โรคไข้หลับลึกยุค 1920s ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ในผู้รอดชีวิต
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
เช้าวันหนึ่งในโรงพยาบาลยุโรปเมื่อราวหนึ่งศตวรรษก่อน ผู้ป่วยบางคนลืมตาแต่ไม่ตอบสนอง บางคนนั่งนิ่งบนเก้าอี้เป็นเวลานาน สีหน้าแทบไม่เปลี่ยน ญาติและแพทย์ไม่รู้ว่าพวกเขากำลังหลับ ป่วยทางจิต หรือยังรับรู้โลกภายนอกอยู่กันแน่ ภาพเช่นนี้ทำให้โรค Encephalitis lethargica ถูกเรียกติดปากว่า “โรคไข้หลับลึก”
มันไม่ใช่โรคหลับจากแมลงวันเซ็ตเซ และไม่ใช่คำอธิบายว่าผู้ป่วย “กลายเป็นรูปปั้น” ตามตัวอักษร แต่เป็นโรคสมองอักเสบลึกลับที่ทำลายการควบคุมการตื่น การเคลื่อนไหว และการแสดงออกของร่างกาย จนผู้ป่วยบางรายมีอาการคล้ายพาร์กินสันอย่างรุนแรงหลังรอดจากระยะเฉียบพลัน
แพทย์ Constantin von Economo รายงานกลุ่มอาการนี้ในปี 1917 ระหว่างที่ยุโรปกำลังเผชิญสงครามและการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ โรคแพร่พบในยุโรปและอเมริกาเหนือเป็นหลักในช่วงราวปี 1916–1927 ก่อนจำนวนผู้ป่วยจะลดลงอย่างมาก โดยไม่เกิดการระบาดระดับเดิมอีก
ตัวเลขรวมทั่วโลกยังไม่แน่ชัด งานทบทวนประวัติศาสตร์ชิ้นหนึ่งระบุว่ามีรายงานผู้ป่วย 65,000 ราย และอัตราเสียชีวิตในระยะเฉียบพลันราว 30% ขณะที่ตัวเลข “ผู้ป่วยนับล้าน” ที่มักเล่าต่อกันนั้นประเมินย้อนหลังกว้างมาก จึงไม่ควรนำไปใช้เป็นจำนวนยืนยันเด็ดขาด
อาการของโรคไม่ได้มีแค่ง่วงนอน ผู้ป่วยอาจมีไข้ ปวดศีรษะ เห็นภาพซ้อน หนังตาตก การนอนผิดปกติ หรือสลับไปมาระหว่างหลับมากผิดปกติกับนอนไม่หลับ หลังจากนั้นบางคนเกิดภาวะ post-encephalitic parkinsonism คือเคลื่อนไหวช้า กล้ามเนื้อเกร็ง ใบหน้าเหมือนสวมหน้ากาก พูดน้อย และเริ่มขยับตัวได้ยาก
คำบรรยายว่า “สมองยังรับรู้ทุกอย่าง แต่พูดหรือขยับไม่ได้” จึงอาจตรงกับประสบการณ์ของผู้ป่วยบางรายในระยะหลังโรค แต่ไม่ใช่อาการที่พิสูจน์ได้เหมือนกันทุกคน ภาวะนี้มีความหลากหลายมาก ตั้งแต่ฟื้นตัวได้ดี ไปจนถึงพิการเรื้อรังและต้องได้รับการดูแลตลอดชีวิต
ความเกี่ยวข้องกับไข้หวัดสเปนยังเป็นปริศนา ทั้งสองเหตุการณ์เกิดใกล้เคียงกันจนเคยมีสมมติฐานว่าไวรัสไข้หวัดใหญ่เป็นต้นเหตุโดยตรง แต่การตรวจเนื้อเยื่อสมองเก่าจากผู้ป่วยไม่พบ RNA ของไวรัสไข้หวัดใหญ่ หลักฐานปัจจุบันจึงยังไม่ยืนยันความเป็นเหตุเป็นผลโดยตรง นักวิจัยเสนอความเป็นไปได้อื่น เช่น การติดเชื้อชนิดอื่นหรือปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันผิดปกติ แต่ยังไม่มีคำตอบสุดท้ายว่าอะไรทำให้การระบาดนั้นเกิดขึ้นและหายไป
เรื่องราวนี้กลับมาอยู่ในความทรงจำของคนจำนวนมากผ่านหนังสือ Awakenings ของ Oliver Sacks ซึ่งบันทึกการดูแลผู้รอดชีวิตที่มีอาการพาร์กินสันหลังสมองอักเสบในช่วงปลายทศวรรษ 1960 ต่อมาถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี 1990 การใช้ยา L-DOPA ทำให้ผู้ป่วยบางคนตอบสนองอย่างน่าทึ่งในระยะแรก แต่ผลไม่ได้คงอยู่ถาวรสำหรับทุกคน
สิ่งที่โรคไข้หลับลึกทิ้งไว้จึงไม่ใช่เพียงภาพโรงพยาบาลอันชวนสะเทือนใจ แต่เป็นบทเรียนว่าการระบาดทางสมองอาจมีผลตามมาหลังโรคเฉียบพลันผ่านไปนานมาก และความสัมพันธ์ระหว่างโรคติดเชื้อกับระบบประสาทจำเป็นต้องติดตามด้วยหลักฐาน ไม่ใช่ยึดเพียงความบังเอิญของช่วงเวลา
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
หมายเลขบนหมวกตำรวจมีไว้ทำไม ตัวเลขที่เห็นทุกวัน แท้จริงใช้ระบุตัวเจ้าหน้าที่
มหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?
มะเขือเทศทำให้หน้าแดงและผิวดีได้จริงแค่ไหน
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 16 กันยายน 2569
ใบขับขี่รุ่นแรกของประเทศไทย เริ่มเมื่อไร? ย้อนกลับไปกว่า 100 ปี สมัย ร.5
ย่านที่ชาวจีนอาศัยเยอะสุดในไทยอยู่ตรงไหน
เด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1
เปิด 10 เลขขายดี งวด 16 ก.ย. 69 เลขไหนถูกกว้านซื้อ และเลขไหนโผล่ซ้ำหลายกระแส
รู้หรือไม่? ปลาในประเทศไทยบางชนิดไม่ได้จับหรือซื้อขายกันได้อย่างที่คิด 🐟
เปิดตำนาน "ทาร์ทาร์" (Steak Tartare): เนื้อดิบใต้บั้นท้ายอานม้า หรือมหากาพย์ความเข้าใจผิด 700 ปี
เปิดเงินเดือนตำรวจและทหารแต่ละระดับชั้น ได้รับค่าตอบแทนอะไรเพิ่มเติมบ้าง
มหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?
ทำไมยิ่งสั่งตัวเองว่า 'ห้ามคิดถึงเขา' สมองกลับยิ่งเปิดภาพขึ้นมาในหัวชัดกว่าเดิม?
Tsingy de Bemaraha ดินแดนหินปูนคมกริบของมาดากัสการ์เกิดขึ้นได้อย่างไร
ย่านที่ชาวจีนอาศัยเยอะสุดในไทยอยู่ตรงไหน
เด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1



