ขนมพระพาย
ด้วยความเป็นขนมมงคล ลมจะนำความเย็นหวาน มาสู่เราเหนียวนุ่มหวานกลมกล่อม ปั้นเกือบกลมนะคะ 555 ห่างหายจากขนมไทยไปหลายเดือนเลย
ส่วนผสม สูตรและภาพ ©Marco Supannikar 🍽
ตัวแป้ง
- แป้งข้าวเหนียว
- หัวกะทิ
- น้ำลอยดอกมะลิ
- สีผสมอาหาร
ไส้ถั่วกวน
- ถั่วเขียวเราะเปลือกผ่าซีก (ถั่วทอง) 100 กรัม
- น้ำตาลทรายขาว 100 กรัม
- หัวกะทิ 130
- เกลือป่นนิดหน่อย
ส่วนประกอบอื่นๆ
- น้ำสะอาด สำหรับนึ่งขนม
- น้ำเย็นสำหรับหล่อกะทิราดขนม
- ใบตอง
- หัวกะทิ
- เกลือป่น
- แป้งข้าวเจ้า
ทำไส้ถั่วกวนค่ะ
- ล้างถั่วเขียวเราะเปลือก จนน้ำใส แช่ทิ้งไว้ในน้ำร้อน 3 ชั่วโมง หรือน้ำอุณหภูมิห้อง 1 คืน ล้างอีกรอบ นึ่งให้สุกนุ่ม
- โขลกหรือบด จนละเอียด ผสมกับหัวกะทิ น้ำตาลทราย เกลือป่น แล้วกวนในกระทะ ด้วยไฟอ่อน กวนจนแห้ง พักให้คลายร้อน ปั้นเป็นลูกกลมๆ ใช้ผ้าคลุมกันแห้ง
ทำแป้งหุ้มค่ะ
- ใส่แป้งข้าวเหนียวในชามผสม ค่อยๆใส่หัวกะทิ และน้ำลอยดอกมะลิ ใช้มือเคล้า นวดให้เนียน แบ่งผสมสีค่ะ หาผ้าคลุมกันแห้ง
- ปั้นแป้งเป็นลูกกลมให้ใหญ่กว่าไส้ คลึงให้แบน หุ้มไส้ให้มิด ปั้นเป็นลูกกลม วางเรียงบนใบตองที่รองไว้ในลังถึง
- ตั้งน้ำให้เดือดไฟแรง นึ่งขนมจนสุกวาว ราว 5 นาที
ทำหัวกะทิราดค่ะ
- ตั้งหม้อใส่หัวกะทิ แป้งข้าวเจ้า คนให้แป้งละลายไม่เป็นก้อน ใส่เกลือป่น
- ตั้งไฟอ่อน คนไวๆ จนข้น ตักใส่ถ้วย หล่อด้วยน้ำเย็น
วิธีการจัดตกแต่ง
- วางใบตองที่ตัดไว้เป็นวงกลม นำขนมวางบนใบตอง ราดด้วยหัวกะทิที่ทำไว้ รีบรับประทานค่ะ เเป้งจะได้ไม่กระด้าง เพราะโดนลม
- ขนมพระพาย เป็นขนมโบราณหารับประทานยาก ด้วยชื่อที่เป็นมงคล นิยมใช้ประกอบพิธีแต่งงาน ดังความเชื่อที่ว่า พระพายคือลม ทำให้ชีวิตคู่ร่มเย็น ส่วนผสมใช้แป้งข้าวเหนียว ทำให้รักกันเหนียวแน่น ไส้หวานหอม ทำให้ชีวิตรักหวาน
- ขนมชนิดนี้ลักษณะจะใหญ่กว่าขนมโค บ้างก็เรียกว่า ขนมหัวล้าน และมีชื่อแตกต่างไปตามวิธีทำ
- เราไม่ได้ตวงแป้งค่ะ ใช้คะเนเอา เพราะเรานวดด้วยมือ ความรู้สึกบอกได้ว่าแป้งนุ่ม หยาบหรือเหลว ถ้าเหลวให้เติมแป้ง หากหยาบเติมหัวกะทิและน้ำลอยดอกมะลิ บางคนใช้หัวและหาง กะทิผสมกัน แต่เราใช้น้ำลอยดอกมะลิ จึงไม่ต้องใช้หางกะทิ
