เปิดตำนานหลอน ตุ๊กตากะลาสีผีสิงแห่งเมืองคีย์เวสต์
เปิดตำนานหลอน ตุ๊กตากะลาสีผีสิงแห่งเมืองคีย์เวสต์
"ตุ๊กตาผีสิง" เป็นหนึ่งในเรื่องราวชวนขนหัวลุกที่มีอยู่ทั่วไปแทบจะทุกประเทศ และมักจะถูกหยิบยกมาเล่าสู่กันฟังจากปากต่อปากจนกลายเป็นตำนานหลอนชวนขนหัว ลุกมาจวบจนทุกวันนี้ แต่ทั้งนี้ก็ยังคงมีหลายเรื่องราวที่เรายังไม่ทราบอีกมาก วันนี้กระปุกดอทคอมจะพาไปเปิดประสบการณ์หลอนกับตำนานของ "โรเบิร์ต" ตุ๊กตากะลาสีผีสิงสุดเฮี้ยนแห่งเมืองคีย์เวสต์
เด็กคนไหนจะไปคิดว่าตุ๊กตาแสนรัก ของเขาวันหนึ่งจะกลายเป็นดั่งฝันร้ายที่คอยหลอกหลอนเขาไปชั่วชีวิต... เมื่อช่วงปลายศตวรรษที่ 18 หลังจากจากโทมัส ออตโต้ พร้อมทั้งครอบครัวได้ย้ายเข้าไปอยู่ในแมนชั่นในเมืองคีย์เวสต์ รัฐฟลอริดา สหรัฐฯ บ้านหลังนี้รู้จักกันดีในชื่อว่า บ้านศิลปิน อีกทั้งโทมัสยังเป็นที่เลื่องลือด้านความเข้มงวดกับคนรับใช้ในบ้าน จนถึงวันหนึ่ง สาวชาวเฮติรายหนึ่งถูกโทมัสจ้างมาให้ดูแลลูกชายวัย 10 ขวบของเขา ซึ่งก็คือ โรเบิร์ต ยูจีน ออตโต หรือเรียกสั้น ๆ ว่า จีน
กระทั่งวันหนึ่งโทมัสจับได้ว่า สาวใช้คนนี้แอบฝึกพิธีกรรมทางไสยศาสตร์มนตร์ดำของชนเผ่าวูดูที่สวนหลังบ้าน เขาจึงไล่เธอออกจากบ้านไป แต่ทว่าก่อนที่จะจากไป เธอได้มอบตุ๊กตาตัวหนึ่งไว้ให้แก่จีน ตุ๊กตัวนี้เป็นตุ๊กตาเด็กชายเหมือนกับจีน สวมชุดกะลาสี สูง 90 ซม. มีดวงตาที่ทำมาจากกระดุม และเส้นผมที่ทำมาจากผมของมนุษย์ (ซึ่งเชื่อว่าเป็นผมของจีน) จีนชอบตุ๊กตาตัวนี้มากและตั้งชื่อให้กับมันว่า "โรเบิร์ต" ตามชื่อของเขา
โรเบิร์ต ยูจีน ออตโต
นับตั้งแต่นั้นมา ตุ๊กตาโรเบิร์ตก็กลายมาเป็นเพื่อนรักกับจีน เขามักจะพามันไปไหนมาไหนด้วยเสมอ ไม่ว่าไปซื้อของเล่น กินข้าวที่โต๊ะอาหาร และพาไปนอนในห้องด้วยทุกคืน ตัวติดกันตลอด แม่ของจีนมักจะได้ยินเสียงเด็กพูดคุยกันภายในห้อง แต่เธอก็คิดว่าคงเป็นเสียงที่ลูกชายดัดเสียงแปลก ๆ เป็นตุ๊กตาและพูดคนเดียวตามประสาเด็ก จึงไม่ได้คิดอะไร ทว่าหลังจากนั้นพ่อและแม่ของจีนเริ่มสังเกตเห็นว่าข้าวของเครื่องใช้ภายใน บ้านถูกขว้างปาเสียหาย เมื่อถูกซักถามจีนก็จะตอบว่า โรเบิร์ตเป็นคนทำ แรก ๆ พวกเขาก็รู้สึกไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เด็กจะโทษเพื่อนในจินตนาการของตน
แต่หลังจากนั้นเริ่มมีเหตุการณ์ แปลก ๆ เกิดขึ้นบ่อยครั้ง กระทั่งกลางดึกคืนหนึ่งพ่อและแม่ได้ยินเสียงของตกแตกพร้อมกับเสียงกรีดร้อง ของลูกชายตะโกนให้ช่วย จึงรีบวิ่งไปดูด้วยความตกใจ และพบว่าประตูห้องล็อก ส่วนอีกด้านของประตูพบแต่ความมืดและเสียงหัวเราะคิกคักดังออกมา จนในที่สุดเมื่อประตูเปิดออกเขาพบลูกชายซุกอยู่บนเตียงด้วยความหวาดกลัว สภาพห้องยับเยิน พร้อมกับเสียงกระซิบจากลูกชายว่า "โรเบิร์ตเป็นคนทำ"
เมื่อเป็นเช่นนี้ญาติ ๆ ของครอบครัวจึงให้คำแนะนำว่า ควรต้องทำอะไรสักอย่างกับตุ๊กตาผีสิงตัวนี้ พ่อและแม่ของจีนจึงตัดสินใจนำตุ๊กตาโรเบิร์ตไปเก็บไว้ในกล่องที่ห้องใต้ หลังคาและอยู่ที่นั่นเรื่อยมา จนกระทั่งหลายปีผ่านไปโทมัสผู้เป็นพ่อเสียชีวิตลง จีนเติบโตขึ้นแต่งงานมีภรรยาและอยู่ที่บ้านหลังนี้สืบต่อมาจากบิดา
กระทั่งวันหนึ่งจีนอยากตกแต่งบ้าน จึงขึ้นไปที่ห้องใต้หลังคาและพบเจ้าตุ๊กตาโรเบิร์ตเพื่อนเก่านอนจมกองฝุ่น อยู่จึงเก็บขึ้นมาใหม่ และนำมันติดตัวไปด้วยทุกที่เช่นเดิม ภรรยาของจีนมักจะเห็นมันแอบเหลือบมองสามีของเธอตลอดเวลาที่เผลอ หลังจากนั้นความสัมพันธ์รักของจีนและภรรยาก็แย่ลงขึ้นทุกวัน จนกระทั่งวันหนึ่งเธอเสียชีวิตไปอย่างไม่มีสาเหตุ
ในที่สุดจีนตัดสินใจนำตุ๊กตาโร เบิร์ตกลับไปไว้ที่ห้องใต้หลังคาตามเดิม แต่ก็ไม่วายยังมีเสียงของเพื่อนบ้านมาบอกอยู่บ่อยครั้งว่า พวกเขามักจะได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมาจากห้องใต้หลังคาจากบ้านของเขา อีกทั้งตุ๊กตายังทำท่าทางหลอกหลอนจนไม่มีใครกล้าเดินผ่านบ้านหลังนี้ มีเพียงจีนคนเดียวที่อาศัยอยู่ภายในบ้าน จนกระทั่งเขาเสียชีวิตลงในปี 1972 แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้ตำนานของตุ๊กตาโรเบิร์ตสิ้นสุดลง
บ้านหลังนี้ถูกขายต่อให้กับครอบ ครัวหนึ่งซึ่งมีลูกสาววัย 10 ขวบเช่นกัน และเธอก็ได้ไปเจอกับตุ๊กตาโรเบิร์ตที่ห้องใต้หลังคา จากนั้นเหตุการณ์ก็เกิดขึ้นซ้ำรอยเดิมเช่นเดียวกับจีน กระทั่งสุดท้ายมันส่งไปอยู่พิพิธภัณฑ์ East Martello Museum ซึ่งมันถูกเก็บไว้ในตู้กระจกปิดล็อกอย่างแน่นหนา และกลายเป็นที่ชื่นชอบสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบเรื่องลึกลับชวนขนลุก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่เห็นตุ๊กตาโรเบิรต์ตัวนี้ขยับได้ เอง พนักงานทำความสะอาดคนหนึ่งเล่าว่า คืนหนึ่งเคยเข้าไปทำความสะอาดตัวตุ๊กตา แต่พอตอนเข้าไปดูอีกครั้งในตอนเช้า กลับพบว่ามันเปลี่ยนไปอยู่อีกท่าหนึ่ง
ทุกวันนี้ ตุ๊กตาโรเบิร์ตก็ยังคงถูกตั้งโชว์ไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ และเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้าไปชมเป็นจำนวนมาก สายตาของมันก็ยังดูราวกับว่าจ้องมองผู้ที่เขาไปชมอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังมีกฎข้อห้ามตามความเชื่ออีกด้วยว่า หากจะถ่ายรูปเขาไปจะต้องขออนุญาตก่อนถึงจะถ่ายได้ มิเช่นนั้นอาจจะเจอคำสาปเช่นเดียวกับในตำนาน
เรื่องทั้งหมดนี้จะเป็นเพียงแค่ เรื่องเล่าชวนขนหัวลุกที่แค่ถ่ายทอดสืบกันมาหรือผู้เล่าต้องการจะสื่อว่า ตุ๊กตาโรเบิร์ตผีสิงตัวนี้ยังคงมีชีวิตอยู่จริง ๆ กันแน่ จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครล่วงรู้ได้...หรือคุณอาจต้องไปพิสูจน์ด้วยตัว เอง !
ขอบคุณข้อมูลจาก paranormalstories.com, weirdus.com
http://www.clipmass.com/story/103417
10 อันดับประเทศที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเอเชีย
ธนาคารไหนมีสาขามากที่สุดในประเทศไทย
ร้านกาแฟที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทย
ความแตกต่างที่น่าทึ่งระหว่าง "งูจงอาง" (King Cobra) ในช่วงอายุที่แตกต่างกันระหว่างลูกงู และงูที่โตเต็มวัยแล้ว
5ประเทศที่นำอาวุธเข้ามาในประเทศมากที่สุดในเอเชีย
5 จังหวัดที่มีป่าไม้มากที่สุดในไทย
จังหวัดไหน ครองแชมป์มีพื้นที่ ปลูกข้าวมากที่สุดในประเทศไทย
แอร์ฯ เตือนชัด! อย่ามองข้าม “เสื้อยืด” บนเครื่องบิน — เหตุผลด้านความปลอดภัยที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยคิดถึง
"เสือตกถังพลังเงินดี" งวด 1 มีนาคม 2569
เขมรคุยโว! มีคนแห่เที่ยว "ถนนคนเดิน" ใน "พนมเปญ" วันละแสน..รั้งอันดับ 2 ของโลกเมืองที่น่าเที่ยวยามค่ำคืน
สั่งเด้งด่วน! หัวหน้าเขตฯ แม่ยวม เซ่น “ถนนลึกลับ” โผล่กลางป่า ลอบขนไม้เถื่อนกว่า 300 ท่อน
จังหวัดของประเทศไทย ที่มีคนกัมพูชาทำงานอยู่จำนวนมากที่สุด
6 ผลไม้ช่วยลดเครียด
"กัมพูชา" ไม่ง้อ "ไทย"! ได้พี่ใหญ่อย่าง "มาเลเซีย" เป็นที่พึ่งใหม่ด้านการค้า
3 ผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่าแพงที่สุดในโลก
สั่งเด้งด่วน! หัวหน้าเขตฯ แม่ยวม เซ่น “ถนนลึกลับ” โผล่กลางป่า ลอบขนไม้เถื่อนกว่า 300 ท่อน
ทึ่งทั่วโลก : แม่น้ำแซมบีซี หรือที่รู้จักกันว่า แม่น้ำซัมเบซี (Zambezi)แม่น้ำแอฟริกาที่ใหญ่ที่สุดที่ไหลลงสู่มหาสมุทรอินเดีย
ปลาที่มีอายุขัยสั้นที่สุด ที่สามารถพบได้ในแหล่งน้ำธรรมชาติ
ไขคำตอบยอดฮิต! ทำไมคนไทยติดฟิล์ม “หน้า 40 รอบคัน 60” สูตรนี้แหละที่ทั้งปลอดภัยและไม่อึดอัด
“ใครแต่งหน้าให้ตี๋ลี่เร่อปา?” ลุคนางเงือกสะกดคนดู เวทีตรุษจีนลุกเป็นไฟ คนดูทั้งเอเชียตะลึงตาค้าง
สักการะในชความงาม ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังสังขละบุรี ดินแดนแห่งความสุข
อินฟลูณเขมร โป๊ะแตะ!




