นักวิ่งเคนย่ากำลังเข้าสู่เส้นชัย แต่เธอเลือกทิ้งชัยชนะไว้เบื้องหลังเพื่อหนุ่มจีนคนนี้
Jacqueline Nytepi Kiplimo เป็นนักวิ่งมาราธอนชาวเคนย่าที่ประสบความสำเร็จได้รับเหรียญจากชัยชนะมากมาย นักกีฬาส่วนใหญ่ล้วนใฝ้ฝันและอยากเป็นแบบเธอ
โดยปกตินักกีฬาทุกคนจะมุ่งไปที่คำว่า "ชัยชนะ" และพวกเขาต้องนำคู่แข่งทุกคนเสมอ แต่ Jacqueline Nytepi Kiplimo ไม่ได้เป็นเพียงผู้ชนะธรรมดาๆ เพราะเธอมีอะไรที่พิเศษกว่านั้น
ในปี 2010 เธอได้ไปวิ่งมาราธอนงาน Zhengkai International ในประเทศจีน ระหว่างที่เธอกำลังวิ่งอยู่นั้น เธอก็เจอกับนักวิ่งคนหนึ่งที่เกิดภาวะขาดน้ำ นักวิ่งคนนี้ไม่มีแขน ตั้งแต่ข้อศอกลงไป และเขาไม่มีความสามารถที่คว้าขวดน้ำที่ถูกส่งมา ทั้งๆที่เพิ่งเป็นจุดที่ 10 กิโลเมตรของการแข่งขันเอง Jacqueline Nytepi Kiplimo จึงวิ่งไปกับนักวิ่งคนนี้ จนถึงกิโลเมตรที่ 38 เธออยู่กับเขาจนรู้ว่าเขาสามารถไปถึงเส้นชัยด้วยตัวเองได้
จากการแข่งขันครั้งนี้ ทำให้เธอได้ที่ 2 เป็นรองแชมป์ แต่อย่างไรก็ตามเธอเป็นที่หนึ่งในใจของทุกๆคน เพราะสิ่งที่เธอแสดงออกมานั้น เป็นการแสดงออกของความมีน้ำใจนักกีฬาไม่เห็นแก่ตัว
หลังจากเหตุการณ์วันนั้น นักข่าวชาวเคนย่าได้ตามไปสัมภาษณ์ Jacqueline Nytepi Kiplimo ผู้ซึ่งเป็นแชมป์อย่างแท้จริง และเธอควรเป็นคนที่ทั้งโลกควรเอาเป็นแบบอย่าง ซึ่งเรื่องของเธอก็ทำให้ใครหลายคนอดตั้งคำำถามไม่ได้ว่า ถ้าตอนนั้นเราได้เข้าแข่งขันอยู่ แล้วเรามีโอกาสที่จะชนะ เราจะยอมทั้งชัยชนะของตนเพื่อช่วยคนแปลกหน้าหรือไม่
พ่อเนเน่ รอยัล โพสต์ครั้งแรกหลังจบรอบไฟนอล AGT2026 ลั่นสั้น ๆ “ลูกผมเองครับ ภูมิใจสุดๆ”
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิด
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
เปิดที่มาน้ำมันทอดสกปรกจนได้ฉายาว่า "น้ำมันท่อระบายน้ำ"
5 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิม
มาเก๊าใหญ่กว่าลาสเวกัสด้านรายได้พนันจริงแค่ไหน
โอโซนช่วยปกป้องโลกอย่างไร ? 5 เรื่องที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงาม
หนุ่ม กรรชัย ตอบแล้ว หลังบิ๊กเกรียนชวนเจ้าของปลาสลิด 1.2 ตัน ออกโหนกระแส
ชีวิตไรเดอร์ใน1วัน
“กลิ่นไข้” มีอยู่จริงไหม? ทำไมเวลาเราป่วย คนใกล้ตัวถึงรู้สึกว่าเรามีกลิ่นแปลกไป
อายุ 50 ขึ้นไป อย่ารอให้ร่างกายเตือน! 7 เรื่องที่คนวัยนี้ควรเริ่มทำตั้งแต่วันนี้



