หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

จากเด็กบ้านนอกยากจน กินข้าวโรยเกลือ เดินเท้า 5 กม. ไปเรียนหนังสือ สู่บัณฑิตแพทย์เกียรตินิยม


เขียนโดย ลูกสาวอบต

 

หลายคนคงอยากเรียนจบสูงๆ สำหรับเด็กที่มีโอกาสในการได้เรียนน้อย แต่ส่วนมากเด็กที่มีพร้อมทุกอย่างจะมองข้ามการเรียนซึ่งหลายคนมองว่าเป็นเรียนน่าเบื่อที่ต้องตื่นเช้าไปเรียนทุกวัน ซึ่งบัณฑิตแพทย์ ม.อุบลฯ “สายสุดา ขวัญเพชร” หมอแกร่งสู้ชีวิต!! จากชีวิตเด็กบ้านนอกที่มาจากครอบครัวยากจน กินข้าวจี่โรยเกลือ ไข่ต้ม คืออาหารดีสุดที่ทานในวัยเด็ก ก่อนเดินเท้าไปโรงเรียนระยะทางกว่า 5 กม.ทุกวัน

บัณฑิตแพทย์ ม.อุบลฯ “สายสุดา ขวัญเพชร” หมอแกร่งสู้ชีวิต!! จากชีวิตเด็กบ้านนอกที่มาจากครอบครัวยากจน พ่อแม่อาชีพรับจ้างรายวันที่ทำงานหนักจนขาพิการเดินลำบาก หวังเติมเต็มอนาคตลูกได้เรียนหนังสือให้สูงที่สุด ข้าวจี่โรยเกลือ ไข่ต้ม ไข่เจียว ปลากระป๋อง คืออาหารดีสุดที่ทานในวัยเด็ก ก่อนเดินเท้าไปโรงเรียนระยะทางกว่า 5 กม.ทุกวัน

แม้ชีวิตจะลำบากแต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ ยิ่งทำให้เธอตั้งขยัน อดทน พยายามมากกว่าคนอื่นหลายร้อยเท่า พร้อมก้าวเดินสู่ฝันเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ของตน คือ อยากเป็น “หมอ” ด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจในการมุ่งสู่ฝัน ประกอบกับการมีกตัญญูรู้คุณพ่อแม่ คิดดีทำดีมาโดยตลอด

จึงส่งผลให้เด็กบ้านนอกคนหนึ่ง สามารถก้าวสู้ฝันได้สำเร็จนั่นคือสอบติดแพทย์ ม.อุบลฯ ท่านกลางความดีใจของครอบครัว แม้จะต้องสูญเสียที่ดินนาสวนขายเป็นค่าเทอมจนไม่เหลืออะไร จนในที่สุด สมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ ยื่นมือมาช่วยสนับสนุนทุนการศึกษาแบ่งเบาภาระครอบครัวจบ และสามารถคว้าเกียรตินิยม อันดับ2 ผลการเรียน 3.27 “แพทย์ฯรุ่น 5 ม.อุบลฯ” ซึ่งจะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ปีการศึกษา 2558 ในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2559

แพทย์หญิงสายสุดา ขวัญเพชร หรือ“หมอโหน่ง” บัณฑิตแพทย์เกียรตินิยม สำเร็จการศึกษา ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิตวิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ปัจจุบันอายุ 25 ปี ภูมิลำเนา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เป็นลูกสาวคนโตในบรรดาพี่น้อง 2 คนของ นายธนูชัย – นางทองประกาย ขวัญเพชร (อายุ 51 ปี และ 45ปี) อาชีพรับจ้างทั่วไป หลังจบการศึกษาหมอโหน่งเข้ารับราชการที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ ตำแหน่งแพทย์ปฏิบัติการ

หมอโหน่ง บอกว่า ตั้งแต่เกิดมาชีวิตตนได้อยู่แต่กับความลำบากมาโดยตลอด ด้วยครอบครัวมีฐานะยากจน อาศัยอยู่ที่สวนเล็กๆห่างจากหมู่บ้านประมาณ 5 กม. ทุกเช้าตนต้องเดินเท้าไปเรียนหนังสือในหมู่บ้าน อาหารที่กินกันนั้นมีแค่ไข่ แกงไข่น้ำ ข้าวจี่ แกงส้มมะละกอใส่ปลากระป๋อง ข้าวโรยเกลือ

