กะปิใส่สี อันตรายถึงขั้นหน้าบวม-อัมพาต-ตับพัง
โพสท์โดย น้องสาวเถ้าแก่เนี้ย
ผลตรวจคุณภาพกะปิ พบใส่สีเกินร้อยละ 50 โดยเฉพาะ"สีโรดามีน บี" ซึ่งกินเข้าไปมาก เสี่ยงจะเกิดอาการแพ้จนหน้าบวม และอ่อนแรงคล้ายอัมพาต อาจรุนแรงถึงขั้นมีผลให้ตับเสียได้อีกด้วย
มีข่าวเกี่ยวกับสุขภาพ มาเตือนคนไทยให้ระวังการซื้อกะปิ มาประกอบอาหาร เพราะจากการสำรวจของเจ้าหน้าที่พบว่า ผลตรวจคุณภาพกะปิที่มาจากภาคใต้ พบใส่สีเกินร้อยละ 50 โดยเฉพาะ"สีโรดามีน บี" ซึ่งกินเข้าไปมาก เสี่ยงจะเกิดอาการแพ้จนหน้าบวม และอ่อนแรงคล้ายอัมพาต อาจรุนแรงถึงขั้นมีผลให้ตับเสียได้อีกด้วย
เรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยจากนายแพทย์ นิพนธ์ โพธิ์พัฒนชัย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งระบุว่า จากข้อมูลการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์กะปิของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1 ตรัง ในปี 2552-2554 โดยเก็บตัวอย่างกะปิจากจังหวัดกระบี่ ตรัง ระนอง รวม 88 ตัวอย่าง พบว่า มีการใช้สี 52 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 59.1 ซึ่งสีที่พบนี้เป็นสีที่ไม่อนุญาตให้ใช้ในอาหาร 49 ตัวอย่าง ซึ่งผิดพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุว่า กะปิเป็นอาหารที่ไม่มีการอนุญาตให้ใช้สี เนื่องจากเมื่อสีเหล่านี้สะสมอยู่ในร่างกายแล้วอาจก่อให้เกิดอันตรายได้
นายแพทย์ นิพนธ์ ยังระบุด้วยว่า ในปี 2555 ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1 ตรัง ได้จัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชน : กะปิ เพื่อวิเคราะห์ประเมินความเสี่ยง และพัฒนาคุณภาพกะปิให้เป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีคุณภาพ โดยเก็บตัวอย่างกะปิในเขตเทศบาลเมือง 6 จังหวัด คือ กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง และสตูล จำนวน 86 ตัวอย่าง ผลการตรวจคุณภาพด้านเคมี พบว่าผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 47.7 ไม่ผ่านร้อยละ 52.3 โดยมีสาเหตุคือ พบสีโรดามีน ร้อยละ 50 , สีซันเซ็ต เยลโลว์ เอฟซีเอฟ ร้อยละ 9.3 , สีเอโซรูบีน ร้อยละ 9.3 และสีปองโซ 4 อาร์ ร้อยละ 1.1 ส่วนผลการทดสอบกรดเบนโซอิกและกรดซอร์บิก พบผ่านเกณฑ์มาตรฐานทุกตัวอย่าง
โดยเมื่อนำข้อมูลผลการทดสอบหาปริมาณกรดเบนโซอิก กรดซอร์บิก สีซันเซ็ต เยลโลว์ เอฟซีเอฟ สีเอโซรูบีน และสีปองโซ 4 อาร์ และการสำรวจการบริโภคอาหารประเภทแกง น้ำพริก และอาหารประเภทผัดหรือยำที่มีกะปิผสม มาประเมินความเสี่ยงของการได้รับสัมผัสที่จะเกิดผลเสียหายต่อสุขภาพ ที่เรียกว่า Margin of safety หรือ MOS พบมีค่าน้อยกว่า 1 ซึ่งไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดผลเสียหายต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ยังพบสีโรดามีน บี ร้อยละ 50 จึงยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดผลเสียหายต่อสุขภาพของผู้บริโภค
สำหรับสีโรดามีน บี อาจทำให้เกิดผื่นที่ผิวหนัง หน้าบวม อาเจียน ท้องเดิน อาการชา เพลีย และอ่อนแรง คล้ายเป็นอัมพาต การทำงานของระบบทางเดินอาหาร ไต และตับเสีย สีบางชนิดอาจทำให้เกิดมะเร็งที่ต่อมน้ำเหลือง และอวัยวะอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีอันตรายจากสารอื่นที่ติดมาเนื่องจากการสังเคราะห์ หรือจากกระบวนการผลิตที่แยกเอาสารเจือปนออกไม่หมด เช่น แคดเมียม ปรอท ตะกั่ว สารหนู โครเมียม พลวง และเซเรเนียม ซึ่งพิษของโลหะหนักเหล่านี้อาจเป็นอันตรายแก่ชีวิตได้
กะปิ นับเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ผลิตจากการหมักเคยหรือกุ้งกับเกลือในอัตราส่วนที่เหมาะสม ใช้เวลาหมักไม่น้อยกว่าสองเดือน โดยมักนิยมใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์อาหารหลายๆ ชนิด เช่น น้ำพริก เครื่องแกงชนิดต่างๆ เพื่อช่วยปรุงแต่งรสชาติอาหารให้กลมกล่อม



เครดิต....สปริงนิวส์
จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มี
4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี2026
ต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"
ประเทศที่ซื้อ นํ้าตาล จากไทยมากที่สุด
เจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางคนงบน้อยเน้นรวย
5 แมวพันธุ์ไทยยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคลคู่บ้าน
"น้าเสือจัดให้" แนวทางรวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569
5 อาชีพรายได้สูงในไทย แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้
5 พฤติกรรมที่คนจนทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว (คนรวยไม่ทำ)
10 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุด
จากขอบหนังสือพิมพ์สู่ตำนานลูกทุ่ง: ชีวประวัติและการต่อรองทางวัฒนธรรมของ "อุดม ชวนชื่น" และ "ศรีหนุ่ม เชิญยิ้ม"
เมกะโปรเจ็กต์ “บางโพ” ปักหมุดทำเลทองใหม่ ยักษ์อสังหาฯ ทุ่มพันล้านสร้างคอนโดริมเจ้าพระยา
"พลพล" เหวอ! "อ.เชน ยศชนัน" โผล่เซอร์ไพรส์ในรายการ "ร้องข้ามกำแพง"
เมกะโปรเจ็กต์ “บางโพ” ปักหมุดทำเลทองใหม่ ยักษ์อสังหาฯ ทุ่มพันล้านสร้างคอนโดริมเจ้าพระยา
งบน้อยก็ปังได้! 5 ไอเดีย "หาเงินออนไลน์ปี 2026" เริ่มต้นจาก 0 บาท แต่กำไรหลักหมื่น
เจาะลึกบริษัทญี่ปุ่นสั่ง "แบน AI" พนักงานใหม่! บทเรียนล้ำค่าเมื่อเทคโนโลยีกลายเป็นดาบสองคม
คลายร้อนทะลุปรอท! “น้ำแข็งไส” ของหวานโบราณจากวัง สู่เมนูดับเดือดคู่คนไทย
ดราม่าฮ่องกง! สาวขับเบนซ์จอดแช่ "ป้ายรถเมล์" เมินเสียงแตร แถมชูนิ้วกลางท้าทายชาวเน็ต