- เวลานวด นวดให้นานสักนิด แป้งจะได้นุ่มๆ เรานวดประมาณ 10 นาที
- ถั่วเขียวเราะเปลือก หลังจากแช่น้ำ ให้สะเด็ดพักไว้ นึ่งราว 30 นาที เราเอามายีในกระชอนตาถี่ ก็เลยนาน ส่วนใหญ่เค้าจะให้วิธีการปั่นค่ะ ตอนกวนถั่ว มีกระเด็นนะคะ ใช้ไฟค่อนข้างอ่อน กวนไปทางเดียวกัน กวนไวๆ จนร่อน จากกระทะค่ะ พักให้เย็นแล้วค่อยปั้นค่ะ กันมือพอง
- กะทิราดขนม หลังจากเคี่ยวเสร็จ ยังไม่ฟูมาก เราเอามาหล่อด้วย น้ำเย็นค่ะ ช่วยให้ขึ้นฟู แป้งข้าวเจ้าเราใส่แค่ 1 ช้อนค่ะ อย่าลืมใส่เกลือป่น จะได้เค็มปะแล่ม ตัดความหวานของไส้
- ใช้ใบตองรองตอนนึ่งช่วยให้ก้นขนมไม่ติด จะตัดเป็นวงกลม แล้วนึ่งก็ได้ แต่ตอนนึ่งเราใช้แผ่นใหญ่ นึ่งเสร็จ เราวางเรียง
บนใบตองกลมๆ เพื่อความเขียวสดสวยค่ะ
- เราทำแค่ที่เห็นค่ะ ถ้าส่วนผสมเหลือก็เก็บไว้ทำอย่างอื่นนะคะ เราอยากทำ ที่บ้านเค้ากลัวอ้วน สุดท้ายต้องทิ้งละคะ
- แชร์ได้ค่ะ แต่สงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ตัด ดัดแปลง ข้อความจากสูตรและภาพ
Cr. Marco Supannikar เพจอาหารไทยแท้แม่ให้มา

4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อน
ไม่มีทุนก็เริ่มธุรกิจได้ แต่ต้องเลือกทางหาเงินก้อนแรกให้ถูก
5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย
ฮัวกาชีนา โอเอซิสกลางทะเลทรายเปรู ที่สวยเหมือนหลุดจากภาพวาด
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
งูแสงอาทิตย์: อัญมณีมีชีวิตแห่งผืนดิน
เคล็ดลับเก็บมะนาวที่หั่นแล้วให้คงความสด ฉ่ำน้ำ ไม่แห้งดำ
อาหารไทยที่กำลังสูญหาย
เลขเด็ด "ทักษามหารานี" งวดวันที่ 1 กรกฎาคม 69..ส่องให้ไว เลขไหนใช่เลย!
หัวนะโม: มรดกแห่งศรัทธาและพุทธคุณแห่งนครศรีธรรมราช
น้ำมันตับปลา ต่างจากน้ำมันปลาอย่างไร กินแบบไหนถึงไม่เกินจำเป็น
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ
เลขเด็ด "ทักษามหารานี" งวดวันที่ 1 กรกฎาคม 69..ส่องให้ไว เลขไหนใช่เลย!
เคล็ดลับเก็บมะนาวที่หั่นแล้วให้คงความสด ฉ่ำน้ำ ไม่แห้งดำ
ไม่มีทุนก็เริ่มธุรกิจได้ แต่ต้องเลือกทางหาเงินก้อนแรกให้ถูก
อาหารไทยที่กำลังสูญหาย
งูแสงอาทิตย์: อัญมณีมีชีวิตแห่งผืนดิน
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ



