เปิดประวัติ LEGO ของเล่นที่ครองใจคนทุกวัย
Lego (เลโก้) เกิดขึ้นจากช่างไม้ที่ชื่อว่า Ole Kirk Christiansen (โอเล เคิร์ก คริสเตียนเซน) ช่างไม้ฝีมือระดับปรมาจารย์ที่อาศัยอยู่ในเมืองบิลลันด์ ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งเขาได้ไอเดียเลโก้มาจากในช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรง ทำให้ครอบครัวและธุรกิจของเขาได้รับผลกระทบอย่างหนัก เขาจึงตัดสินใจผลิตสินค้าหลายชนิดออกมาจำหน่าย เช่น เครื่องใช้ภายในบ้าน ที่รองรีดผ้า เก้าอีกนั่งตัวเล็ก และของเล่นไม้สุดคลาสสิก
ในปี 1932 เขาได้ผลิตของเล่นจากเศษไม้ที่เหลือจากงานรับสร้างบ้าน ถึงแม้ในยุคแรกของเล่นไม้จะไม่ได้มีหน้าตาเหมือนเลโก้ที่เราเห็นในปัจจุบัน แต่นั่นคือจุดเริ่มต้นของแบรนด์ Lego ในปัจจุบัน ต่อมาในปี 1934 เขาได้จัดกิจกรรมแข่งขันตั้งชื่อบริษัท ซึ่งผู้ที่ชนะก็คือตัวเขาเอง โดยเขาได้นำชื่อ Lego มาใช้เป็นชื่อบริษัทและชื่อสินค้าที่ผลิตออกมาจำหน่าย ซึ่งคำว่า Lego มีที่มาจากภาษาเดนมาร์กที่ว่า "LEg GOdt" ซึ่งมีความหมายว่า “Play Well” หรือแปลสนุก ๆ ได้ว่า “เล่นได้เล่นดี”
นอกจากเขาจะเป็นคนใส่ใจและไม่เคยละเลยต่อสินค้าของตนเองแล้ว เขายังได้ติดป้ายเพื่อเป็นสิ่งเตือนใจพนักงานในโรงงานว่า “Only the best is good enough” ซึ่งหมายความว่า “ต้องดีที่สุดเท่านั้น ถึงจะดีพอ” ธุรกิจเลโก้จากโรงงานเล็กๆได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่กลับมีคนงานอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น ต่อมาในปี 1942 ได้เกิดเหตุการณ์ประท้วงอย่างรุนแรงทำให้โรงงานของเขาถูกเผาราบเป็นหน้ากอง แต่ด้วยความไม่ยอมแพ้ มีมานะอุตสาหะ เขาจึงได้เริ่มสร้างโรงงานหลังใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง
จากนั้นในปี 1947 บริษัทเลโก้เป็นบริษัทแรกที่ซื้อเครื่องฉีดพลาสติกมาใช้ในการผลิตของเล่น และหลังจากนั้นในเวลา 2 ปีต่อมา ในปี 1949 เลโก้จึงได้ผลิตของเล่นพลาสติกและของเล่นไม้ออกมาเกือบ 200 ชนิด รวมถึงได้ผลิตของเล่นต้นแบบของตัวต่อเลโก้ที่มีชื่อว่า “Automatic Binding Bricks” ซึ่งมีจำหน่ายเฉพาะในประเทศเดนมาร์กเท่านั้น
หลังจากนั้นในปี 1951 เมื่อลูกชายของเขาได้เข้ามาบริหารบริษัท ของเล่นพลาสติกจึงมีสัดส่วนการผลิตเพิ่มมากขึ้นครึ่งหนึ่งของการผลิตทั้งหมด ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงจากการผลิตของเล่นไม้ไปสู่ของเล่นพลาสติกที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น และในปี 1953 ได้มีการเปลี่ยนชื่อ “Automatic Binding Bricks” เป็น "Lego Mursten" หรือ "Lego Bricks" (ตัวต่อเลโก้) ซึ่งเป็นชื่อเราคุ้นหูกันอยู่ในปัจจุบัน และจากนั้นในวันที่ 1 พฤษภาคม ปี 1954 ชื่อ LEGO ก็ได้รับการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการในเดนมาร์ก
และในปี 1957 ได้มีการคิดค้นระบบการเชื่อมตัวต่อด้วยปุ่มและท่อสำหรับการต่อเลโก้ ซึ่งเป็นของเล่นที่มีปุ่มด้านบนและมีรูปทรงกระบอกอยู่ด้านล่าง ซึ่งแต่ละอันสามารถนำมาต่อเข้าด้วยกันได้ และหลังจากนั้นในปี 1958 ตัวต่อเลโก้ที่เราเห็นแบบในปัจจุบันก็ได้รับการจดสิทธิบัตรและนำออกมาจำหน่ายตามท้องตลาด และในปี 1973 ได้นำเอาโลโก้ใหม่ของบริษัทเลโก้มาใช้แทนทุก ๆ โลโก้ของเลโก้ โดยทุกสินค้าของบริษัทจะใช้โลโก้อันใหม่ ซึ่งเป็นโลโก้ปัจจุบันที่เราคุ้นตากันดี
ทั้งนี้ นอกจากจะสร้างของเล่นตัวต่อแล้ว เลโก้ยังได้เปิดตัว LEGOLAND ขึ้นในวันที่ 7 มิถุนายน ปี 1968 อีกทั้งยังสร้างตัวต่อขนาดเล็กที่มีรูปร่างคล้ายคนและตัวต่อที่สามารถต่อยอดจินตนาการไปได้หลากหลายรูปแบบไม่มีที่สิ้นสุด
อ้างอิงจาก: ipelp
เปิดเหตุผล ทำไมเรา "ไหว้ครู" ในเดือนมิถุนายน
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
พนักงานกะดึกร้านสะดวกซื้อ ทำอะไรบ้างตอนคนส่วนใหญ่หลับ
เบื้องหลัง Poltergeist หนังผีปี 1982 เรื่องไหนจริง เรื่องไหนเป็นตำนาน
ปลาทะเลที่หาได้ยากที่สุด ที่พบในทะเลไทย
มารู้จัก "หัวท้าวยายม่อม" พืชพื้นบ้านที่ซ่อนแหล่งแป้งชั้นดีของขนมไทย
หุ่นยนต์งูบนสายไฟจีน ตรวจระบบไฟรับเกาเข่า ไม่ใช่งูจริงอย่างที่เห็น
แม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทย
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
つづく แปลว่าอะไร คำท้ายการ์ตูนญี่ปุ่นที่หลายคนเห็นมาตั้งแต่เด็ก
กะเพราหมูสับ ทำไมถึงเป็นเมนูสิ้นคิดที่คนไทยสั่งซ้ำไม่เบื่อ
จ้างหมอลำหนึ่งงานต้องเตรียมงบเท่าไร เช็กก่อนตกลงคิว
ท่าเรือที่ทันสมัยที่สุด และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ก่อนซดลองส่องดูสักนิด! 3 จุดสังเกตสิ่งผิดปกติในชามก๋วยเตี๋ยวที่หลายคนมองข้าม
ส่องสถานการณ์โลกปี 2026 “สงครามโลกครั้งที่ 3” จะเกิดขึ้นจริงๆ หรือเป็นแค่ความกลัวที่เกินจริง?
ทําไม คน เกาหลี ถึง รัก สวย รัก งาม ทําไมคนเกาหลีถึงชอบศัลยกรรมให้หน้าตาดีกัน
เปิดเหตุผล ทำไมเรา "ไหว้ครู" ในเดือนมิถุนายน

