มาดูมูลค่าของอ้วกปลาวาฬที่หลายคนยังไม่รู้ว่ามันมีมีค่ามากแค่ไหน !
เมื่อพูดถึง “อ้วก” ใครๆ ก็ต้องรู้สึกขยะแขยงและไม่อยากเข้าไปสัมผัสหรือมองเห็นมันอย่างแน่นอน แต่สำหรับอ้วกของสัตว์ชนิดหนึ่งกลับกลายเป็นของล้ำค่าแบบสุดๆ แถมผู้คนยังออกตามหามันราวกับเป็นมหาสมบัติที่ซุกซ่อนอยู่ในดินแดนลึกลับเลยก็ว่าได้
“ambergris” เป็นชื่อของอ้วกปลาวาฬ มีลักษณะคล้ายกับก้อนหิน ก่อนหน้านี้ได้มีข่าวคราวอันน่าอิจฉาของเด็กชายคนหนึ่งในวัย 8 ขวบ นามว่า Charlie Naysmith จากประเทศอังกฤษ ได้หยิบก้อนหินก้อนหนึ่งที่มันดูแปลกตาไปจากก้อนหินอื่นๆ บนชายหาด และเมื่อเขาเก็บมันขึ้นก็ได้พบว่ามันไม่ใช่ก้อนหิน ทว่าเป็นของที่มีค่าและหาได้ยากอย่าง ambergris และเจ้าหินก้อนนี้ก็มีมูลค่าสูงถึง 63,000 เหรียญ! (ภาพประกอบ : globetrotterdiaries.com)
ด้วยสาเหตุที่ท้องตลาดให้มูลค่าของอ้วกปลาวาฬเอาไว้ที่ 20,000 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้เด็กชายคนนี้ขาย ambergris ได้ในราคาสูงมากอย่างน่าตกใจ คุณค่าของเจ้า ambergris ที่ผู้คนต่างค้นหากันอยู่นี้ มีประโยชน์ในการนำไปใช้เป็นส่วนประกอบหนึ่งของผลิตภัณฑ์น้ำหอม แต่ก่อนที่จะไปพูดถึงผลิตภัณฑ์เหล่านั้น เด็กชายคนดังกล่าวได้นำเงินที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างน่าชื่นชม เพราะแทนที่เขาจะเอาเงินไปถลุงเพื่อความสุขส่วนตัว แต่เด็กน้อยกลับเอาเงินไปใช้เพื่อช่วยเหลือเหล่าสัตว์ต่างๆ
สำหรับ ambergris ที่ได้นั้น จะเป็นส่วนของอ้วกปลาวาฬที่ชื่อว่า sperm whales หรือเจ้าวาฬหัวทุย มีลักษณะจมูกเป็นทรงสี่เหลี่ยมสังเกตได้ง่าย และลำตัวของมันถือว่ามีขนาดใหญ่มากที่สุดเมื่อเทียบกับวาฬชนิดอื่นๆ
ก้อนอ้วกจะถูกผลิตขึ้นภายในตัวของมัน จากนั้นจะถูกลำเลียงเข้าสู่ลำไส้ ต่อเนื่องมาจนมันขย่อนเอาเศษซากเหล่านั้นออกมา ซึ่งภายในก้อนเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้จากปฏิกิริยาการป้องกันตัวของอวัยวะภายใน กรณีที่เจ้าวาฬหัวทุยเผลอไปกินของแสลงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ตะขอที่มีความแหลมคม เปลือกหอย เศษแก้ว หรือสิ่งที่จะทำให้เกิดอันตรายต่อตัวมัน
ภายในลำไส้จะมีการสร้างเหมือกเหนียวเพื่อห่อหุ้มสิ่งเหล่านี้เอาไว้ ก่อนที่มันจะกลายมาเป็นก้อนอ้วกขนาดใหญ่ ซึ่งบางครั้งเราสามารถพบเจอขนาดของก้อนอ้วกที่มีน้ำหนักมาเป็นสิบๆ กิโลกรัมต่อก้อนเลยทีเดียว
มูลค่าของมันที่สูงมากๆ มักจะเป็น ambergris ที่มีอายุนานแล้ว อ้วกใหม่ของปลาวาฬไม่ค่อยเป็นที่ต้องการมากนัก เนื่องจากความฉุนที่ไม่เหมาะเอาไปเป็นส่วนประกอบของน้ำหอม ทว่าอ้วกที่ลอยเคว้งอยู่กลางทะเล หรือนอนนิ่งอยู่ตามชายหาดมาหลายเดือน นั่นถือว่าเป็นอ้วกที่มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาด ยิ่งนานหลายปีมูลค่าของมันก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
