รู้หรือไม่? ทำไมเรียกว่า “ห้องสมุด” ทั้งที่ข้างในมีแต่หนังสือ?
เคยสงสัยไหมว่า เวลาเราเดินเข้า “ห้องสมุด” สิ่งที่เห็นอยู่เต็มห้องกลับเป็นหนังสือ นิตยสาร เอกสาร และสื่อความรู้ต่าง ๆ แล้วทำไมถึงยังเรียกว่า “ห้องสมุด” ทั้งที่แทบไม่มี “สมุด” แบบที่เราใช้เขียนหนังสือในปัจจุบันเลย?
คำตอบซ่อนอยู่ในความหมายของคำว่า “สมุด” ในอดีต
“สมุด” ในอดีต ไม่ได้หมายถึงสมุดแบบทุกวันนี้
ปัจจุบันเมื่อพูดถึงคำว่า “สมุด” เรามักนึกถึงสมุดนักเรียน สมุดจด หรือสมุดโน้ตที่ทำจากกระดาษหลายแผ่น เย็บหรือกาวติดรวมกันเป็นเล่ม
แต่ในอดีต คนไทยมีสิ่งที่เรียกว่า “สมุดไทย” หรือ “สมุดข่อย” ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากสมุดในปัจจุบันอย่างมาก โดยสมุดไทยทำจากกระดาษที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น เปลือกต้นข่อย แล้วนำมาต่อเป็นแผ่นยาวและพับกลับไปกลับมาเป็นชั้น ๆ คล้ายหีบเพลง
ภายในสมุดไทยมีการบันทึกองค์ความรู้มากมาย ทั้งวรรณคดี ตำรา กฎหมาย พงศาวดาร ตำรายา รวมถึงพระธรรมคำสอน
พูดง่าย ๆ ว่า ในยุคที่ยังไม่มีหนังสือพิมพ์จำนวนมากแบบทุกวันนี้ “สมุด” ก็คือหนึ่งในรูปแบบสำคัญของการเก็บรักษาความรู้นั่นเอง ที่ภายในนั้นจะข่าวสาร ข้อมูล ความรู้ไว้ แทนตัวหนังสือการพิมพ์ด้วยหมึกปัจจุบัน
แล้ว “ห้องสมุด” เกิดขึ้นมาได้อย่างไร?
เมื่อมีสมุดที่ใช้บันทึกความรู้จำนวนมาก ก็จำเป็นต้องมีสถานที่สำหรับเก็บรักษาและรวบรวมสิ่งเหล่านี้ จึงเกิดแนวคิดของ “ห้องสมุด” ซึ่งหมายถึงสถานที่สำหรับเก็บรวบรวมหนังสือและเอกสารความรู้
คำว่า “สมุด” จึงไม่ได้หมายถึงสมุดเปล่าสำหรับเขียน แต่มีความเกี่ยวข้องกับ หนังสือหรือเอกสารที่บันทึกความรู้ ในบริบทของสังคมไทยสมัยก่อน ทำให้เมื่อเวลาผ่านไป รูปแบบการบันทึกความรู้เปลี่ยนแปลงไป จากสมุดไทยมาเป็นหนังสือที่ผลิตด้วยระบบการพิมพ์แทน การเขียนจดไว้ในสมุด แต่ชื่อ “ห้องสมุด” ยังคงอยู่
จากห้องเก็บสมุด สู่สถานที่เก็บหนังสือ
เมื่อเทคโนโลยีการพิมพ์เข้ามามีบทบาท หนังสือแบบเล่มที่เราคุ้นเคยก็เริ่มแพร่หลายมากขึ้น สมุดไทยจึงไม่ได้เป็นรูปแบบหลักของการบันทึกความรู้อีกต่อไป
สิ่งที่อยู่ในสถานที่สำหรับรวบรวมความรู้จึงเปลี่ยนจากสมุดไทยมาเป็นหนังสือ หนังสือพิมพ์ วารสาร และเอกสารต่าง ๆ แต่ชื่อสถานที่ไม่ได้เปลี่ยนตามสิ่งของที่อยู่ภายใน เราจึงยังคงเรียกว่า “ห้องสมุด” จนมาถึงปัจจุบัน
ที่จริงแล้ว “ห้องสมุด” ไม่ได้มีแค่หนังสือ
