หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

กบฏเงี้ยวปล้นเมืองแพร่

เขียนโดย

ปฐมบทของเรื่องนี้เกิดเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2445 เวลา 7 โมงเช้า เงี้ยวซึ่งมีพะกาหม่องและสะลาโปไชยเป็นหัวหน้าโจร ได้นำสมุนราว 50 คนบุกเมืองแพร่ด้านประตูชัย จู่โจมสถานีตำรวจซึ่งมีกำลังพลอยู่แค่ 12 คน จึงไม่สามารถต้านทานได้ กองโจรเงี้ยวปลดอาวุธตำรวจแล้วพากันโจมตีที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข ตัดสายโทรเลข และทำลายอุปกรณ์สื่อสาร ก่อนจะมุ่งหน้าไปบ้านพักข้าหลวงเมืองแพร่ "พระยาไชยบูรณ์" แต่ท่านข้าหลวงได้พาครอบครัวพร้อมคุณหญิงเยื้อนภริยาหลบหนีออกจากบ้านไปก่อนหน้าแล้ว

 โจรเงี้ยวจึงบุกปล้นทรัพย์สินและสังหารคนใช้ ทำลายคลังหลวงและกวาดเงินสดไป ปล่อยนักโทษในเรือนจำและติดอาวุธให้บรรดานักโทษ จนมีกำลังสนับสนุนเพิ่มขึ้นเป็น 300 คน ราษฎรเมืองแพร่ต่างตื่นตกใจพากันอพยพไปอยู่นอกเมือง แต่กองโจรประกาศให้อยู่ในความสงบ และยืนยันจะไม่ทำร้ายชาวบ้าน ยกเว้นคนไทยภาคกลางที่มาปกครองเมืองแพร่ ราษฎรบางส่วนจึงเข้าร่วมกับกองโจรเงี้ยว จนมีกำลังเข้มแข็งยิ่งขึ้น

 พระยาไชยบูรณ์ตรงไปยังคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ "พระยาพิริยวิไชย" หวังพึ่งกำลังเข้าตีโต้ แต่ได้รับการปฏิเสธเนื่องจากไม่มีทั้งกำลังคนและอาวุธ พระยาไชยบูรณ์จึงหนีออกจากเมืองแพร่ไปทางบ้านมหาโพธิ์ หวังไปขอกำลังจากเมืองอื่นมาปราบปรามในภายหลัง

 พอตกสายวันที่ 25 กรกฎาคม กองโจรเงี้ยวก็สามารถยึดเมืองแพร่ได้เบ็ดเสร็จ พะกาหม่องและสะลาโปโชยตรงไปคุ้มเจ้าหลวง เชิญเจ้าเมืองแพร่ปกครองบ้านเมืองตามเดิม โดยให้เจ้าเมืองแพร่และบุตรหลานทำพิธีถือน้ำสาบาน มีพระยาพิริยวิไชยเป็นประธาน ร่วมด้วยเจ้าราชบุตร เจ้าไชยสงคราม และเจ้านายบุตรหลานคนอื่นๆ รวม 9 คน ตกลงว่าจะร่วมกันต่อต้านกองทัพรัฐบาล โดยกองโจรเงี้ยวเป็นกองหน้า ส่วนเจ้าเมืองเป็นกองหลังคอยส่งกำลังสนับสนุน

 วันรุ่งขึ้นกองโจรเงี้ยวออกตามล่าข้าราชการฝ่ายไทยและคนไทยภาคกลาง พร้อมประกาศตั้งรางวัลนำจับพระยาไชยบูรณ์และพระเสนามาตย์ ยกกระบัตรเมืองแพร่ คนละ 5 ชั่ง วันที่ 27 กรกฎาคม พระยาไชยบูรณ์ซึ่งอดอาหารมา 3 วัน 2 คืน ซ่อนตัวอยู่บนต้นข่อยกลางทุ่งนาใกล้หมู่บ้านร่องอากาศได้ออกจากที่ซ่อนมาขออาหารชาวบ้าน หนานวงศ์ราษฎรบ้านร่องอากาศจึงนำความไปแจ้งพะกาหม่องเอาเงินรางวัล พะกาหม่องนำกำลังไปล้อมจับและนำตัวกลับเมืองแพร่

