มหัศจรรย์แห่งท้องฟ้า: ทำความรู้จัก “Sundog” ปรากฏการณ์เสมือนมีดวงอาทิตย์หลายดวง
มหัศจรรย์แห่งท้องฟ้า: ทำความรู้จัก “Sundog” ปรากฏการณ์เสมือนมีดวงอาทิตย์หลายดวง
เคยไหม? ขณะที่กำลังแหงนมองท้องฟ้า จู่ ๆ ก็พบว่าบริเวณด้านซ้ายและขวาของดวงอาทิตย์มีจุดสว่างปรากฏขึ้นมาอีกสองจุด จนดูราวกับว่าบนท้องฟ้ามีดวงอาทิตย์ถึงสามดวงส่องแสงอยู่พร้อมกัน ภาพที่เห็นอาจทำให้หลายคนประหลาดใจ เพราะดูคล้ายกับปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติหรือภาพลวงตาที่เกิดขึ้นในบรรยากาศ
แต่แท้จริงแล้ว สิ่งที่เราเห็นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการมีดวงอาทิตย์เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด หากเป็นปรากฏการณ์ทางแสงในชั้นบรรยากาศที่มีชื่อว่า “ซันด็อก” (Sundog) หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “พาร์ฮีเลียน” (Parhelion) ซึ่งเกิดจากการที่แสงอาทิตย์เดินทางผ่านผลึกน้ำแข็งขนาดเล็กที่ลอยอยู่ในบรรยากาศ แล้วเกิดการหักเหจนปรากฏเป็นจุดสว่างคล้ายดวงอาทิตย์ขึ้นมา
ปรากฏการณ์นี้เป็นหนึ่งในความงดงามทางธรรมชาติที่แสดงให้เห็นว่าหลักการทางฟิสิกส์ของแสงสามารถสร้างภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจบนท้องฟ้าได้มากเพียงใด
จุดกำเนิดของชื่อ Sundog และ Parhelion
คำว่า Sundog เป็นชื่อที่ใช้เรียกจุดสว่างซึ่งปรากฏอยู่บริเวณด้านข้างของดวงอาทิตย์ ส่วนคำว่า Parhelion เป็นศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ที่มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก หมายถึงสิ่งที่อยู่ข้างดวงอาทิตย์
ปรากฏการณ์นี้ยังมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า Mock Sun หรือดวงอาทิตย์เทียม เนื่องจากจุดสว่างที่เกิดขึ้นมีรูปลักษณ์คล้ายกับดวงอาทิตย์จริง โดยเฉพาะเมื่อปรากฏขึ้นพร้อมกันทั้งสองด้าน จึงทำให้ผู้สังเกตเห็นภาพคล้ายมีดวงอาทิตย์สามดวงอยู่บนท้องฟ้า
อย่างไรก็ตาม ซันด็อกไม่ได้เป็นวัตถุท้องฟ้าหรือดวงดาวอีกดวงหนึ่ง แต่เป็นเพียงแสงอาทิตย์ที่ถูกหักเหโดยผลึกน้ำแข็งในบรรยากาศเท่านั้น
โดยทั่วไปซันด็อกจะปรากฏเป็นจุดสว่างทางด้านซ้ายหรือขวาของดวงอาทิตย์ หรืออาจเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งสองด้านก็ได้ จุดสว่างเหล่านี้มักอยู่ในระดับความสูงใกล้เคียงกับดวงอาทิตย์ และอาจมีสีสันคล้ายรุ้งจาง ๆ โดยเฉพาะบริเวณขอบด้านในที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์
กลไกทางธรรมชาติ: ผลึกน้ำแข็งที่ทำหน้าที่คล้ายปริซึม
