทำให้การเคี้ยว-กลืนอาหารลำบาก
- อาจมีเลือดซิบ เมื่อเสียดสี
- คนที่ใส่ฟันปลอมหรืออุปกรณ์ช่วยในช่องปากอาจปากแตกหรือเป็นรอยแดงที่มุมใดมุมหนึ่ง
- ปากแห้ง
- ลิ้นไม่รู้รสชาติ
อาการรุนแรงคราบเชื้อราอาจกระจายลงไปภายในหลอดอาหาร จนทำให้กลืนอาหารยาก รู้สึกเหมือนมีอะไรขวางหรือติดอยู่ที่คอตลอดเวลา
เด็กทารก/คุณแม่ที่ให้น้ำนมบุตร
เด็กทารกที่ได้รับเชื้อราในช่องปากจะมีปัญหาเรื่องการดูดนม หงุดหฃิดง่าย และอาจทำให้แม่ได้รับเชื้อราที่บริเวณหัวนมจะมีอาการร่วม คือ
คัน - เจ็บ(บริเวณหัวนม)
แดง แห้งแตกผิดปกติ(บริเวณหัวนม)
เจ็บปวดเวลาให้น้ำนมบุตร (อาจมีอาการปวดร้าวลึกเข้าไปในหน้าอก
ภาวะแทรกซ้อนของเชื้อราในปาก
เชื้อราในปากอาจส่งผลได้มากน้อยแค่ไหนมักจะเกิดขึ้นได้ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ภาวะแทรกซ้อนที่เจอ คือ
-เชื้อราแพร่เข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดการติดเชื้อที่อวัยวะส่วนอื่น
-ปัญหาในการรับประทานอาหารและดื่มน้ำเชื้อราในปากที่กระจายไปยังหลอดอาหารทำให้กลืนอาหารลำบาก
-ปัญหาในการดูดซึมสารอาหาร
การที่ปล่อยไว้หรือไม่ได้รักษาเชื้อราในปากใก็หายขาดจะทำให้เชื้อราแพร่กระจายลงไปในลำไส้และอาจส่งผลให้ลำไส้ยากต่อการดูดซึมสารอาหาร หรือดูดซึมอาหารแต่ไม่ได้เต็มที่เท่าที่ควร
วิธีการรักษาโรคเชื้อราในช่องปาก
อาการของเชื้อราในช่องปากนี้สามารถรักษาให้หายได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทีมแพทย์ และการใช้ยาซึ่งตัวยาก็จะมีหลายประเภทด้วยกันไม่ว่าจะเป็นประเภทยาเม็ด ยาอม และยาน้ำ ที่สำคัญต้องได้รับการใช้รักษาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์จนกว่าอาการที่เป็นจะดีขึ้น
ไม่มีผลข้างเคียงไม่มีผลข้างเคียงรุนแรงแต่อาจมีอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสียคลื่นไส้และอาเจียน
กลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดโรคเชื้อราในปาก
กลุ่มเสี่่ยงต่อการได้รับเชื่อราในปาก คือ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง อย่าง
-เด็กเล็ก
-ผู้ที่มีประวัติการติดเชื้อแบคทีเรียที่เยื้อบุหัวใจ
-โรคลิ้นหัวใจพิการ
-โรคหัวแต่กำเนิด
-โรคหัวใจรูมาติก
ค่อยหายห่วงกันไปเลยใช่ไหมเมื่อรู้ว่าอาการเชื้อราในช่องปากนี้ไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ดื่มน้ำเยอะ ๆ รักษาความสะอาดในช่องปากก็ลดอาการเสี่ยงของเชื้อรานี้ได้
Reference: https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/oral-thrush/diagnosis-treatment/drc-20353539
อ้างอิงจาก: pixabay
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
มีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?
2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
10 อันดับจังหวัดที่มีราคาที่ดินแพงที่สุดในภาคอีสาน
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย
ประเทศที่ร้อนที่สุดในโลก!!
ประวัติ “โซโล วรมัน” ลูกชาย แอ๊ด คาราบาว ก่อนรับยศ ว่าที่ พ.ต.ท.
นางสงกรานต์ ปี2569 ชื่อนางรากษสเทวี เสวยโลหิตเป็นภักษาหาร
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด




