เหมือนติด GPS ให้ยุงพุ่งชน!รู้จัก “กรดลึกลับ” บนผิวหนัง ที่อาจทำให้คุณกลายเป็นแม่เหล็กดูดยุง
เหมือนติด GPS ให้ยุงพุ่งชน!รู้จัก “กรดลึกลับ” บนผิวหนัง ที่อาจทำให้คุณกลายเป็นแม่เหล็กดูดยุง
เคยนั่งอยู่กับเพื่อนหลายคน แต่ยุงกลับเลือกกัดคุณคนเดียวหรือไม่?
บางคนถูกกัดเต็มแขนเต็มขา ขณะที่คนข้าง ๆ แทบไม่มีรอยแดงเลย จนอดสงสัยไม่ได้ว่า
“เลือดเราหวานกว่าคนอื่นหรือเปล่า?”
งานวิจัยพบว่า คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ความหวานของเลือด แต่อยู่ที่ กลิ่นสารเคมีบนผิวหนัง โดยเฉพาะสารกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า กรดคาร์บอกซิลิก
สารเหล่านี้อาจทำหน้าที่เหมือนป้ายกลิ่นที่บอกยุงว่า
“เป้าหมายที่น่าสนใจอยู่ตรงนี้”
กรดคาร์บอกซิลิกคืออะไร?
กรดคาร์บอกซิลิก หรือ carboxylic acids เป็นกลุ่มสารอินทรีย์ที่พบได้ตามธรรมชาติบนผิวหนังมนุษย์
สารเหล่านี้ส่วนหนึ่งเกิดจากไขมันและสารคัดหลั่งบนผิว รวมถึงกิจกรรมของจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่บนผิวหนัง เมื่อสารเหล่านี้ระเหยหรือผสมรวมกับสารอื่น ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของ “กลิ่นเฉพาะตัว” ของแต่ละคน
แม้เราอาจไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองมีกลิ่น แต่ระบบรับกลิ่นของยุงไวต่อสารบางชนิดมากกว่าจมูกของมนุษย์
งานวิจัยพบว่า คนที่โดนยุงรุมอาจมีกรดเหล่านี้มากกว่า
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Cell เมื่อปี 2022 ทดลองกับอาสาสมัคร 64 คน โดยให้แต่ละคนสวมปลอกไนลอนบริเวณแขนเป็นเวลา 6 ชั่วโมง เพื่อเก็บสารกลิ่นที่ระเหยออกจากผิวหนัง
จากนั้นนักวิจัยนำตัวอย่างกลิ่นมาให้ยุงลายบ้านเพศเมีย หรือ Aedes aegypti เลือกบินเข้าหา
ผลปรากฏว่า ความน่าดึงดูดของแต่ละคนแตกต่างกันอย่างมาก ตัวอย่างจากผู้ที่ยุงชอบมากที่สุดดึงดูดยุงมากกว่าคนที่ยุงชอบน้อยที่สุดเกิน 100 เท่า. (National Institutes of Health (NIH))
เมื่อนำกลิ่นผิวหนังไปวิเคราะห์ นักวิจัยพบว่า ผู้ที่ดึงดูดยุงมากมักมีกรดคาร์บอกซิลิกบนผิวในระดับสูงกว่า โดยเฉพาะกรดไขมันสายตรงและสายกิ่งหลายชนิด.
ทำไมกรดเหล่านี้จึงเหมือน “GPS ของยุง”?
คำว่า GPS เป็นเพียงการเปรียบเทียบ เพราะยุงไม่ได้ใช้ดาวเทียมนำทาง และกรดบนผิวก็ไม่ได้ส่งพิกัดออกไป
แต่ยุงมีตัวรับกลิ่นเฉพาะบนหนวดและอวัยวะรับสัมผัส ซึ่งสามารถตรวจจับสารเคมีในอากาศได้
เมื่อกรดคาร์บอกซิลิกและกลิ่นผิวหนังลอยออกมา ยุงอาจใช้ข้อมูลเหล่านี้ประกอบกับสัญญาณอื่น เพื่อแยกว่ากลิ่นนั้นมาจากมนุษย์และบุคคลใดน่าสนใจมากกว่า
นักวิจัยทดลองทำให้ยุงขาดตัวรับร่วมบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับการตรวจจับสารที่เป็นกรด พบว่ายุงเหล่านั้นสนใจกลิ่นมนุษย์โดยรวมน้อยลง แต่ยังสามารถแยกคนที่ดึงดูดมากกับคนที่ดึงดูดน้อยได้อยู่ แสดงว่าระบบค้นหาเหยื่อของยุงมีหลายช่องทางสำรอง ไม่ได้พึ่งกรดชนิดเดียว. (National Institutes of Health (NIH))
ยุงไม่ได้ตามหาคุณจากกรดเพียงอย่างเดียว
ยุงใช้สัญญาณหลายชนิดประกอบกัน คล้ายการต่อชิ้นส่วนแผนที่
1. คาร์บอนไดออกไซด์จากลมหายใจ
เมื่อเราหายใจออก เราปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ยุงสามารถตรวจจับกระแสก๊าซนี้และใช้เป็นสัญญาณเบื้องต้นว่ามีสัตว์หรือมนุษย์อยู่บริเวณใกล้เคียง
2. กลิ่นผิวหนัง
กลิ่นของมนุษย์เป็นส่วนผสมของสารหลายร้อยชนิด ไม่ได้มีเพียงกรดคาร์บอกซิลิก แต่ยังรวมถึงกรดแลกติก แอมโมเนีย แอลกอฮอล์ อัลดีไฮด์ และสารที่เกิดจากจุลินทรีย์บนผิว
งานศึกษาพบว่าสารบางชนิดอาจดึงดูดยุงได้ดีเมื่ออยู่เป็นส่วนผสม มากกว่าการแยกใช้สารใดสารหนึ่งเพียงลำพัง. (PMC)
3. ความร้อนจากร่างกาย
เมื่อยุงบินเข้ามาใกล้ กลิ่นของมนุษย์ช่วยให้ยุงตอบสนองต่อแหล่งความร้อนได้ดีขึ้น จึงสามารถค้นหาบริเวณผิวหนังที่เหมาะสำหรับลงเกาะและดูดเลือด. (Cell)
4. ความชื้นและเหงื่อ
ไอน้ำจากผิวหนังและสารในเหงื่ออาจช่วยเพิ่มความน่าสนใจ โดยเฉพาะหลังออกกำลังกายหรืออยู่ในอากาศร้อน แต่ผลขึ้นอยู่กับชนิดของยุงและส่วนผสมของกลิ่นโดยรวม
ทำไมบางคนจึงมีกรดบนผิวมากกว่า?
นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบคำตอบทั้งหมด แต่คาดว่าเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ได้แก่
- พันธุกรรม
- ชนิดและปริมาณของไขมันบนผิว
- จุลินทรีย์ประจำผิวหนัง
- ฮอร์โมนและสภาพร่างกาย
- อายุและสภาพแวดล้อม
- เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์ที่ใช้
จุลินทรีย์บนผิวสามารถย่อยไขมัน คาร์โบไฮเดรต และสารอื่นให้กลายเป็นโมเลกุลกลิ่นที่ยุงตรวจจับได้ จึงเป็นไปได้ว่าคนที่มีชุมชนจุลินทรีย์บนผิวต่างกัน จะมีกลิ่นดึงดูดยุงต่างกันด้วย. (PMC)
คนที่ยุงชอบ จะถูกยุงชอบไปตลอดหรือไม่?
งานวิจัยพบว่า ระดับความดึงดูดของอาสาสมัครหลายคนค่อนข้างคงที่เป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปี
คนที่เป็น “แม่เหล็กดูดยุง” ในช่วงแรก มักยังคงดึงดูดยุงมากในการทดสอบภายหลัง แม้พฤติกรรมหรือสภาพแวดล้อมอาจเปลี่ยนไปแล้วก็ตาม. (National Institutes of Health (NIH))
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้เลย เพราะผลิตภัณฑ์ที่ใช้ โรคบางชนิด ฮอร์โมน เหงื่อ และจุลินทรีย์บนผิวอาจเปลี่ยนองค์ประกอบกลิ่นชั่วคราวได้
อาบน้ำบ่อย ๆ จะช่วยไม่ให้ยุงกัดหรือไม่?
การล้างเหงื่อและกลิ่นบางส่วนออกอาจช่วยลดความน่าสนใจชั่วคราว แต่ไม่สามารถล้างกรดหรือกลิ่นเฉพาะตัวออกจนหมดได้ เพราะผิวหนังจะสร้างสารใหม่ขึ้นมาเรื่อย ๆ
สบู่ยังอาจเปลี่ยนกลิ่นของผู้ใช้แตกต่างกัน บางผลิตภัณฑ์อาจทำให้ยุงสนใจมากขึ้นหรือน้อยลง ขึ้นอยู่กับปฏิกิริยาระหว่างกลิ่นสบู่กับกลิ่นเดิมของผิว ไม่ใช่ว่าสบู่หอมทุกชนิดจะไล่ยุงได้. (Cell)
จึงไม่ควรใช้การอาบน้ำหรือฉีดน้ำหอมแทนผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงที่ผ่านการทดสอบ
แล้วเราจะป้องกันตัวเองได้อย่างไร?
