5 เหตุผลว่าทำไมคนเราจึงนิยมชิ่งหนีจากความสัมพันธ์ไปอย่างเงียบๆ
“การชิ่งหนีอย่างเงียบๆ” จะเกิดขึ้นเมื่อคนสองคนพูดคุยเพื่อทำความรู้จักกันหรือออกเดทด้วยกันและฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเริ่มมีการโต้ตอบน้อยลงไปเรื่อยๆจนกระทั่งสิ้นสุดความสัมพันธ์โดยปราศจากคำอธิบายใดๆทั้งสิ้น เห็นได้ชัดว่าการชิ่งหนีก็คือการบอกเลิกกันแบบเบาๆ แล้วเหตุใดคนเราจึงนิยมเลือกใช้วิธีนี้กันล่ะ?
คุณไม่ต้องเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย ที่สำคัญไม่ต้องเห็นว่าอีกฝ่ายเศร้าขนาดไหนด้วยในตอนที่ยุติความสัมพันธ์กัน แม้ว่าจะง่ายแต่การกระทำเช่นนี้ก็ถือว่าขี้ขลาดมากและไม่ได้หมายความว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องด้วย
2. ได้ผลมากกว่า
ใครจะมามัววางแผนบอกเลิกกับอีกฝ่ายใช่ไหมล่ะ? เสียเวลาจะตาย! คุณสามารถชิ่งหนีจากอีกฝ่ายได้ง่ายๆโดยเริ่มจากไม่ตอบแชท ตามมาด้วยไม่รับโทรศัพท์และสุดท้ายคือไม่อ่านข้อความ วิธีนี้จะยิ่งง่ายเข้าไปอีกในกรณีที่คุณทั้งสองคนยังไม่เคยเจอกัน
3. ไม่อยากเป็นคนใจร้าย
ก่อนที่จะมีเทคโนโลยีอย่างในปัจจุบันผู้คนต้องมาเจอหน้ากันเพื่อยุติความสัมพันธ์ ใช่มันไม่ดีหรอกแต่ก็จำเป็นต้องทำเช่นนั้น การบอกเลิกกันเป็นเรื่องยุ่งยากและลำบากใจ ฉันเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ก็ไม่อยากใจร้ายนักหรอกโดยเฉพาะถ้าเกี่ยวข้องกับความรู้สึกของคนอื่น ดังนั้นผู้คนจึงรู้สึกว่าการชิ่งหนีไปดื้อๆน่าจะดีกว่าการบอกกับอีกฝ่ายว่าเรามีความรู้สึกไม่ตรงกันอีกต่อไปแล้ว หรือบางคนก็อาจไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี แต่เราก็ไม่ควรผลักไสคนอื่นออกจากชีวิตโดยที่ไม่มีเหตุผลนะ
4. เจอคนใหม่แล้ว
ในความเป็นจริงการบอกเลิกกันด้วยเหตุผลจะทำให้ความสัมพันธ์จบลงง่ายกว่า หากไม่ได้ฟังคำอธิบายจากอีกฝ่ายก็มีแนวโน้มว่าคุณจะรู้สึกค้างคาใจและคิดถึงเหตุผลอยู่ตลอดเวลาว่าทำไมเขาถึงไม่ต้องการคบกับคุณอีกต่อไป
5. กลัว
บางคนอาจรู้สึกเจ็บปวดขณะที่บางคนอาจรู้สึกหงุดหงิดที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเจ็บปวด บางครั้งคนเราจำเป็นต้องปล่อยอีกฝ่ายไปเพียงเพราะพวกเขายังไม่พร้อมที่จะรับข้อเสนอจากอีกฝ่ายเท่านั้นเอง นอกจากนี้การชิ่งหนีอย่างเงียบๆก็สามารถเกิดขึ้นได้แม้กระทั่งกับคนสองคนที่ต้องการอยู่ด้วยกัน ดังนั้นความสัมพันธ์ควรเกิดขึ้นในเวลาที่เหมาะสมและเมื่อคนทั้งคู่พร้อมที่จะรับมือกับมัน
การอธิบายให้คนที่คุณเพิ่งรู้จักฟังว่าคุณไม่ต้องการสานสัมพันธ์กับเขาอีกต่อไปแล้วช่างเป็นเรื่องที่น่าลำบากใจยิ่งนัก นั่นเป็นเพราะคุณกลัวเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต คุณไม่อยากเป็นคนอ่อนแอในสายตาคนอื่น คุณต้องการเผยคุณสมบัติที่ดีที่สุดของตัวเองออกมาแต่คุณไม่แน่ใจว่าต้องทำอย่างไร อย่าลืมว่าความสัมพันธ์มีสองด้านเสมอ ไม่มีใครอยากทำให้คุณรู้สึกผิดหวังและคุณก็คงไม่อยากทำให้คนอื่นรู้สึกผิดหวังเช่นเดียวกัน
คุณต้องเชื่อมั่นในตัวเองรวมถึงผู้คนที่อยู่รอบตัวคุณด้วย ไม่มีใครในโลกนี้ที่จ้องอยากจะทำร้ายคุณหรอก ปัจจุบันการชิ่งหนีอย่างเงียบๆเกิดขึ้นบ่อยมากอันเนื่องมาจากเทคโนโลยีนั่นเอง นี่ไม่ใช่ความผิดของเทคโนโลยีแต่เป็นผู้ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ต่างหากที่ควรรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง การซ่อนตัวอยู่หลังเทคโนโลยีไม่สามารถแก้ปัญหาได้และสุดท้ายทุกคนก็จะรู้สึกเจ็บปวดอยู่ดี ดังนั้นการบอกเหตุผลไปตรงๆว่าทำไมถึงเลิกกันน่าจะจบง่ายกว่า ไม่เช่นนั้นคุณจะรู้สึกค้างคาใจอยู่อย่างนั้นเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
Blogger : Myranda Siegert
Source : youqueen.com
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
โรคไข้หลับลึกยุค 1920s ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ในผู้รอดชีวิต
หมายเลขบนหมวกตำรวจมีไว้ทำไม ตัวเลขที่เห็นทุกวัน แท้จริงใช้ระบุตัวเจ้าหน้าที่
เด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1
เลขชน 3 สำนัก 16 ก.ย. 69 ไทยรัฐ-เดลินิวส์-บางกอกทูเดย์ เลข 4-5 โผล่ครบ
ย่านที่ชาวจีนอาศัยเยอะสุดในไทยอยู่ตรงไหน
เปิด 5 ตำแหน่งสายกฎหมายภาครัฐ เงินเดือนสูงสุดใครแตะ 1.38 แสนบาทต่อเดือน?
เปิดตำนาน "ทาร์ทาร์" (Steak Tartare): เนื้อดิบใต้บั้นท้ายอานม้า หรือมหากาพย์ความเข้าใจผิด 700 ปี
ใบขับขี่รุ่นแรกของประเทศไทย เริ่มเมื่อไร? ย้อนกลับไปกว่า 100 ปี สมัย ร.5
มะเขือเทศทำให้หน้าแดงและผิวดีได้จริงแค่ไหน
มหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?
เปิดค่าใช้จ่ายจริงของนักเรียนเตรียมทหาร ตั้งแต่สมัครจนจบการศึกษา ต้องเตรียมเงินเท่าไร
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
📷 5 ภาพถ่ายโบราณแบบออริจินัล ที่กลายเป็นของสะสมทรงคุณค่าราคาแพง
ทำไมเวลาตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิต สมองถึงชอบพาเราไปเชื่อคำแนะนำของคนแปลกหน้ามากกว่าคนในครอบครัว?
6 สเกตบอร์ดแผ่นไม้ลายกราฟิตียุค 90s ที่ผ่านการเล่นมาแล้ว แต่ราคายังพุ่งแรง!
ตัดสิ่งไม่จำเป็น แล้วเหลือแต่สิ่งสำคัญ เพราะชีวิตต้องคิดให้ง่าย "ไม่คิดยาก"