หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

ทำนาแล้วขาดทุน ​ทำไมไม่เลิกทำ?

ดร.แสวง​ รวยสูงเนิน​ ท่านเป็นอาจารย์​ทางด้านการเกษตร​ เป็นผู้ที่มีส่วนผลักดันให้เกษตรกรหันมาทำการเกษตรแบบไร้สารเคมี

ท่าน​ได้กล่าวไว้ในหนังสือที่ท่านเขียนว่า

"ผมสงสัยว่ากระดูกสันหลังของชาติอยู่ที่ไหน​ ผมไม่เคยเห็นเลย บัดนี้ผมยืนอยู่ที่นาก็เห็นแต่นา​ แต่ไม่มีชาวนา​ เห็นแต่คนที่ทำตัวเป็นขยะลอยตามน้ำ ตามกระแส​ แล้วยังเรียกตัวเองว่าเป็น​ ชาวนา​

นี่แหละชะตากรรมของประเทศไทย" 

อาจารย์​แสวงยังสำรวจพบว่า​ ชาวนามานากันปีละ5-10วันเท่านั้น​ แถมยังมาแบบฉาบฉวยไม่ลงไปสัมผัสนาอย่างจริงจัง​ แล้วพวกเขาจะดูแลนาของเขาได้อย่างไร

พอไม่ได้วางแผนเตรียมการอะไร​ น้ำก็ไม่ทัน​ ดินก็ไม่ทัน​ กล้าก็ไม่ทัน​ จึงแก้ปัญหา​ด้วย​การ​ระดมแรงงาน​ ต้องใช้เงิน​ แล้วก็หนีไม่พ้นต้องไปพึ่งพานายทุนที่รอหาจังหวะอยู่แล้ว​ กลายเป็นที่มาของ​การขาดทุนทุกครั้งที่ทำนา

แม่ของผมจะยืนยันหนักแน่นเสมอว่า​ ​เราเป็นชาวนา​ ​เราต้องทำนา

แม้ผมจะพยายามแจกแจงว่าต้นทุนในการผลิตเราต้องลงอะไรไปเท่าไหร่บ้าง​ ทั้งค่าไถที่​ ค่าเมล็ดพันธุ์ข้าว​ ค่าจ้างหว่าน​ ค่าแรงฉีดยาคุมรุ่นหญ้า​ ค่าน้ำมันเครื่อง​ตัด​หญ้า​และ​เครื่อง​สูบน้ำ​ ค่าปุ๋นเคมี​ ​ค่ารถเกี่ยว​ รวมๆกันแล้วก็อยู่ราวๆ​ 3,600 บาทต่อไร่

ถ้าขายข้าวได้ตันละ​ 10,000 บาท​ ข้าวที่ได้ประมาณ​ 560 กก.ต่อไร่​ ก็จะขายได้เงิน​ 5,600 บาท​ หักทุนแล้วก็จะเหลือกำไรเพียง​ ไร่ละ​ 2,000 บาท​ ซึ่งยังไม่คิดค่าแรงที่ชาวนาทำงาน

แต่ถ้าชาวนาขายที่ดินไปหมดแล้ว​ และต้องเช่าที่ดินทำนาก็จะต้องมีต้นทุนเพิ่มอีกอย่างน้อย​ไร่ละ​1,000 บาท​ ซึ่งก็แทบไม่เหลือกำไรเลย​

ดูจากผลตอบแทนแล้วก็คงไม่จูงใจให้ชาวนาอยากทำนาสักเท่าไหร่

แต่ทำไมขาดทุน​แล้วจึงยังไม่ยอมเลิก? 

ด้วยวัฒนธรรมของชาวนาที่ปู่ย่าตายาย​พาทำสืบต่อกันมา ถึงแม้จะไม่มีทุนรอนแต่รัฐบาลก็ช่วยอุดหนุนให้กู้ชาวนาจึงมีแรงทำต่อมาได้

ถึงแม้ราคาข้าวจะตกต่ำแต่รัฐบาลก็มีโครงการรับจำนำข้าว​ หรือไม่ก็ประกันราคาให้เกษตกรไม่ต้องดิ้นรนว่าข้าวจะไม่มีที่ขาย​ แต่ถึงแม้รัฐบาลจะประกันราคา​ข้าว ​แต่ราคาข้าวก็ไม่ได้ช่วยให้เกษตรกร​ลืมตาอ้าปากได้​ ยังต้องไปกู้เงินนอกระบบมาใช้จ่ายในครอบครัวเหมือนเดิม

หากปีไหนน้ำท่วมหรือฝนแล้ง​ รัฐบาลก็จะมีโครงการช่วยเหลือเกษตรกร​ที่ประสบภัยธรรมชาติ​ คิดเป็นไร่ละเท่านั้นเท่านี้

ส่วนธนาคารก็คอยดำเนินตามนโยบายรัฐบาลพักชำระหนี้ให้เกษตรกร​ แต่ภาระดอกเบี้ยจากการยืดเวลาก็ยังตกเป็นของเกษตรกร​เหมือนเดิม​

ชาวนาได้รับการโอบอุ้มทุกๆทาง​ พอถึงฤดูทำนาภาครัฐก็จะส่งคนออกมาสำรวจว่าใครปลูกข้าวอะไร​ กี่ไร่​ บอกว่าเตรียมข้อมูลภัยแล้ง​ ยังไม่ได้เริ่มลงมือ​ทำนาเลยเตรียมแจกเงินภัยแล้งแล้ว

ชาวนาก็เลยไม่รู้สึกว่าต้องดิ้นรนอะไร​ แค่ทำๆไปเดี๋ยวรัฐบาลก็ช่วย

และเหตุผล​สำคัญอีกข้อหนึ่งคือ​ชาวนาจะรู้สึกอุ่นใจหากมีข้าวอยู่ในยุ้งฉาง​ เพียงแค่หาผักหาปลามาปะทะปะทังก็อยู่กันรอดไม่อดตายแล้ว 

อาชีพชาวนาจึงไม่ใช่อาชีพหลักที่เรียกว่ากระดูกสันหลังของชาติอีกต่อไป​ แต่เป็นคน​ที่รัฐบาลต้องคอยประคับประคองตลอดเวลา

ชาวนาส่วนใหญ่จะต้องออกไปทำงานอื่นที่มีรายได้ที่แน่นอนเพื่อมาจุนเจือครอบครัวเช่นงานก่อสร้าง​หรืองานรับจ้างทั่วไป​ ซึ่งจะมีรายได้ที่แน่นอนกว่า

ดังนั้น​ ​อาชีพชาวนาที่เป็นผู้ผลิตข้าวด้วยจิตวิญญาณ​จริง​ๆ​ จึงมีเหลืออยู่น้อยเต็มที

เนื้อหาโดย: blogescape
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: blogescape
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
26 VOTES (4.3/5 จาก 6 คน)
VOTED: adoodee, Dhaas, Penjung, toyworld21, zerotype, blogescape
กระทู้ที่มีคอมเม้นต์ล่าสุด
ใครจะรู้ว่าเห็ดสวยได้ขนาดนี้
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เหตุด่วน! เชียงใหม่พบแสงประหลาด เสียงดังสนั่นท้องฟ้า ได้ยินทั่วเชียงใหม่ผ่านฉลุย!! เสาไฟฟ้ากินรี ชื้อเพิ่ม 720 ต้น งบ 68 ล้านบาทเปิดชีวิตล่าสุด "น้ำขิง ปัญญาเรณู" เปลี่ยนไปมากภาพเหล่านี้กู้ได้จากถังขยะ เป็นภาพสมัยปี 80 ของใครก็ไม่รู้อ.มหาวิทยาลัย มีแผลที่มือ สัมผัสหมูติดเชื้อเสียชีวิต⁉️หนุ่มมาส่งอาหารให้ลูกค้า เดินขึ้นชั้น 4 เจอข้อความนี้ เข่าแทบทรุด (มีคลิป)โผล่อีก⁉️ เสาไฟประติมากรรม พระเจ้าตาก ป.ป.ช.จ่อสอบโครงการ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ภาพเหล่านี้กู้ได้จากถังขยะ เป็นภาพสมัยปี 80 ของใครก็ไม่รู้ทำไมผู้หญิงจีนถึงไม่อยากมีลูก?ในอดีตสภาพเด็กกำพร้าในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเป็นอย่างไรทิวทัศน์ของทิเบตถ่ายโดยนักสำรวจชาวรัสเซีย Tribykov ในปี 1900
ตั้งกระทู้ใหม่