รู้จักน้ำหวานจาก อุง" ไหม ?
แมงอุง = แมงชัน หรือแมงชันโรง บางถิ่นเรียกว่า แมงชันณรงค์ หรือแมงชาญณรงค์
เจ้าตัวอุงนี้ จะขนน้ำหวาน คล้ายผึ้งเลย แต่มันไม่ต่อยนะ ไม่มีพิษด้วย
ดูหน้ามันชัดๆ เจ้านนี้จะมีน้ำหวานที่หวานเหมือนน้ำผึ้ง รังมันก็จะเหนียวๆ
แมลงที่ช่วยผสมเกสรดอกไม้ที่ไม่มีคำนำหน้าว่าผึ้ง มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ ชันโรง และแมลงภู่
แมลงภู่เป็นผึ้งป่า แต่ในที่นี้ขอกล่าวถึงชันโรง ซึ่งเป็นแมลงจิ๋ว..ผู้สร้างป่าใหญ่ ทำไมถึงกล่าวเช่นนี้ ต้องอ่านบทความต่อไปนี้แล้วจะรู้ว่าสมญานามของเขาเหมาะสมดีพอหรือไม่?
เอ่ยถึง“ชันโรง” ผู้คนยุคใหม่ในเมืองใหญ่อาจเข้าใจว่า คือ ชันสำหรับยาเรือ หรืออุดรูรั่วในเรือ หรือโรงเก็บชัน อันเป็นเรื่องปกติที่คนรุ่นใหม่มักให้ความสนใจทางด้านเทคโนโลยีมากกว่าทางด้านธรรมชาติที่อยู่รอบตัวเรา
หากนึกหน้าตาของเจ้าชันโรงไม่ออก ก็ลองไปนั่งตามร้านขายขนมหวาน โดยเฉพาะร้านขายขนมหวานและน้ำแข็งไส เราจะพบแมลงตัวเล็กๆคอยตอมน้ำเชื่อมหรือน้ำหวานที่หกหยดตามพื้น ผึ้งก็ไม่ใช่ แมลงวันก็ไม่เชิง นั่นละเจ้าชันโรง
เมื่อยังนึกรูปร่างหน้าตาไม่ออกอีก ทีนี้ลองหลับตานึกถึงผึ้ง แต่ย่อให้ขนาดเล็กลงราว 2-3 เท่าตัว เพราะชันโรงเป็นแมลงสังคมกลุ่มเดียวกับผึ้ง แต่มีวิวัฒนาการสูงกว่าผึ้ง ไม่มีเหล็กใน และไม่ดุร้าย
สำหรับผมพานพบบ่อยๆเมื่อเข้าไปท่องป่า พอเหงื่อเริ่มออกชุ่มกาย เราจะพบว่ามีแมลงหลายชนิดมาตอมกินเกลือแร่ที่ปะปนออกมากับเหงื่อ ทั้งผึ้ง แมลงวัน และชันโรง แรกที่พบก็พยายามโบกมือไล่ไปให้พ้น ด้วยความรำคาญ แต่ไม่โกรธถึงกับตีตายคามือ เพราะรู้ว่าเขาแค่มาขอกินโป่ง(เกลือแร่)เคลื่อนที่ตามเหงื่อของเรา เพราะสัตว์ทุกชนิดต้องได้รับเกลือแร่ จะมากหรือน้อยเท่านั้น แล้วรู้ไหมชันโรงแม้ตัวจะจิ๋ว แต่หัวใจมันยิ่งใหญ่นะ หรือจะเรียกมันว่าแมลงจิ๋ว..หัวใจโต้โตก็ได้ เพราะมันเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ช่วยสร้างผืนป่าขึ้นมา มนุษย์อย่างเราๆยังทำไม่ได้เลย
ชันโรงเป็นแมลงดึกดำบรรพ์ที่ก่อกำเนิดบนโลกใบนี้มาตั้งแต่เมื่อ 75 ล้านปี มาแล้ว โดยค้นพบซากฟอสซิลชันโรงที่รัฐนิวเจอร์ซี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา
มีชื่อสามัญว่า“Stingless Bee” เป็นแมลงเขตร้อน แต่บางสายพันธุ์สามารถอยู่ได้ในอุณหภูมิ 1-2 องศาเซลเซียส มีแหล่งกำเนิดอยู่ในประเทศแอฟริกา แล้วกระจายตัวไปยังประเทศอื่นๆในเขตร้อน ปัจจุบันมีรายงานการพบชันโรงมากกว่า 400 ชนิด พบแพร่กระจายอยู่ในแถบอเมริกากลางและใต้ แอฟริกา เอเชีย และออสเตรเลีย
ชันโรงในเมืองไทย
ในประเทศไทย(เมื่อปี 2550)มีรายงานการพบประมาณ 9 สกุล(คือ สกุล Geniotrigona , Heterotrigona , Hypotrigona , Lepidotrigona , Lophotrigona , Sundotrigona , Tetragonilla , Tetragonula และสกุล Trigona) 39 ชนิด แพร่กระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ ซึ่งชนิดที่พบทั่วทุกภาคของไทยและมีมากที่สุด คือ “ชันโรงเล็กแพ็กดินาย”(Trigona pagdeni)
แต่คนทั่วไปมักคิดว่าเป็นชนิดเดียวกันทั้งหมด และมีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างกันออกไป
ภาคเหนือเรียกชันโรงตัวเล็กขนาดเท่าแมลงหวี่ว่า“ขี้ตังนี” “ขี้ตัวนี” หรือ“แมลงขี้ตึง”(ชื่อวิทยฯ Trigona laeviceps) คำว่า“ขี้ตึง”ก็คือ“ชันยางพลวง”นั่นเอง เพราะคำว่า“ตึง”หรือ“ตองตึง”เป็นชื่อพื้นบ้านที่เรียกต้นพลวงหรือยางพลวง(Dipterocarpus tuberculatus) เป็นไม้สกุลยางชนิดหนึ่งที่ชาวบ้านเจาะน้ำยางหรือชันมาใช้ประโยชน์เช่นเดียวกับยางนา(Dipterocarpus alatus) คือใช้ทำเป็นขี้ไต้เพื่อใช้จุดไฟหรือเชื้อไฟ ถ้าตัวใหญ่ขนาดเท่าแมลงวันเรียกว่า“ขี้ย้าดำ”หรือ“แมลงขี้ย้าดำ”(พบ2ชนิด มีชื่อวิทยฯว่า Trigona apicalis และ T.collina) หากมีขนาดยักษ์ใหญ่เรียกว่า“ขี้ย้าแดง”หรือ“แมลงขี้ย้าแดง”(ชื่อวิทยฯ Trigona fimbriata)
อ่านเพิ่มได้ที่ : http://www.magnoliathailand.com/webboard/index.php?topic=11940.0
5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชม
เปิดแอร์ 24 ชม. จ่ายกี่บาท?
ภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้
10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทย
8 ดอกไม้ห้ามไหว้พระ
มหาวิทยาลัยและสาขา ที่ค่าเรียนแพงที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย
สหรัฐฯ เผยรายชื่อ "12 ผักผลไม้สกปรกที่สุดปี 2026" พบสารพิษตกค้างเพียบ หลายชนิดคนไทยกินทุกวัน
เพิ่งรู้ว่า มี 9 ประเทศแล้ว ทึ่แบนโซเชียลสำหรับเยาวชน
10 ที่เที่ยวลับในไทย สวยระดับโลก แต่คนยังไปไม่เยอะ
2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก
ประเทศที่ร้อนที่สุดในโลก!!
ชอบวิวตอนนี้
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
เปิดแอร์ 24 ชม. จ่ายกี่บาท?