ในช่วงของวันหยุดต้องช่วยงานพ่อกับแม่ทำสวนปลูกผลไม้แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะฝนแล้ง พ่อต้องทิ้งสวน ไปทำงานรับซื้อของเก่าที่ จ.ภูเก็ต ครอบครัวจึงต้องแตกแยก ตนต้องอยู่กับป้าที่นครพนม น้องชายอยู่กับยายที่ศรีสะเกษ ไม่มีการติดต่อกันประมาณ 1 ปี จนพ่อกับแม่กลับมาอีกครั้งพร้อมกับทำอาชีพตระเวนค้าขายยาเส้นตามหมู่บ้าน

หลายครั้งที่ตนอยู่กับน้องชายลำพังเพียง 2 คน นานถึง 2 สัปดาห์ หรือไม่ก็1 เดือน ตนต้องทำหน้าที่ดูแลน้องหุงข้าวทำกับข้าวให้น้องแล้วเดินไปโรงเรียนกัน ทุกครั้งที่คิดถึงพ่อแม่มากจนต้องใช้ดินสอเขียนข้างเสาบ้านว่าพ่อแม่ไปได้กี่วันแล้วนับวันรอคอยวันกลับมา ชีวิตตนมันลำบากมาตลอด จนมองว่าเป็นเรื่องปกติ

หลังเรียนจบ ม.3 จากโรงเรียนชายขอบ สอบเข้าเรียนโรงเรียนระดับอำเภอโรงเรียนกันทลักษ์วิทยาได้ ต้องนั่งรถมาเรียน 40 กม. ตนต้องประหยัดเงินด้วยการห่อข้าวมาทานที่โรงเรียน ข้าวเหนียวไข่ต้ม ปลาหวานทอด กุนเชียงทอด กินเมนูเหล่านี้วนไป นานทีจะมีโอกาสไปกินข้าวที่โรงอาหาร เพราะต้องเก็บเงินไว้จ่ายค่ารถรับส่งทุกเดือน

แม้จะมีเสียงสะท้อนมาว่า ตนเข้ามาเรียนในเมืองเพื่อแค่มากินข้าวแล้วบอกว่าอร่อยดี “เก่งบ้านนอกไม่สู้กระจอกในเมือง” เด็กคนนั้นมันไม่ใช่ตน เพราะตนสามารถพิสูจน์ให้เห็นว่าเด็กบ้านนอกที่มาเรียน สามารถสอบได้อันดับที่ 1 ของโรงเรียนมัธยมปลายได้อย่างภาคภูมิใจ

ความฝันอยากเรียนหมอ “สายสุดา ขวัญเพชร” บอกว่าเกิดขึ้นในช่วงตอนเรียนมัธยมต้น เพียงคิดว่าอยากเป็นหมอเหมือนในละครที่ตนชอบ อยากไปช่วยเหลือคนไข้ที่ยากไร้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นการวางแผนการเรียน ซึ่งตนก็ทำได้แค่ตั้งใจเรียนในห้อง อ่านหนังสือตำราในห้องสมุด อาศัยหนังสือเก่าและข้อสอบเก่าจากรุ่นพี่ ฝึกทำโจทย์ซ้ำแล้วซ้ำอีก เนื่องจากไม่มีเงินเรียนพิเศษเหมือนคนอื่นเขา

ช่วงเรียน ม.6 จึงสมัครโครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท (CPIRD) เป็นโครงการของกระทรวงสาธารณสุขที่แก้ไขปัญหาการขาดแคลนแพทย์ในที่ที่ทุรกันดาร มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี รับผิดชอบในพื้นที่ 4 จังหวัดในเขต จ.อุบลฯ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และ จ.ยโสธร ซึ่งตนสามารถทำได้ ติดแพทย์ที่ ม.อุบลฯ เป็นความฝันที่กำลังเป็นจริงซึ่งยังไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มจากอะไร เพราะค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ทางออกคือพ่อกับแม่ต้องขายที่สวนทั้งหมด เพื่อเป็นค่าเทอม ค่าใช้จ่ายต่างๆ

แต่ในความลำบากได้มีโอกาสดีๆ เกิดขึ้นตน โดย “สมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์” ได้สนับสนุนทุนการศึกษาดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมดจนจบหลักสูตรแพทย์ 6 ปี และยังทำให้น้องชายตนมีโอกาสได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยด้วย จากที่เคยเคยหยุดเรียนแต่ก่อนเพราะต้องนำเงินของครอบครัวมาส่งเสียตนเรียนนั่นเอง วันนี้ตนได้พิสูจน์ตนเองให้ทุกคนเห็นแล้วว่า จากชีวิตเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง ที่สามารถตามหาฝันเรียนจบแพทย์ได้สำเร็จ

