หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ดอกเบี้ย 0% คือการที่สถาบันการเงินขาด CSR

เขียนโดย doctorsopon

                  เร็วๆ นี้สถาบันการเงินเริ่มจะลดดอกเบี้ยเงินฝากเหลือ 0% หรือใกล้ 0% เข้ามาเต็มที แต่ดอกเบี้ยเงินฝากกลับฉีกห่างไป 6%  นี่เท่ากับสถาบันการเงินไม่มี CSR
          CSR (Corporate Social Responsibility) หรือพันธกิจต่อผู้มีส่วนได้เสียกับวิสาหกิจ กำลังเป็นที่กล่าวขวัญถึง ผู้มีส่วนได้เสีย (stakeholders) ใน CSR นั้นหมายถึงตั้งแต่ผู้ถือหุ้น ลูกจ้าง ลูกค้า คู่ค้า (supplier) ชุมชนที่วิสาหกิจนั้นตั้งอยู่ ตลอดจนสังคมโดยรวม อย่างไรก็ตามวิสาหกิจทั่วไปมักนึกถึงผู้ถือหุ้นเป็นอันดับแรกโดยไม่คำนึงถึงกลุ่มอื่น ซึ่งแสดงว่าขาด CSR นั่นเอง และก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคม
          การที่เราจะมี CSR นั้น ย่อมหมายถึงการเอื้อประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างเหมาะสมโดยไม่ไปเบียดเบียนฝ่ายใด วิสาหกิจที่มี CSR ย่อมไม่ขูดรีดแรงงานลูกจ้าง ไม่ฉ้อโกงลูกค้า ไม่เอาเปรียบคู่ค้า ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมหรือทำร้ายชุมชนโดยรอบที่ตั้งของวิสาหกิจด้วยการก่อมลพิษ วิสาหกิจที่ขาด CSR ย่อมสะท้อนถึงการขาดซึ่งความโปร่งใส ผู้บริหารในแทบทุกระดับมักหาผลประโยชน์เข้าตัวเองหรือฉ้อโกง
          แท้จริงแล้ว การมี CSR เป็นการทำธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมาย (แต่ถ้าใครจะทำให้ดีเกินมาตรฐานกฎหมายหรือจะบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมเพิ่มเติมก็อีกเรื่องหนึ่ง) หรืออีกนัยหนึ่งคือการไม่ทำผิด หมิ่นเหม่หรือหลบเลี่ยงกฎหมายแรงงาน กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายอาญาในกรณีต่าง ๆ ด้วยเหตุนี้การทำ CSR จึงต้องมีกรอบกฎหมายบังคับ
          เอาเปรียบคู่ค้า=ขาดจริยธรรม   วิสาหกิจหลายแห่งเอาเปรียบคู่ค้าโดยขาดจริยธรรมอย่างเด่นชัด เช่น การยัดเยียดขายพ่วงสินค้า หรือการที่ห้างสรรพสินค้าบังคับให้วิสาหกิจสินค้าอุปโภคบริโภคแปะยี่ห้อของห้าง (house brand) แทนการให้โอกาสวิสาหกิจเหล่านั้นแจ้งเกิดยี่ห้อของเขา นอกจากนี้ยังมีการบีบคู่ค้าให้จัดหาสินค้า-บริการแก่ตนในราคาที่ต่ำสุดเพื่อเพิ่มโอกาสการเอาชนะในสงครามราคาเพื่อการครอบงำตลาดในอนาคต
          จริยธรรมเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งเลื่อนลอยที่จะร้องขอความเมตตาจากวิสาหกิจรายใหญ่ที่ยืนอยู่ฐานะที่ได้เปรียบ แต่เป็นประเด็นความไม่เป็นธรรมที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยกฎหมายเพื่อประโยชน์ของวิสาหกิจส่วนใหญ่และโดยเฉพาะเพื่อประชาชนโดยรวม เช่น การออกกฎหมายป้องกันการผูกขาด กฎหมายป้องกันการทุ่มตลาด กฎหมายผังเมืองที่ห้ามการตั้งห้าง/ร้านค้าปลีกส่งเดช กฎหมายสิ่งแวดล้อมที่ห้ามการก่อสร้างอาคารที่ขาดซึ่งมาตรการแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้น เป็นต้น
         การที่สถาบันการเงินจะลดดอกเบี้ยถึง 0% นั้น อาจไม่ผิด ในกรณีญี่ปุ่นก็เช่นกัน แต่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ก็ควรที่จะไม่ถ่างห่างมากขนาด 6% ควรน้อยกว่านี้มาก ดูอย่างกรณีญี่ปุ่นหรือประเทศตะวันตกอื่นได้  ทางออกที่จะแก้ไขปัญหานี้ก็คือการเปิดโอกาสให้สถาบันการเงินเอกชนเข้ามาดำเนินการ จะได้มีการแข่งขันแทนการเป็นธุรกิจกึ่งผูกขาด  อีกประการหนึ่งก็ควรให้ประชาชนได้ลงทุนทางเลือกอื่น เช่น การซื้อพันธบัตร เพื่อให้การออมไม่สูญเปล่านั่นเอง

ที่มา: http://www.area.co.th/thai/area_announce/area_press.php?strquey=press_announcement1450.htm

เนื้อหาโดย: doctorsopon
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
doctorsopon's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 1,175 ครั้ง
เขียนโดย doctorsopon
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
8 VOTES (4/5 จาก 2 คน)
VOTED: กบขึ้นวอ
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รายได้คนขับรถไฟโรงเรียนชายล้วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทยอาชีพไหนเงินเดือนสูง แต่คนลาออกเยอะ?จังหวัดที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดในประเทศ10 มหาวิทยาลัยน่าเรียนในไทย เทียบจุดเด่น คณะดัง และชีวิตรอบรั้วมหาวิทยาลัยขนาดกะทัดรัดที่สุดในประเทศไทยเปิดสายรถเมล์ ที่ยาวที่สุดในกรุงเทพฯ ผ่านเป็นร้อยป้าย ก็ยังไม่ถึงสักทีซองกันชื้น ในซองขนม เอาไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย3 มหาวิทยาลัยที่บรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติที่ดีและสวยที่สุดในประเทศไทยโรงเรียนที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในประเทศไทย5 มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่า “เดินเหนื่อยที่สุดในไทย”ข้าราชการที่กู้ยืมเงินมากที่สุดในไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดที่คนอยากย้ายออกมากที่สุด” คือจังหวัดไหน?เจาะลึก "โลมาสีชมพูแอมะซอน" สัตว์ป่าอัจฉริยะ กับวิกฤตเสี่ยงสูญพันธุ์ที่เหลือไม่ถึงหมื่นตัว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด บ้าน คอนโด ที่ดิน
ส่องไอเดียแต่งบ้านสไตล์ "ตู่ ภพธร" ที่อบอุ่น ชิค และเหนือกาลเวลาตลาดอสังหาริมทรัพย์เดือนมีนาคมเนลสัน หลี่: ราคาอสังหาริมทรัพย์ในฮ่องกงฟื้นตัวอย่างรวดเร็วราคาประเมินค่าก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2569 (มีนาคม 2569)
ตั้งกระทู้ใหม่