ถ้ามองห้องสมุดในปัจจุบัน จะพบว่าหน้าที่ของห้องสมุดกว้างกว่าการเก็บหนังสือมาก ห้องสมุดหลายแห่งมีทั้งหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ฐานข้อมูลออนไลน์ หนังสือเสียง สื่อการเรียนรู้ คอมพิวเตอร์ และพื้นที่สำหรับค้นคว้า ดังนั้น ความหมายของห้องสมุดในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ “ห้องที่มีหนังสือ” แต่เป็น แหล่งรวบรวมและให้บริการความรู้ในรูปแบบต่าง ๆ แต่สิ่งคำและหัวใจอยู่ที่ค้นหาแหล่งความรู้มากกว่า
จากคำว่า “สมุด” ที่เคยหมายถึงสิ่งสำหรับบันทึกและเก็บรักษาความรู้ในอดีต จึงค่อย ๆ เดินทางมาสู่คำว่า “ห้องสมุด” ที่เรายังคงใช้เรียกสถานที่แห่งการเรียนรู้มาจนถึงทุกวันนี้ และนี่อาจเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของคำศัพท์ที่ ความหมายและสิ่งของเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่ชื่อเดิมยังคงอยู่
ด้วยเหตุผลนี้เอง ถ้าเรามีโอกาสเดินเข้า “ห้องสมุด” ลองสังเกตดูดี ๆว่า แม้ข้างในจะเต็มไปด้วยหนังสือ แต่ชื่อของสถานที่แห่งนี้ก็ยังคงบอกเล่าเรื่องราวของ “สมุด” ในอดีต เอาไว้อย่างน่าสนใจ และมีที่มาอย่างชัดเจน
เขียนโดย Djung
เน้นเนื้อหา เกี่ยวกับพืช เกษตร ต้นไม้ สุขภาพ และการลงทุนของโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนไป ทั้งโลกการเงินและดิจิตัล
หลังถูกยิง ควรทำอะไรก่อนถึงมือแพทย์
ส่องสถิติเลขท้าย 2 ตัว ย้อนหลัง 10 ปี งวด 16 ต.ค. เด่นตัวไหนสุด?
หนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตก
แผ่นดินไหวระหว่างขับรถ ควรจอดและอยู่ในรถอย่างไร
กระแสน้ำดูดพาออกทะเล ทำไมไม่ควรว่ายกลับฝั่งตรง ๆ
รู้จัก อำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดังมาก นักท่องเที่ยวเพียบ
ทำไมการดื่มเหล้าขณะติดพายุหิมะจึงยิ่งเสี่ยงหนาวตาย
จังหวัดอันดับ 1 ของไทย ที่โดดเด่นมากที่สุดเรื่องการปลูกทุเรียน
ก้อนหินเดินได้เองจริงหรือ ? เปิดความลับ Death Valley ปริศนาธรรมชาติที่นักวิทยาศาสตร์ตามหาคำตอบ
5-3-4 มาแบบนี้! เปิดตาราง “แม่น คม ชัด” งวด 16 ต.ค. 69 ส่อง 4 ชุด 3 ตัวที่เลข 5 โผล่ซ้ำ
เหตุใดหน้ากากออกซิเจนบนเครื่องบินต้องสวมให้ตัวเองก่อนลูก
เลข 9 ตรงกัน 2 สำนัก! งวด 16 ต.ค. 69 เปิดชุด “เลขเทวดา” ชน “บนสวย”
ทำไมน้ำทะเลเกาะล้านกลายเป็นสีเขียว ? รู้จัก “แพลงก์ตอนบลูม” ปรากฏการณ์ทางทะเลที่กำลังจับตา
เทศบาลที่มีรายได้สูงที่สุดในไทย