กว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้ได้ต้องฟันฝ่าอุปสรรคนานัปการ ต้องขอบคุณโอกาสดีๆ ที่ทุกคนหยิบยื่นให้ ขอบคุณพ่อกับแม่ผู้ให้กำเนิดที่ทำงานหนักเพื่อลูกมาโดยตลอด ขอบคุณครู อาจารย์ที่ถ่ายทอดความรู้แก่ศิษย์ ขอบคุณร่างอาจารย์ใหญ่ชูเกียรติ สกุลคู และคนไข้ทุกคนที่เป็นครู ตลอดจนเพื่อน พ้องน้องพี่ที่ให้กำลังใจ ขอบคุณผู้เปลี่ยนชีวิตตนให้เป็นหมอได้อย่างภาคภูมิใจวันนี้ คือ “สมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์” ขอบคุณสถาบันอันทรงเกียรติ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์

ที่ทำให้ตนได้ศึกษาเรียนรู้จนจบหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิตอย่างภาคภูมิใจ สิ่งที่จะตอบแทนทุกคน ได้คือการทำหน้าที่เป็นหมอที่ดี ดูแลรักษาคนไข้ให้ดีที่สุด ให้อยู่กับคนที่เรารักนานแสนนานตลอดไป หมอโหน่ง สายสุดา ขวัญเพชร กล่าว

นับว่าเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของบัณฑิตแห่งมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ที่ก้าวสู่ฝันได้สำเร็จ สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม เป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทยหลายๆคนในความมุ่งมั่น ตั้งใจ ขยัน อดทน ใฝ่รู้ และการมีกตัญญูรู้คุณ แบบอย่างของการสู้ชีวิตไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค จนประสบความสำเร็จ ได้มาแห่งความภาคภูมิใจใน หมอแกร่งสู้ชีวิต บัณฑิตเกียรตินิยม “แพทย์หญิงสายสุดา ขวัญเพชร”

โพสท์โดย: joo jung
แหล่งที่มา: http://tdaily.us
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ลูกสาวอบต's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 1,502 ครั้ง
เขียนโดย ลูกสาวอบต
ลูกสาวอบต วิเคราะห์ รวมทั้งสรุปเรื่องราว เรื่องแปลกหายากและเรื่องทั่วไปให้เข้าใจง่าย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
8 VOTES (4/5 จาก 2 คน)
VOTED: โยนีแปลว่าฮี๋, ไปเซเว่นเอาอะไรไหม๊
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยทำไมใส่หูฟังแล้วเราถึงเผลอพูดดังขึ้น ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจตะโกน?ส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกันหมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนGolden Week จีนกำลังมา ! นักท่องเที่ยว 2.5 แสนคนจ่อเที่ยวไทย เมืองไหนอาจคึกคักเป็นพิเศษ ?ทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลังเปิด 5 สาขาวิศวะที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย หลักสูตรเดียวจ่ายทะลุ 5 แสน!ข้าวโอ๊ต: ประวัติศาสตร์ของธัญพืชที่ไม่มีวันตาย : จากหญ้าที่ถูกถอนทิ้ง สู่อาหารสุขภาพหมื่นล้านเทพไท้ซิ่งเอี๊ย งวด 1 ต.ค. 69 เปิดชุดเลขเด่น 0 และ 3ทำไมเราไม่ได้กลิ่นบ้านตัวเอง แต่คนที่เพิ่งเดินเข้ามากลับได้กลิ่นทันที?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษเปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ไม่ยักรู้ว่า "แมลงปอบ้านไตรมิตรสีน้ำเงิน" ดีอย่างนี้เองทำไมใส่หูฟังแล้วเราถึงเผลอพูดดังขึ้น ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจตะโกน?อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยมูลนิธิองค์กรทำดีชี้แจง บุคคลปริศนาไม่ใช่ทีมงานและไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ความรัก, ประสบการณ์ชีวิต
"ต้นพระศรีมหาโพธิ์" ความศรัทธาที่ไม่มีเสื่อม โปรยปรายด้วยดอกไม้สดในทุกวันความรักของคนหลังกำแพงพอเจอเขาก็ใกล้ถึงบ้านเรา "เส้นทางกลับบ้านที่ไม่ได้ห่างหายไปจากเรา"ผู้หญิงไทยมากกว่าชายไทย ทำให้หาคู่ยากจริงเหรอ
ตั้งกระทู้ใหม่