ปริศนาเรือ SS Waratah
กรกฎาคม 1909 เรือ SS Waratah เรือโดยสารสัญชาติออสเตรเลีย บรรทุกผู้โดยสารและสินค้าเต็มอัตรา ออกจากประเทศอังกฤษมุ่งหน้าสู่ประเทศออสเตรเลีย กระทั่งมาถึงเมือง Durban ประเทศแอฟริกาใต้ในวันที่ 26 กรกฎาคม ปีเดียวกัน เพื่อพักเติมสิ่งของที่จำเป็นก่อนจะมุ่งหน้าสู่เมืองเคปทาวน์ต่อไป
Waratah พักที่เมือง Durban เพียงแค่ 1 วันก่อนจะแล่นออกจากท่าเพื่อมุ่งหน้าไปยังเคปทาวน์ตามกำหนดการ ในระหว่างทางพวกเขาได้ส่งสัญญาณรหัสมอร์สไปยังเรือ Clan Mcintyre ซึ่งอยู่ในเส้นทางเดียวกันถึงเรื่องสภาพดินฟ้าอากาศ และสารทุกข์สุกดิบทั่วไป เหตุการณ์มันก็น่าจะไม่มีอะไร หากว่าเรือ Waratah ไม่ได้หายสาบสูญไปนับแต่นั้น
โดยตามปกติ เส้นทางการเดินเรือนี้ จะมาบรรจบกันที่จุดจุดหนึ่ง ทว่าเมื่อถึงจุดนั้นเรือ Clan Mcintyre กลับไม่พบร่องรอยของ Waratah รวมถึงสัญญาณจากพวกเขาก็หายไปซะเฉยๆ อย่างไรก็ตามกัปตันของเรือ Clan Mcintyre อ้างว่า 1 วันหลังจากขาดการติดต่อกับ Waratah พวกเขาพบเห็นเรือโบราณเก่าแก่ลำหนึ่ง แล่นฝ่าสายหมอกไปยังเส้นทางของ Warath (เส้นเดิมที่ตั้งเข็มไว้แต่แรก) นั่นทำให้พวกเขาคาดเดาได้ว่า อาจเกิดเรื่องกับ Waratah ซะแล้วเพราะเรือโบราณที่เห็นนั้นอาจจะเป็นเรือ Flying Dutchman เรือปีศาจในตำนานที่ว่ากันว่า แล่นวนเวียนอยู่ในน่านน้ำแถบนี้ชั่วกัปชั่วกัลป์ก็เป็นได้
อย่างไรก็ ตามไม่ได้มีเพียงแค่ Clan Mcintyre เท่านั้นที่พบเห็นร่องรอยของ Waratah เพราะยังมีเรืออีกสองลำที่พบเบาะแสเช่นกัน , เรือ Guelph ซึ่งเป็นเรือโดยสารเช่นกันเล่าว่า พวกเขาพบเห็นสัญญาณที่เป็นแสงไฟจากเรือ Waratah โดยเมื่อประสมคำออกมาแล้วได้ว่า T-A-H ซึ่งเป็นคำท้ายของชื่อเรือ ทำให้พวกเขารู้ว่าเรือลำนั้นคือ SS Waratha , ส่วนเรืออีกลำหนึ่งเป็นเรือประมง พวกเขาอ้างว่าเห็นเรือ Waratah แล่นผ่านหน้าในระยะใกล้ โดยเรือทั้งลำถูกปกคลุมไปด้วยควันสีขาวคละคลุ้ง แต่เมื่อพวกเขาจะเข้าไปดูใกล้ๆ (เพราะคิดว่าไฟไหม้เรือ) ทันใดก็มีแสงสว่างวาบเจิดจ้าขึ้น พร้อมๆ กับเรือเดินสมุทรลำเบ้อเริ่มตรงหน้าที่หายไปไหนไม่ทราบในเวลาแค่กระพริบตา
แม้ ว่าหลายคนจะไม่เชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่จนบัดนี้ก็ไม่มีใครได้พบเห็น หรือได้เบาะแส ของเรือ SS Waratah พร้อมกับผู้โดยสาร 212 คนอีกเลย ทฤษฏีหนึ่งที่น่าเชื่อถือคือ เรือลำนี้จมอยู่ที่ไหนสักแห่งใกล้ๆ กับเคปทาวน์ ทว่าเมื่อมีการค้นหาแล้วกลับไม่พบซากเรือที่ควรจะเป็น Waratah เลย มันหายไปไหน? เกิดอะไรขึ้นในวันนั้นกันแน่? คำถามเหล่านี้ก็ยังคงเป็นปริศนาที่ยังไม่มีใครไขได้ตราบจนทุกวันนี้
เกร็ด : ชายสองคนซึ่งเป็นผู้โดยสาร และขึ้นฝั่งที่ท่าเรือเมือง Durban อ้างว่า มีลางสังหรณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่อาจทำให้เรือล่ม พวกเขาจึงขึ้นฝั่งที่เมือง Duban ในจำนวนสองคนนี้ Claude Sawyer เปิดเผยภายหลังถึงเหตุผลที่เขาตัดสินใจลงจากเรือ Waratah ก็เพราะว่าก่อนหน้าเรือเทียบท่าที่เมือง Durban เขาฝันเห็น ชายร่างใหญ่ในชุดอัศวินยุคกลาง ร้องเรียกชื่อเรือดังลั่น จากนั้นชายคนนั้นก็หายไป แต่เรือทั้งลำกลับถูกคลื่นยักษ์ซัด และจมหายลงไปในท้องทะเล Claude เชื่อว่าน้ำหนักของสินค้าในเรือมีมากเกินไป และทำให้เรือเสี่ยงที่จะจม เขาตัดสินใจขึ้นฝั่ง และรอดจากเหตุลึกลับมาได้อย่างหวุดหวิด
3 ศูนย์การค้าที่มีสินค้าหลากหลายที่สุดในประเทศไทย
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
ไรฝุ่นที่นอนอันตรายแค่ไหน
เมื่อคุณมาเที่ยวไทย และได้รอยแผลแบบนี้ แสดงว่าคุณถึงประเทศไทยแล้ว😆🤣
รถแห่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
"โมเฮนโจดาโร" ปริศนาเมือง 4,000 ปีที่ล่มสลายในเสี้ยววินาที!
5 เทคนิคการซื้อหวยให้ถูกบ่อย
ประเทศที่คนนิยมกินแมลงจากไทยมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
อัลตร้าสมูทสัมผัสไทย: ถอดรหัสไอติมกะทิ-ไอติมตัด จากหวานเย็นตลาดนัดสู่ Soft Power ระดับโลก
ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ
รูเล็ก ๆ ปลายคัตเตอร์ มีไว้ทำอะไร? หลายคนใช้ผิดมาตลอด
ประเทศที่คนนิยมกินแมลงจากไทยมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
3 ศูนย์การค้าที่มีสินค้าหลากหลายที่สุดในประเทศไทย
เมื่อคุณมาเที่ยวไทย และได้รอยแผลแบบนี้ แสดงว่าคุณถึงประเทศไทยแล้ว😆🤣
"โมเฮนโจดาโร" ปริศนาเมือง 4,000 ปีที่ล่มสลายในเสี้ยววินาที!
“ปลาตาใส” ปลาใต้ทะเลลึกที่มองทะลุหน้าผากตัวเอง ด้วยดวงตาทรงกระบอกซ่อนอยู่ภายในหัว!
นักบินอวกาศอาบน้ำแปรงฟันไหมเมื่ออยู่นอกโลก เวลาอึหรือฉี่ทำยังไง