ไม่น่าเชื่อว่ากลิ่นของอ้วกปลาวาฬที่มีอายุนานหลายปีจะมีกลิ่นหอมอันน่าเย้ายวล เป็นกลิ่นที่มีความหอมหวาน ลิ้มรสได้ถึงความเป็นธรรมชาติอันอ่อนโยน ถือว่าเป็นหนึ่งในหัวน้ำหอมชั้นเลิศที่เหล่าน้ำหอมแบรนด์ดังนำไปสกัดมาเป็นกลิ่นพิเศษที่มีราคาแพงมากๆ แถมกลิ่นของมันยังติดแน่นทนนานอยู่บนผิวหนัง
ในปัจจุบันหลังจากที่เหล่านักแสวงหาเงินทองรู้มูลค่าอันมหาศาลนี้แล้ว กลับกลายเป็นภัยคุกคามของเหล่าปลาวาฬ เพราะพวกเขาใช้วิธีการล่าและฆ่ามันเพื่อเอาอ้วกที่อยู่ภายในลำไส้ออกมา จึงทำให้เกิดการแก้ไขปัญหาโดยการสังเคราะห์สารพิเศษจำลองขึ้นมาใช้ทดแทนอย่าง Ambrox ที่ให้กลิ่นหอมละมุนได้เทียบเท่ากับ ambergris (ภาพประกอบ : ambergris.fr)
ด้วยเหตุนี้ทำให้การล่าปลาวาฬเพื่อเอาสมบัติวิเศษในตัวมันออกมาลดจำนวนลง อีกทั้งการกระทำอันโหดเหี้ยมของผู้คนเหล่านั้นยังเป็นสิ่งที่เหล่าคนรักสัตว์พยายามต่อต้าน แบรนด์น้ำหอมไหนที่ยังใช้อ้วกปลาวาฬแท้ๆ อยู่ก็อาจจะเสี่ยงโดนแบนจากลูกค้าจนยอดตกด้วยก็เป็นได้ (ภาพประกอบ : akafkaesquelife.files.wordpress.com)
ดูเหมือนว่ามูลค่าอันมหาศาลของ ambergris กับการทำลายชีวิตอันยิ่งใหญ่ของเจ้าสมุทรเหล่านี้คงไม่ใช่เรื่องที่คุ้มค่าเป็นแน่เมื่อเทียบกับเม็ดเงินที่มนุษย์ไคว่คว้า เพราะชีวิตของมันมีค่ามากกว่าที่เราจะตีค่าได้
ที่มา : inhabitat.com
โพสท์โดย Arsher
กระเป๋าตกค้างเป็นหมื่นไม่ได้เกิดจากจุดเดียว วิกฤตการบินไทยลามอย่างไร แล้วถ้ากระเป๋าไม่มาเราควรทำอะไร?
รู้จัก อำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดังมาก นักท่องเที่ยวเพียบ
รู้หรือไม่? สมุดเล่มแรกของไทย หน้าตาไม่เหมือนสมุดที่เราใช้ทุกวันนี้
5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริง
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
ทำไมประตูตู้เย็นถึงปิดแน่น ทั้งที่ไม่มีตัวล็อก? คำตอบซ่อนอยู่ในยางขอบประตู
หนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตก
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น! เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบียถูกโจมตี กลุ่มฮูตีวางระเบิดโรงงานผลิตพลังงาน
ส่องสถิติเลขท้าย 2 ตัว ย้อนหลัง 10 ปี งวด 16 ต.ค. เด่นตัวไหนสุด?
ชายผู้ใช้เวลามากกว่า 10 ปีในการตามล่าหาสมบัติ ได้ขุดพบเพชรสีเหลืองขนาด 6.03 กะรัต ซึ่งคาดว่ามีมูลค่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ
รู้หรือไม่? ทำไมเรียกว่า “ห้องสมุด” ทั้งที่ข้างในมีแต่หนังสือ?
จังหวัดอันดับ 1 ของไทย ที่โดดเด่นมากที่สุดเรื่องการปลูกทุเรียน
ทำไมเครื่องบินพาณิชย์ไม่มีร่มชูชีพให้ผู้โดยสาร
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
กระเป๋าตกค้างเป็นหมื่นไม่ได้เกิดจากจุดเดียว วิกฤตการบินไทยลามอย่างไร แล้วถ้ากระเป๋าไม่มาเราควรทำอะไร?
นกพิราบเมืองเคยเป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์จริงหรือ
ทำไมทรายก่อสร้างจึงขาดแคลนทั้งที่โลกมีทะเลทราย













