วิธีดูเนื้อวัวส่วนต่างๆเวลาสั่งสเต็ก
นี่คือการดูประเภทเนื้อวัวเวลาสั่งสเต็กเนื้อวัวอย่างมืออาชีพ เพื่อที่คุณจะได้ดูเป็นคนมีรสนิยมชั้นสูงและไม่พลาดความอร่อยเมื่อคุณรู้ว่าแต่ละส่วนเลือกรับประทานอย่างไร
เมื่อเวลาเราต้องการสั่งสเต็ก คำเรียกสเต็กชนิดต่างๆ จะเรียกจากตำแหน่งการตัดชิ้นเนื้อจากส่วนต่างๆของวัว ซึ่งแต่ละตำแหน่งก็จะมีรสชาติและสัมผัสที่ไม่เหมือนกัน และแน่นอนว่ามันเป็นตัวแบ่งเกรดจากคุณภาพเนื้อด้วย ดังนั้นคุณควรต้องรู้ว่าเนื้อวัวส่วนต่างๆมันมีลักษณะรสชาติและราคาที่ต่างกันอย่างไรบ้าง
1. Loin (เนื้อสัน)
1.1 Sirloin (เซอร์ลอยน์)
คนไทยคงคุ้นหูกันดีเพราะเห็นบ่อยตามร้านสเต็ก โดยเซอร์ลอยน์คือเนื้อส่วนสะโพกด้านบนหรือเรียกอีกอย่างว่า “เนื้อสันนอก” ซึ่งมีความนุ่มและมีมันอยู่ในตัวด้วย อีกทั้งยังมีความกรุบอยู่เล็กน้อยเพราะมีกล้ามเนื้ออยู่ด้วย เนื้อส่วนนี้เป็นที่นิยมเพราะ มีราคาไม่แพงนัก เพราะยังมีความเหนียวทำให้เคี้ยวมัน
1.2 T-Bone หรือ Porterhouse (ทีโบนสเต็ก หรือพอร์ตเตอร์เฮาส์)
ทีโบนสเต็กคือ “เนื้อวัวสันนอกส่วนที่ติดกระดูก” บางครั้งก็เรียกว่าพอร์ตเตอร์เฮาส์ สองคำเรียกนี้เป็นเนื้อส่วนเดียวกันแต่ต่างกันที่ขนาด (พอร์ตเตอร์เฮ้าส์จะมีส่วนที่เป็นเทนเดอร์ลอยน์มากกว่า) โดยเนื้อประเภทนี้เป็นเนื้อส่วนที่มีราคาแพงเช่นกัน เพราะมันเป็นการตัดตรงระหว่างจุดกึ่งกลางของเนื้อชั้นเยี่ยมสองแบบคือเทนเดอร์ลอยน์ และเนื้อสตริปลอยน์ (เนื้อสันติดมัน) และถูกคั่นกลางด้วยกระดูกรูปตัว T ทำให้ถูกเรียกว่าทีโบน เสน่ห์ของการกินทีโบนสเต็กคือการที่เราได้ลิ้มรสเนื้อสองแบบในเวลาเดียวกัน ทั้งความนุ่มๆของเทนเดอร์ลอยน์ และส่วนที่เป็นไขมันฉ่ำๆแบบสตริปลอยน์ด้วย เป็นอีกหนึ่งในเมนูที่ค่อนข้างแพงแต่คุ้มค่าที่จะลอง
1.3 Tenderloin (เทนเดอร์ลอยน์) หรือ Filet Mignon (ฟิเลมิยอง)
เทนเดอร์ลอยน์คือ “เนื้อสันใน” เป็นเนื้อส่วนที่นุ่มที่สุด และเป็นที่นิยมอีกทั้งยังมีราคาแพงเพราะเป็นเนื้อส่วนกลางสะโพกที่มีมันน้อย โดยที่มาของความนุ่มก็เพราะว่าเป็นเนื้อในส่วนที่วัวไม่ได้ออกแรงเลยจึงไม่มีกล้ามเนื้อตรงส่วนนี้ ทำให้เนื้อไม่เหนียว และถ้าเป็นเนื้อเทนเดอร์ลอยน์เกรดดี (Prime) ที่เป็นรู้จักกันว่าละลายในปากก็จะยิ่งอร่อยขึ้นอีก โดยปกติแล้วฟิเลมิยองสเต็กจะนิยมเสิร์ฟเป็นชิ้นกลมๆ หนาๆประมาณ 2 นิ้วขึ้นไป เพื่อให้ได้ความนุ่มอย่างเต็มที่
1.4 Strip Loin หรือ New York Strip (สตริปลอยน์ หรือนิวยอร์คสตริป)
เนื้อส่วนสตริปลอยน์คือ “เนื้อสันส่วนที่ติดมัน” เป็นที่กล่าวขานว่าเป็นเนื้อส่วนที่อร่อยที่สุด เพราะมีทั้งความนุ่มแบบเทนเดอร์ลอยด์และความชุ่มฉ่ำไปในตัว อีกทั้งเนื้อส่วนนี้มีไม่มาก ทำให้หายากและราคาสูง เนื้อชนิดนี้มักนิยมเสิร์ฟกันในชื่อ “นิวยอร์คสตริปสเต็ก” ซึ่งถือกันว่าเป็นราชาแห่งวงการสเต็กเลยทีเดียว
2. Rib (เนื้อริบตรงซี่โครง)
Rib คือส่วนซี่โครง ดังนั้นถ้าเราสั่ง Rib Steak ก็จะหมายถึงการสั่งซี่โครงย่างนั่นเอง โดยมีการแบ่งประเภทดังนี้
- Prime Rib (ส่วนซี่โครงชิ้นที่ 6-12) จะหมายถึงเนื้อซี่โครงเกรดดีที่สุด เพราะมีไขมันแทรกในเนื้อมาก บริเวณขอบชิ้นเนื้อมีเอ็นคั่นก่อนถึงไขมัน ย่างแล้วเนื้อนุ่มอร่อย โดยจะตัดแบบติดหรือไม่ติดกระดูกก็ได้
- Rib Eye หรือเนื้อริบอายนั้นก็คือเนื้อส่วนที่ติดอยู่กับซี่โครง ที่ตัดกระดูกและเอ็นรอบนอกออก เหลือแต่เนื้อส่วนกลางที่ให้รสชาติดีที่สุด เพราะมีส่วนมันเล็กน้อย และจะเสิร์ฟโดยการตัดเอามาเฉพาะส่วนเนื้อและเอาซี่โครงไปย่างเป็น Rib Steak ต่อ ทั้งนี้ เนื้อริบอายขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยและมีชุ่มฉ่ำของเนื้อ เพราะมีมันเยอะมาก
- Short Rib เป็นเนื้อที่ติดซี่โครงที่มีลักษณะชิ้นโค้ง โดยนิยมนำไป ย่าง, เผาหรืออบ
3. Pork Chop (พอร์คชอป)
พอร์คชอปคือเนื้อส่วนที่คล้ายกับทีโบนในเนื้อวัว หรือบางคนเรียกว่าเนื้อสันติดกระดูกนั่นเอง (ถ้าเป็นเนื้อหมูก็จะเรียกว่า พอร์คช็อป)
4. เนื้อวัวส่วนคอถึงไหล่ (Chuck)
เนื้อส่วน Chuck คือเนื้อวัวที่ไม่มีกระดูกหรือกล้ามเนื้อก้อนเดียว หลายคนมักเรียกว่า London Broil ซึ่งจะมีเนื้อส่วนหัวไหล่ที่มีไขมันแทรกและเอ็นแก้วตรงส่วนกลางชิ้นเนื้อ (Top Blade) โดยจะได้สเต๊กติดเอ็นที่อร่อยไปอีกสไตล์หนึ่ง
5. เนื้อวัวส่วนสะโพก (Top round)
ส่วนนี้จะตัดมาจากส่วนหลังของขาของวัว ซึ่งแม้ว่าเนื้อในส่วน Roundจะเป็นส่วนที่ทำงานหนักเหมือนส่วน Chuck แต่เนื้อที่ได้จาก Round จะนุ่มกว่า
6. เนื้อวัวส่วนท้อง (Plate & Flank Steak)
เนื้อส่วนท้องคือเนื้อนุ่ม ไม่มีกระดูก เพราะมีกล้ามเนื้อก้อนเดียว มีขนาดหนาไม่เกิน 1 นิ้ว มักมีราคาถูกกว่าเนื้อที่มีคุณภาพสูงอื่นๆ อย่างไรก็ดีในหลายๆโอกาสเนื้อส่วนนี้จะค่อนข้างดีเมื่อสไลซ์บางๆก่อนเสิรฟ์