 ตลอดการเดินทางมีการบังคับขู่เข็ญต่างๆ นานา ขณะที่พระยาไชยบูรณ์ก็ท้าทายให้โจรเงี้ยวฆ่า เมื่อมาถึงร่องกวางเคาโจรเงี้ยวจึงลงมือฆ่าพระยาไชยบูรณ์ พร้อมด้วยพระเสนามาตย์ ยกกระบัตรศาล หลวงวิมล ข้าหลวงผู้ช่วย ขุนพิพิธ ข้าหลวงคลัง และนายเฟื่อง ผู้พิพากษา นายแม้น อัยการ นายอำเภอ ปลัดอำเภอ และสมุห์บัญชีอำเภอต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก นับเป็นการเข่นฆ่าข้าราชการไทยครั้งใหญ่ในภาคเหนือ ปัจจุบันที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งอนุสาวรีย์พระยาไชยบูรณ์ด้วย

 ความรุนแรงที่เกิดขึ้นรัฐบาลจึงส่งกองทัพจากเมืองใกล้เคียง ทั้งพิชัย สวรรคโลก สุโขทัย ตาก น่าน และเชียงใหม่เข้าปราบปรามโจรเงี้ยวเมืองแพร่ และมอบหมายให้พระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต) ยกทัพหลวงขึ้นไปปราบปรามและสอบสวน โดยให้ถือว่าผู้ปฏิบัติการทั้งหมดเป็นกบฏเรียกว่า "กบฏเงี้ยวเมืองแพร่"

 ส่วนกองโจรเงี้ยวเมื่อก่อกบฏสำเร็จก็ไม่ได้ตระเตรียมกำลังป้องกัน กระทั่งวันที่ 1 สิงหาคม 2445 เมื่อทราบข่าวกองทัพรัฐบาลจะยกมาปราบปราม จึงแบ่งกำลังออกเป็น 2 กอง กองหนึ่งนำโดยสะลาโปไชยยกไปขัดตาทัพที่ด้านใต้ ส่วนอีกกองนำโดยพะกาหม่องยกไปด้านตะวันตกตีนครลำปาง เพื่อใช้เป็นฐานที่มั่น แต่นครลำปางที่รู้ตัวล่วงหน้าได้เตรียมกำลังไว้ป้องกัน เป็นเหตุให้พะกาหม่องพลาดท่าถูกยิงเสียชีวิต ส่วนกองโจรแตกพลัดพรายหายไป
 การประหัตประหารของกองทัพฝ่ายรัฐบาลกับเงี้ยวดำเนินไปจนถึงวันที่ 11 สิงหาคม สุดท้ายกองโจรเงี้ยวก็ต้านทานต่อไปไม่ไหว แตกกระจัดกระจายไม่อาจรวมกันได้ติด อีก 3 วันถัดมาพระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร (โพ เนติโพธิ์) ผู้ว่าราชการเมืองพิชัย พร้อมกำลังก็ยึดเมืองแพร่ได้สำเร็จ

 ต่อมาเมื่อเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีนำทัพหลวงถึงเมืองแพร่ ลงมือไต่สวนความผิด โดยขั้นแรกสั่งจับตัวหนานวงศ์มาประหารชีวิต ตามด้วยจับพญายอด ผู้นำกำลังจับหลวงวิมลมาประหารชีวิตตามติดไปอีกหนึ่ง การไต่สวนดำเนินไปตามนโยบายของกรมหลวงดำรงราชานุภาพ ที่ทรงกำชับไม่ให้ตั้งข้อสงสัยหรือกล่าวหาเจ้าเมืองแพร่และเจ้านายบุตรหลานล่วงหน้า