เบื้องหลังของซันด็อกเกี่ยวข้องกับหลักการหักเหของแสง ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อแสงเดินทางผ่านตัวกลางที่มีดัชนีหักเหแตกต่างกัน เช่น เมื่อแสงเดินทางจากอากาศเข้าสู่ผลึกน้ำแข็ง ทิศทางของแสงจะเปลี่ยนไปตามคุณสมบัติของตัวกลางและมุมที่แสงตกกระทบ
ปรากฏการณ์นี้มักเกิดขึ้นเมื่อมีผลึกน้ำแข็งอยู่ในเมฆชั้นสูง เช่น เมฆซีร์รัส (Cirrus) และเมฆซีร์โรสเตรตัส (Cirrostratus) ซึ่งเป็นเมฆที่มีลักษณะบางและมักปรากฏอยู่ในระดับความสูงมาก ภายในเมฆเหล่านี้มีผลึกน้ำแข็งขนาดเล็กจำนวนมากลอยอยู่ในอากาศ
ผลึกน้ำแข็งที่มีบทบาทสำคัญต่อการเกิดซันด็อกมักมีลักษณะเป็นแผ่นหกเหลี่ยมแบน ๆ และลอยตัวโดยมีด้านแบนเกือบขนานกับพื้นโลก การจัดเรียงตัวในลักษณะนี้ทำให้ผลึกน้ำแข็งสามารถหักเหแสงอาทิตย์ไปยังทิศทางที่ผู้สังเกตมองเห็นเป็นจุดสว่างทางด้านข้างของดวงอาทิตย์ได้
เมื่อแสงอาทิตย์เข้าสู่ผลึกน้ำแข็งผ่านด้านหนึ่งและออกจากอีกด้านหนึ่ง แสงจะเกิดการหักเหอย่างต่อเนื่อง โดยมุมเบี่ยงเบนต่ำสุดของแสงที่ผ่านผลึกน้ำแข็งชนิดนี้อยู่ที่ประมาณ 22 องศา ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม จึงทำให้เรามองเห็นจุดสว่างที่อยู่ห่างจากแนวทิศทางของดวงอาทิตย์ประมาณ 22 องศา
ด้วยเหตุนี้ ซันด็อกจึงมักปรากฏอยู่บริเวณด้านข้างของดวงอาทิตย์ในระยะเชิงมุมที่ใกล้เคียงกันทั้งสองด้าน ไม่ใช่เพราะมีดวงอาทิตย์อีกดวงหนึ่งอยู่ตรงนั้น แต่เป็นผลจากการหักเหของแสงผ่านผลึกน้ำแข็งจำนวนมากในบรรยากาศนั่นเอง
ทำไมซันด็อกจึงมีสีสันคล้ายสายรุ้ง?
อีกหนึ่งความน่าสนใจของปรากฏการณ์นี้คือ บางครั้งจุดสว่างที่ปรากฏขึ้นไม่ได้มีเพียงสีขาวหรือสีเหลืองเท่านั้น แต่ยังมีสีแดง ส้ม ฟ้า หรือเขียวจาง ๆ ปะปนอยู่ด้วย
สาเหตุเกิดจากปรากฏการณ์ที่เรียกว่า การกระจายแสง (Dispersion) ซึ่งเป็นกระบวนการที่แสงสีต่าง ๆ ภายในแสงขาวเกิดการหักเหในมุมที่แตกต่างกันเล็กน้อยเมื่อเดินทางผ่านผลึกน้ำแข็ง
แสงสีแดงจะเบี่ยงเบนน้อยกว่าแสงสีน้ำเงินเล็กน้อย ทำให้บริเวณขอบด้านในของซันด็อก ซึ่งเป็นด้านที่หันเข้าหาดวงอาทิตย์ มักปรากฏเป็นสีแดงหรือสีส้ม ส่วนบริเวณด้านนอกอาจมีสีฟ้าหรือสีขาวปนอยู่
ลักษณะดังกล่าวทำให้ซันด็อกมีสีสันคล้ายกับปรากฏการณ์รุ้งกินน้ำ แม้ว่ากลไกการเกิดจะไม่เหมือนกันเสียทีเดียว เพราะรุ้งกินน้ำเกิดจากการหักเห การสะท้อนภายใน และการกระจายแสงผ่านหยดน้ำ ส่วนซันด็อกเกิดจากการหักเหและการกระจายแสงผ่านผลึกน้ำแข็ง
ช่วงเวลาและสถานที่ที่มีโอกาสพบเห็น
โดยทั่วไปซันด็อกมักสังเกตเห็นได้ชัดเจนเมื่อดวงอาทิตย์อยู่ในระดับต่ำใกล้ขอบฟ้า เช่น ช่วงเช้าหลังพระอาทิตย์ขึ้นหรือช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าว ตำแหน่งและมุมของแสงอาทิตย์เหมาะสมต่อการเกิดปรากฏการณ์นี้
อย่างไรก็ตาม ซันด็อกไม่ได้จำเป็นต้องเกิดขึ้นเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกเท่านั้น หากดวงอาทิตย์อยู่สูงขึ้นไปบนท้องฟ้า ปรากฏการณ์ก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ แต่ตำแหน่งของจุดสว่างจะเปลี่ยนไปและอาจอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์มากกว่า 22 องศา ทำให้บางครั้งสังเกตเห็นได้ยากขึ้น
สำหรับสถานที่ที่มีโอกาสพบเห็นซันด็อกได้บ่อย ได้แก่ พื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น เช่น แถบยุโรปเหนือ เขตอาร์กติก และแอนตาร์กติกา เนื่องจากมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเกิดผลึกน้ำแข็งในบรรยากาศ
แต่สิ่งที่หลายคนอาจไม่ทราบก็คือ ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่ที่มีหิมะหรืออากาศหนาวจัดเท่านั้น เพราะเมฆชั้นสูงในพื้นที่เขตร้อนก็สามารถประกอบด้วยผลึกน้ำแข็งได้เช่นกัน ดังนั้น ประเทศที่มีภูมิอากาศร้อนอย่างประเทศไทยก็มีโอกาสพบเห็นซันด็อกได้ หากมีเมฆและผลึกน้ำแข็งในบรรยากาศอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
นอกจากนี้ ในบางพื้นที่ที่มีอากาศหนาวจัดมาก อาจเกิดผลึกน้ำแข็งขนาดเล็กลอยอยู่ใกล้พื้นดิน ซึ่งเรียกว่า Diamond Dust และผลึกน้ำแข็งเหล่านี้ก็สามารถทำให้เกิดปรากฏการณ์ทางแสงในลักษณะเดียวกันได้เช่นกัน
Sundog แตกต่างจาก Halo อย่างไร?
หลายคนอาจเคยเห็นภาพวงแหวนขนาดใหญ่ล้อมรอบดวงอาทิตย์ แล้วเข้าใจว่าเป็นปรากฏการณ์เดียวกับซันด็อก เพราะทั้งสองอย่างมักเกิดขึ้นภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีผลึกน้ำแข็งในบรรยากาศเหมือนกัน
แต่ในทางวิทยาศาสตร์ ทั้งสองปรากฏการณ์มีลักษณะแตกต่างกัน
ปรากฏการณ์ฮาโล (Halo) คือวงแหวนแสงที่ปรากฏล้อมรอบดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ โดยฮาโลที่พบเห็นได้บ่อยชนิดหนึ่งคือวงแหวนรัศมีประมาณ 22 องศา ซึ่งเกิดจากแสงหักเหผ่านผลึกน้ำแข็งที่มีการวางตัวหลากหลายทิศทาง
ส่วนซันด็อกจะปรากฏเป็นจุดสว่างแยกออกมาทางด้านซ้ายและขวาของดวงอาทิตย์ โดยเกิดจากผลึกน้ำแข็งรูปแผ่นที่มีการจัดเรียงตัวในแนวเกือบขนานกับพื้นโลก
กล่าวอย่างง่าย ๆ คือ ฮาโลมีลักษณะเป็นวงแหวนแสงล้อมรอบดวงอาทิตย์ ขณะที่ซันด็อกมีลักษณะเป็นจุดสว่างอยู่ด้านข้างของดวงอาทิตย์ ทั้งสองอย่างอาจปรากฏให้เห็นพร้อมกันได้ จนกลายเป็นภาพท้องฟ้าที่มีสีสันและองค์ประกอบทางแสงหลายรูปแบบในเวลาเดียวกัน
ซันด็อกเป็นอันตรายต่อสายตาหรือไม่?