วิธีการสั่งสเต็กที่ถูกต้อง
เป็นที่รู้กันว่าเมื่อเลือกชนิดเนื้อดังที่กล่าวมาแล้ว สิ่งแรกที่จะถูกถามต่อก็คือ “ความสุก”แต่ละคนชอบกินเนื้อที่สุกมากน้อยในระดับต่างกันไป ทั้งนี้ ระดับการกำหนดความสุกจะใช้เฉพาะกับเสต๊กเนื้อวัวเท่านั้น ส่วนเนื้อประเภทอื่นๆ เช่น ไก่ ปลา หมู จะทำสุกทั้งหมด โดยระดับความสุกของเนื้อจะมีผลอย่างสูงกับสัมผัสความนุ่มหรือกระด้างของเนื้อ
รู้ระดับความสุกของเนื้อ
1. เนื้อแรร์ (Rare)
เนื้อด้านนอกเป็นสีน้ำตาลอมเทา ในขณะที่เนื้อส่วนกลางมีสีแดงและสีชมพู ความรู้สึกที่ทานจะออกดิบๆ
2. เนื้อมีเดียมแรร์ (Medium rare)
เนื้อด้านนอกเป็นสีน้ำตาลอมเทา เนื้อส่วนกลางมีสีแดงอมเทา ถือเป็นแบบยอดนิยมที่คนไทยสั่งและหากเราไม่ได้บอกร้านว่าเอาสุกระดับไหน ทางพ่อครัวก็จะทำมาให้แบบนี้
3.เนื้อมีเดียม (Medium)
เนื้อด้านในสุดเป็นสีชมพู โดยเนื้อส่วนอื่นจะเป็นสีน้ำตาลอมเทา
4. เนื้อมีเดียมเวลล์ (Medium well)
เนื้อทั้งหมดในภาพรวมจะมีสีน้ำตาลอมเทา แต่จะเห็นสีชมพูเรื่อๆเพียงเล็กน้อยซึ่งระดับความฉ่ำของเนื้อจะเริ่มลดลงที่จุดนี้
5. เนื้อเวลล์ดัน (Well done)
เนื้อทั้งหมดในภาพรวมจะมีสีน้ำตาลอมเทา และความฉ่ำกับความนุ่มของเนื้อจะลดลง แต่เนื้อจะต้องสุกทุกส่วน
6. เนื้อโอเวอร์คุ๊ก (Overcook)
เนื้อทั้งหมดจะทำให้ใหม้เกรียมเป็นสีดำ ดังนั้นเนื้อจะแห้งแข็งและกระด้าง มีรสขมบ้างจากการเผาไหม้
วิดีโอประกอบวิธีสั่งสเต็กเนื้อวัว
รูปประกอบจาก:
เช็กดวงโชคลาภ 1 กันยายน 2569 ราศีไหนการเงินหมุนเวียนดี มีเกณฑ์รับข่าวดี
เปิดเเนวทางเลข เเต๋วจ๋า พารวย 1 กันยายน 2569
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้าน
“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อย
ส่องเเนวทาง ม้าวิ่ง 1 กันยายน 2569
เปิด 5 ประเทศที่มีคนไทยอยู่มากที่สุด ประเทศไหนมีชุมชนไทยใหญ่ที่สุด?
ชาไทยสีส้มสดใส แท้จริงมาจากไหน
Honda Forza 350 มีอะไรดี ทำไมสมัยนี้ถึงนิยมกันมาก?
นาฬิกา 350 บาทที่ยังชนะ Apple Watch ด้วยความเรียบง่ายที่ใช้ได้จริง
หวยลาววันนี้ 18 สิงหาคม 2569 รวมเลขเด็ดจากกระแส Facebook TikTok และ YouTube เลขไหนถูกพูดถึงมากที่สุด
ดอกหญ้า ร้านหนังสือในตำนาน จากร้านเล็กท่าพระจันทร์ สู่วันที่หายไป
รั้วล้ำเขตเกิน 10 ปีอาจเกิดครอบครองปรปักษ์








