ชีวิตเด็กนอกบทเรียนที่ 1
ชีวิตเด็กนอกบทเรียนที่1 สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ และผู้ปกครองทุกท่าน ก่อนอื่นคงต้องขอขอบคุณที่ให้ความกรุณาเข้ามาเยี่ยมชมเวปไซด์ของเรา วันนี้ทีมงานของเรามีไอเดียดีๆเกี่ยวกับ ชีวิตเด็กนอก โดยใช้จากประสบการณ์ตรงของทีมงานที่เรียนและทำงานอยู่ที่ต่างประเทศ USA, AUS และ UK
โดยเราจะแบ่งออกเป็นบทเรียน(ชีวิต)เป็นบทๆ โดยทางทีมงานของเราจะพยายามอัฟเดททุกๆสัปดาห์ วันนี้เริ่มที่ ชีวิตเด็กนอกบทเรียนที่1 สภาพอากาศในเมืองต่างๆ สภาพอากาศที่ต่างประเทศนั้น ค่อนข้างมีความแแตกต่างจากประเทศไทยของเรา แต่ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศที่เราไปอาศัยอยู่ จากประสบการณ์ตรงของเรา
สามารถยกตัวอย่างประเทศหลักๆที่เคยไปอาศัยอยู่ได้ดังนี้
ชีวิตเด็กนอกบทเรียนที่1
อเมริกา – Dayton Daytona Beach, Florida เป็นเมืองที่เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการสภาพอากาศที่ร้อนเหมือนบ้านเราแต่ไม่อบอ้าว มีลมเย็นพัดผ่าน หน้าหนาวแอบเย็นถึงขั้นต้องใส่เสื้อกันหนาวหนาๆเลยที่เดียว บรรยากาศโดยรวมดีมากถึงมากที่สุด ขนาดทีมงานของเราเป็นคนที่ไม่ชอบอากาศร้อนแดดแรงๆ (เหมือนกันคนไทยคนอื่นๆ) แต่ก็แอบหลงรักเมืองนี้เลยทีเดียว เพราะความสะอาดและบริสุทธิ์ของอากาศซึ่งเรามาสารถสูดลมหายใจที่สดชื่นๆได้เต็มปอดแล้วบ้านเมืองเค้ายังสะอาดมากอีกด้วย
ออสเตรเลีย – Sydney เป็นเมืองที่ไม่ต่างจากฟลอริด้ามากนักแต่อากาศจะไม่หนาวเท่า บางครั้งอาจจะร้อนมากกว่าเลยทีเดียว เนื่องจากเมืองซิดนี่ย์เป็นเมืองชายทะเล ดังนั้นแน่นอนครับว่า ลมแรงมากแต่ก็สะดวกเพราะเราสามารถเดินทางจากในเมืองไปเล่นทะเลได้หลายจุดภายในไม่กี่นาทีเท่านั้น หน้าหนาวก็หนาวพอประมาณแบบเสื้อกันหนาวหนาๆสักตัวก็เอาอยู่ หน้าร้อนก็ชิวล์ๆ แบบกางเกงขาสั้น เสื้อกล้ามก็ได้ครับ บรรยากาศโดยรวมก็เหมือนที่ฟลอริด้าครับ ดีถึงดีมากที่สุด
อังกฤษ – London (ที่อยู่ปัจจุบัน) เป็นเมืองที่สามารถมี 4 ฤดูภายใน 1 วัน ทั้งฝนตก แดดออก หิมะลง หรือ อากาศเย็นสบาย แต่ไม่แปลกครับ เพราะประเทศอังกฤษเป็นเกาะ ใครมาเรียนที่นี่ก็ต้องทำใจครับแต่ทางทีมงานเราก็อยู่จนชินไปซะแล้ว แต่ถ้าถามว่าอ้าวถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่ควรมาเรียนที่นี่ซิ ผิดมหันต์ครับ ทุกอย่างมีสองด้านเสมอทั้งดีและไม่ดี (ไม่งั้นทีมงานเราไม่อยู่มา 5 ปี หรอก ^^) บรรยากาศโดยรวมนั้นดีครับ เพราะอากาศบริสุทธิ์และสดชื่นเย็นสบายและมีหลายฤดูใน 1 วัน (ตื่นเต้นดี)
โดยรวมแล้วอากาศที่ต่างประเทศที่ทีมงานของเราได้ยกตัวอย่างมานั้นถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากครับ เพราะขนาดทีมงานของเราเป็นคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ตอนที่อยู่เมืองไทย แต่ตั้งแต่เริ่มมาอาศัยอยู่ที่ต่างประเทศแล้วอากาศภูมิแพ้ก็หายเป็นปกติ เคยถามหมอที่ไทยครับ ท่านก็ให้เหตุผลว่า อากาศที่ต่างประเทศนั้นสะอาดและบริสุทธิ์กว่าประเทศไทย ไม่แปลกที่อากาศโรคภูมิแพ้ของเราจะดีขึ้น ยิ่งตอนนี้อาศัยอยู่ที่ลอนดอนที่มี 4 ฤดูใน 1 วันด้วยแล้ว ร่างกายของเราจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันจากสภาพอากาศที่บริสุทธิ์ได้ดียิ่งขึ้นครับ 4 ฤดูก็เหอะ ชิวล์ๆ
เป็นยังไงกันมั่งครับหลังจากที่อ่านเรื่องราว ชีวิตเด็กนอก-บทเรียนที่1 ที่เกี่ยวกับสภาพอากาศที่ต่างประเทศ โดยเล่าผ่านจากประสบการณ์ตรงของทีมงานของเรา หวังว่าคงจะพอสามารถให้เพื่อนๆนึกภาพออกได้บ้างไม่มากก็น้อย ยังไงถ้าใครมีคำถามอะไรก็สามารถ แสดงความคิดเห็นได้จากด้านล่างของเราได้เลยครับ ทางเรายินดีแลกเปลี่ยนข้อมูลให้ทุกท่านครับ
แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้าแล้วมารอดูว่าทีมงานของเราจะมีบทเรียนชีวิตเด็กนอก อะไรที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังอีก
ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีทุนสำรองระหว่างประเทศมากที่สุด
นักร้องชาวไทยคนแรก ที่มีผลงานเพลงติดชาร์ตในสหรัฐอเมริกา
งานก่อสร้างลานจอดรถ นำไปสู่การค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ครั้งประวัติศาสตร์
หนุ่มฝากเงินเป็นแสนนาน 20 ปี จะถอนมาสร้างบ้าน พนง.ธนาคารบอก คุณไม่เคยเปิดบัญชีที่นี่มาก่อนนะ
ทัวร์ฮาร์บินนรก ไม่จ่ายค่า รร. ทิ้งลูกทัวร์ เสียหายกว่า 7 แสน
กษัตริย์หลุยส์ที่ 14 อาบน้ำ 3 ครั้งในชีวิต
จังหวัดที่มีรายได้น้อยที่สุด เป็นอันดับที่หนึ่งในประเทศไทย
7 เรื่องลับฉบับเข้มข้นเกี่ยวกับ "รูทเบียร์": จากรากไม้ยาขม สู่เครื่องดื่มฟองนุ่มระดับตำนาน
จากรถบรรทุกจิ๋วสู่สัญลักษณ์ระดับโลก: ถอดรหัสตำนาน "ตุ๊กตุ๊ก" ไทยที่ฆ่าไม่ตาย
"น้ำจรวด" : ยานพาหนะแห่งความซ่าและมนต์เสน่ห์หน้าโรงเรียนที่เลือนหาย
"รถสามล้อถีบ" เมืองย่า : ตำนานแรงน่องสะท้านแผ่นดิน และจิตวิญญาณแห่งการบริการสไตล์ไทย
"ซาสี่": จากยาวิเศษรักษาโรคซิฟิลิส สู่ตำนานน้ำอัดลมรสยาหม่อง
ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีทุนสำรองระหว่างประเทศมากที่สุด
มือใหม่หัดเลี้ยง แมวพันธุ์ไหนเลี้ยงง่ายไม่ดื้อ
จากรถบรรทุกจิ๋วสู่สัญลักษณ์ระดับโลก: ถอดรหัสตำนาน "ตุ๊กตุ๊ก" ไทยที่ฆ่าไม่ตาย