ตัวปรากฏการณ์ซันด็อกเองไม่ได้เป็นแหล่งกำเนิดรังสีหรือพลังงานพิเศษที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่สิ่งที่ควรระวังคือดวงอาทิตย์จริงซึ่งมีความสว่างสูงมาก
การมองดวงอาทิตย์โดยตรงเป็นเวลานานอาจทำให้จอประสาทตาได้รับความเสียหายได้ แม้ในช่วงที่มีเมฆบาง ๆ หรือมีปรากฏการณ์ทางแสงเกิดขึ้นก็ตาม
ดังนั้น หากต้องการชมความสวยงามของซันด็อก ควรสังเกตจากบริเวณที่ไม่ต้องจ้องดวงอาทิตย์โดยตรง และไม่ควรใช้กล้องส่องทางไกลหรือกล้องโทรทรรศน์มองดวงอาทิตย์โดยไม่มีอุปกรณ์กรองแสงสำหรับดวงอาทิตย์ที่ได้มาตรฐาน
ความมหัศจรรย์ที่เกิดจากแสงและผลึกน้ำแข็ง
ซันด็อกเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากองค์ประกอบธรรมดาอย่างแสงอาทิตย์ เมฆ และผลึกน้ำแข็ง แต่เมื่อทุกอย่างอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม กลับสามารถสร้างภาพที่งดงามราวกับมีดวงอาทิตย์หลายดวงปรากฏอยู่บนท้องฟ้า
แม้ภาพที่เห็นจะดูคล้ายกับเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่เบื้องหลังกลับเป็นผลลัพธ์จากหลักการทางฟิสิกส์ที่สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน
ครั้งต่อไปหากเงยหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วพบจุดสว่างคล้ายดวงอาทิตย์ปรากฏอยู่ทางด้านข้าง ก็อย่าเพิ่งตกใจไป เพราะเราอาจกำลังได้เห็นหนึ่งในปรากฏการณ์ทางแสงที่สวยงามของโลกใบนี้อย่าง “ซันด็อก” อยู่ก็เป็นได้!
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
ตารางใบเขียวเปิดเลขเด่นบน-ล่าง 6 ตัว จัดเลขเบิ้ล 6 คู่ พร้อมเลขจับคู่ 15 ชุด งวด 16 พ.ย. 69
เฮลิคอปเตอร์ตำรวจบินวนวาดรูปกล้วยบนฟ้าเหนือบ้าน
5 มหาวิทยาลัยไทยที่อัตราการแข่งขันสูงที่สุด บางสาขาคนสมัครหลายพัน แต่รับเพียงหลักสิบ
หนังที่ทำรายได้ถึง 1 แสนล้านบาท เรื่องแรกในประวัติศาสตร์โลก
3 อำเภอของประเทศไทย ที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัดใหม่
ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก ที่ทำรายได้รวมมากถึง 200 ล้านบาท
เซียนเจ้ามือแยกขาดบน-ล่าง! เลข 2 คุมชุดบน เลข 9 นำชุดล่าง เปิดจุดต่าง 5 แนวทาง งวด 16 พ.ย. 69
ทำโยเกิร์ตด้วยพริกชี้หนูทั้งเม็ด: นมข้นได้จริง แต่ยังไม่ใช่โยเกิร์ตที่กินได้อย่างปลอดภัย
บ้านปากเซเปิด 2 ใบรัฐบาลไทย! เลข 3 ปะทะเลข 7 พร้อมชุดสามตัวตรง 4 แนวทาง งวด 16 พ.ย. 69
5 อำเภอที่มีความเจริญมากที่สุดในประเทศไทย
ปฏิทินจีน งวด 16 พ.ย. 69 เผยเลขเด่น 426 จัดชุดสลับ 2 ตัว 3 ตัว ครบทุกตำแหน่ง
12 ถนนและซอยชื่อแปลกๆ ในกรุงเทพฯ
เปิด 7 อันดับจังหวัดไทย พบประชาชนมีสารหนูในร่างกายเกินค่าอ้างอิง เชียงรายครองอันดับ 1 รวม 94 คนทั่วประเทศ
“ดอกเบญจมาศ” ดอกไม้แสนสวยที่ซ่อนสารป้องกันแมลงตามธรรมชาติ
ทำโยเกิร์ตด้วยพริกชี้หนูทั้งเม็ด: นมข้นได้จริง แต่ยังไม่ใช่โยเกิร์ตที่กินได้อย่างปลอดภัย
5 อำเภอที่มีความเจริญมากที่สุดในประเทศไทย