ไม่จำเป็นต้องพยายามเปลี่ยนกรดบนผิว เพราะขณะนี้ยังไม่มีวิธีทั่วไปที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถปรับกรดคาร์บอกซิลิกบนผิวให้ยุงเลิกสนใจได้อย่างปลอดภัย
วิธีที่มีหลักฐานชัดกว่า ได้แก่
- ใช้สารทากันยุงที่ขึ้นทะเบียนและมีสารออกฤทธิ์ เช่น DEET, picaridin, IR3535 หรือ PMD
- สวมเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวเนื้อไม่รัดรูป
- ใช้มุ้งหรือมุ้งลวด
- เทน้ำขังและทำความสะอาดภาชนะที่ยุงวางไข่ทุกสัปดาห์
- ใช้ผลิตภัณฑ์ตามฉลากและทาซ้ำตามเวลาที่กำหนด
CDC แนะนำให้ใช้สารไล่ยุงที่ผ่านการประเมินประสิทธิภาพ และไม่ควรพึ่งผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่ยังไม่มีหลักฐานรองรับเพียงอย่างเดียว. (CDC)
สรุป
กรดคาร์บอกซิลิกบนผิวหนังอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้บางคนถูกยุงกัดมากกว่าคนอื่น
ผู้ที่ดึงดูดยุงมากมักมีสารกลุ่มนี้ในกลิ่นผิวสูงกว่า และลักษณะดังกล่าวอาจคงอยู่เป็นเวลาหลายปี
แต่กรดเหล่านี้ไม่ใช่ GPS ที่นำยุงพุ่งมาหาโดยลำพัง ยุงต้องรวมข้อมูลจาก
คาร์บอนไดออกไซด์ กลิ่นผิว ความร้อน ความชื้น และสารเคมีหลายชนิด
ก่อนเลือกเป้าหมายและลงเกาะ
ดังนั้น ครั้งต่อไปที่ยุงบินผ่านคนทั้งวงแล้วตรงมากัดคุณ อาจไม่ใช่เพราะเลือดหวาน แต่เป็นเพราะผิวของคุณกำลังปล่อย “ลายเซ็นกลิ่น” ที่ยุงชอบเป็นพิเศษ



งานวิจัยในวารสาร Cell: พบความสัมพันธ์ระหว่างระดับกรดคาร์บอกซิลิกบนผิวกับความน่าดึงดูดต่อยุงลายบ้าน. (Cell)
National Institutes of Health: ตัวอย่างกลิ่นจากคนที่ยุงชอบที่สุดดึงดูดยุงมากกว่าคนที่ยุงชอบน้อยที่สุดเกิน 100 เท่า และลักษณะนี้คงที่หลายปี. (National Institutes of Health (NIH))
งานทบทวนพฤติกรรมค้นหาเหยื่อของยุง: ยุงใช้กลิ่นผิว คาร์บอนไดออกไซด์ ความร้อน และสารหลายชนิดร่วมกัน ไม่ได้พึ่งโมเลกุลเดียว. (PMC)
CDC: แนะนำสารไล่ยุงที่ผ่านการรับรอง เสื้อผ้าปกคลุม และการกำจัดน้ำขัง เป็นวิธีป้องกันที่มีหลักฐานรองรับ. (CDC)
"นาย เดอะคอมมีเดียน" เปิดใจ หลังโรงลิเกไฟไหม้ ชี้หากไม่พอใจก็คุยกันได้
เปิดเลข “โชคดีดัน” งวด 1 ต.ค. 69 มอง 6-9 เป็นหลัก ก่อนแยกชุด 2 ตัว 3 ตัว
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
หนึ่งเดียวในประเทศไทยที่ขึ้นชื่อว่า หมู่บ้านไร้แผ่นดิน เกิดขึ้นได้อย่างไร
มารู้จัก“ชมพู่สีม่วงดำ”ผลไม้หน้าตาแปลก สีเข้มจนเกือบดำ
"เต้าหู้" เกิดจากความผิดพลาดบนภูเขาจีนโบราณสู่อาหารหล่อเลี้ยงมวลมนุษยชาติ
4 โรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ของไทย ที่ยังเปิดสอนถึงปัจจุบัน
โซเชียลงงหนัก! บุคคลปริศนาโผล่ยืนข้าง “หนุ่ม กรรชัย” เจ้าตัวแจงชัด ไม่รู้จักและไม่เกี่ยวข้อง
อินทรีย์ทอง งวด 1 ต.ค. 69 เลขหลัก 5-2 พร้อมชุดเลข 2 ตัว
สูงกว่า 500 เมตร เปิดข้อมูล “น้ำตกที่สูงที่สุดในประเทศไทย”
"มะขามเทศฝรั่ง" ผลไม้ฝักแปลก แกะออกมาเจอเนื้อสีชมพู หลายคนอาจไม่เคยเห็น
เปิด 5 จังหวัดอีสานที่ชาวต่างชาติมาเยือนมากที่สุด อันดับ 1 คนต่างชาติมาเพียบ!
"นาย เดอะคอมมีเดียน" เปิดใจ หลังโรงลิเกไฟไหม้ ชี้หากไม่พอใจก็คุยกันได้
"เต้าหู้" เกิดจากความผิดพลาดบนภูเขาจีนโบราณสู่อาหารหล่อเลี้ยงมวลมนุษยชาติ
สูงกว่า 500 เมตร เปิดข้อมูล “น้ำตกที่สูงที่สุดในประเทศไทย”
หนึ่งเดียวในประเทศไทยที่ขึ้นชื่อว่า หมู่บ้านไร้แผ่นดิน เกิดขึ้นได้อย่างไร
วิธีเช่าวัตถุมงคลออนไลน์ไม่ให้โดนหลอก
ดราม่าสนั่น! โซเชียลตั้งคำถาม เสรีพิสุทธิ์ ด้อยค่า เรวัช จริงไหม? หรือแค่สไตล์ขวานผ่าซาก