 ทว่าเมื่อการสอบสวนดำเนินไปก็พบหลักฐานต่างๆ ผูกมัดเจ้าเมืองแพร่และเจ้านายบางคน เช่น เจ้าราชบุตร เจ้าไชยสงคราม แต่ก่อนจะชำระความผิด เจ้าราชวงศ์และภริยาเกรงความผิดจึงดื่มยาพิษฆ่าตัวตายเสียก่อน

 การกระทำอัตวินิบาตกรรมข้างต้น ส่งผลให้เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีเกรงว่าจะเป็นการสร้างความเข้าใจผิดว่า รัฐบาลกระทำการรุนแรงต่อเจ้านายเมืองแพร่ ครั้นจะสืบหาพยานต่อไปหลักฐานก็จะผูกมัดเจ้าเมืองแพร่และบุตรหลาน ในที่สุดก็ต้องถูกประหารชีวิตในข้อหากบฏ หากเป็นเช่นนี้ย่อมกระทบกระเทือนใจเจ้านายเมืองเหนือทุกเมือง ด้วยต่างเกี่ยวพันฉันญาติผู้สืบสายราชวงศ์เจ้าเจ็ดตนด้วยกัน ทั้งยังสร้างความสะเทือนใจแก่ราษฎรทั้งหลายในล้านนา

 ดังนั้น เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีจึงหาทางออกอย่างละมุนละม่อม ด้วยการปล่อยข่าวว่าจะมีการจับกุมเจ้าเมืองแพร่และเจ้านาย พอตกดึกเจ้าเมืองแพร่พร้อมคนสนิทก็หลบหนีออกจากเมืองแพร่ โดยเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีมีคำสั่งลับ มิให้กองทหารที่ตั้งสกัดรอบเมืองขัดขวาง ทำให้การหลบหนีครั้งนี้เป็นไปอย่างสะดวก จนถึงหลวงพระบางอย่างปลอดภัย

 เมื่อเจ้าเมืองแพร่หนีไปได้ 15 วัน ถือเป็นการละทิ้งหน้าที่ราชการ เปิดโอกาสให้เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีออกคำสั่งถอดเจ้าพิริยวิไชยออกจากตำแหน่งเจ้าเมืองแพร่ อายัดทรัพย์ชดใช้หนี้หลวง ส่วนความผิดฐานร่วมกันก่อกบฏให้ระงับไป ไม่มีการรื้อฟื้นขึ้นอีก สำหรับเจ้าพิริยวิไชยเจ้าเมืองแพร่คนสุดท้าย ได้ใช้ชีวิตบั้นปลายที่หลวงพระบางจนถึงแก่พิราลัย
 นับแต่นั้นเป็นต้นมา ทุกวันที่ 25 กรกฎาคมของทุกปีจึงมีพิธีวางพวงมาลาสดุดีวีรกรรมพระยาไชยบูรณ์ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน

 
 ปูม 'เงี้ยว'

 "เงี้ยว" เป็นชนเผ่าไทชนเผ่าหนึ่งอาศัยอยู่ตามพื้นที่สูงบนเขา บางส่วนย้ายรกรากมาตั้งถิ่นฐานทางภาคตะวันออกของพม่า ดินแดนทางใต้มีพื้นที่ติดต่อกับล้านนาของไทย ปี 2428 อังกฤษเข้ายึดพม่าและรวมเอาดินแดนเงี้ยวไว้กับอินเดีย ตามประวัติศาสตร์เงี้ยวจึงถูกควบคุมโดยชาติใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็น จีน พม่า หรืออังกฤษ

 ตลอดระยะเวลากว่าศตวรรษเงี้ยวจึงต้องกรำศึกสงครามไม่ว่างเว้น ทั้งศึกน้อยศึกใหญ่ ทั้งคะฉิ่น กะเหรี่ยง ตลอดจนรบแย่งชิงอำนาจกันเอง สถานการณ์เริ่มสงบหลังอังกฤษเข้ายึดครอง ขณะเดียวกันก็เริ่มเข้ามาค้าขายกับไทยผ่านพม่าเข้ามาทางภาคเหนือออกหลวงพระบางและยูนนาน กระทั่งมีเงี้ยวบางส่วนตกค้างทำมาหากินอยู่ในประเทศไทย

 เวลานั้นภาคเหนือของไทยยังสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้ บริษัทต่างชาติจากอังกฤษเข้ามาทำธุรกิจค้าไม้ โดยจ้างเงี้ยวเป็นผู้แผ้วถางป่า ต่อมาผู้ครองแคว้นต่างๅ ได้ยุยงให้เงี้ยวแข็งข้อขึ้นเรื่อยๆ

เนื้อหาโดย: บิ๊กกี๋
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
บิ๊กกี๋'s profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 231 ครั้ง
เขียนโดย บิ๊กกี๋
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
4 VOTES (4/5 จาก 1 คน)
VOTED: บิ๊กกี๋
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
Liquid Biopsy ตรวจดีเอ็นเอมะเร็งจากเลือดได้ แต่ยังไม่แทนการคัดกรองมาตรฐานเปิด 10 อันดับ เงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัย วุฒิ ป.เอก ใครให้สูงสุด?งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำตำนานฮิสทีเรียกับเครื่องสั่นไฟฟ้าไม่ตรงกับหลักฐานทั้งหมด“Jinny Lu” ปั๊กวัย 6 ปี คว้าแชมป์สุนัขหน้าตาแปลกที่สุดในโลก 2026เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อยCastoreum คือสารหอมจากถุงกลิ่นของบีเวอร์ ไม่ใช่ชะมดเช็ดประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้านดอกหญ้า ร้านหนังสือในตำนาน จากร้านเล็กท่าพระจันทร์ สู่วันที่หายไปอย่ารอให้เกิดเหตุ! 8 เอกสารสำคัญที่ควรถ่ายเก็บไว้ในมือถือ เผื่อฉุกเฉิน หาย–ไฟไหม้–เดินทาง ช่วยได้มากกว่าที่คิดข้าวหมกไก่ จากข้าวหุงเครื่องเทศเปอร์เซีย สู่รสชาติแบบไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
Liquid Biopsy ตรวจดีเอ็นเอมะเร็งจากเลือดได้ แต่ยังไม่แทนการคัดกรองมาตรฐานข่าวดีผู้ป่วยมะเร็งบัตรทอง! สปสช. เร่งกระจาย “IMCRANIB 100” ยามะเร็งพระราชทาน 23,000 กล่อง คาดครบทั่วประเทศภายใน ต.ค. 69Castoreum คือสารหอมจากถุงกลิ่นของบีเวอร์ ไม่ใช่ชะมดเช็ดตำนานฮิสทีเรียกับเครื่องสั่นไฟฟ้าไม่ตรงกับหลักฐานทั้งหมดGoPro ขาดทุน 51 ล้านดอลลาร์ รายได้ร่วง 31% บริษัทเร่งหาทางรอด“Jinny Lu” ปั๊กวัย 6 ปี คว้าแชมป์สุนัขหน้าตาแปลกที่สุดในโลก 2026
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
ทึ่งทั้งโลก! เปิด 2 ขั้วนกฮูก “ยักษ์ 4 กิโลฯ” เทียบ “จิ๋วไม่ถึง 50 กรัม”ชายหนุ่มจากเผ่าจริงใจ ได้บังเอิญสบตากับ "มายา"ความสุขเล็กๆของครอบครัวไร่ยางอย่าหลงเชื่อ! ไทยไม่ได้ขึ้นทะเบียน “ยาบ้า” เป็นมรดกโลก
ตั้งกระทู้ใหม่