หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

12 ถนนและซอยชื่อแปลกๆ ในกรุงเทพฯ

เขียนโดย Mind Matter

กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน หลายพื้นที่ยังคงเก็บรักษาชื่อเรียกดั้งเดิมเอาไว้จนกลายเป็นเสน่ห์ที่น่าสนใจในปัจจุบัน การเดินทางผ่านย่านต่างๆ มักทำให้เราได้พบกับชื่อถนนหรือซอยที่ชวนสะดุดหู บางชื่อฟังดูแปลกจนหลายคนอาจสงสัยว่ามีที่มาจากอะไร และตั้งอยู่ตรงจุดไหนของเมือง

1. ซอยอรุณมักกินนอน (Soi Arun McKinnon)

เป็นชื่อซอยที่เพี้ยนมาจากชื่อและนามสกุลภาษาอังกฤษของ นายอัลลัน แมคคินนอน (Allan McKinnon) อดีตเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย โดยได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อปี พ.ศ. 2565 ซอยแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ทอดตัวอยู่ข้างสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ผ่านหน้าสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ไปจนถึงสมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ ใกล้กับสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น โครงการวัน แบงค็อก (One Bangkok) สวนลุมพินี และแยกสาทร-พระราม 4

ประวัติความเป็นมาของชื่อซอยสุดน่ารักนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ในโอกาสที่นายอัลลัน แมคคินนอน เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเพื่อกราบบังคมทูลลาในวาระพ้นจากหน้าที่ ในระหว่างการเข้าเฝ้าฯ ท่านทูตได้กราบบังคมทูลเล่าถึงเรื่องราวชวนยิ้มเกี่ยวกับชื่อเรียกภาษาไทยของตนเองว่า สื่อมวลชนและคนไทยมักเขียนทับศัพท์นามสกุล "แมคคินนอน" เพี้ยนเป็นคำว่า "มักกินนอน" ประกอบกับท่านทูตได้ตั้งชื่อเล่นภาษาไทยให้ตนเองว่า "อรุณ" ซึ่งพ้องเสียงกับชื่อต้น "อัลลัน" และสอดคล้องกับความหมายของชื่อเล่นภาษาอังกฤษอย่าง "ดอน" (Dawn) ที่แปลว่ารุ่งอรุณ พร้อมกันนี้ท่านทูตได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานชื่อซอยอันเป็นที่ตั้งของสถานทูตออสเตรเลีย ต่อมาในวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อซอยแห่งนี้ว่า "ซอยอรุณมักกินนอน" เพื่อเป็นที่ระลึกถึงมิตรภาพอันดีระหว่างประเทศไทยและออสเตรเลีย

2. ถนนนิคมมักกะสัน

ตั้งอยู่ในแขวงมักกะสัน เขตราชเทวี ทอดตัวยาวขนานไปกับทางรถไฟสายตะวันออก ใกล้กับสถานีแอร์พอร์ตเรลลิงก์มักกะสัน โรงพยาบาลพญาไท 1 และย่านประตูน้ำ ชื่อ "มักกะสัน" มีประวัติศาสตร์ย้อนไปไกลถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ช่วงราวปี พ.ศ. 2203-2212 (ค.ศ. 1660-1669) ชาวมุสลิมกลุ่มชาติพันธุ์บูกิสและมากัสซาร์ได้อพยพลี้ภัยสงครามการล่าอาณานิคมของชาวดัตช์มาจากเมืองมากัสซาร์ (Makassar) บนเกาะซูลาเวซี ประเทศอินโดนีเซีย เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในสยาม ต่อมาลูกหลานได้ย้ายมาตั้งถิ่นฐานบริเวณทุ่งกว้างทางตะวันออกของกรุงเทพฯ คนไทยในสมัยโบราณออกเสียงตัวสะกดท้ายคำแบบภาษาอินโดนีเซียไม่ถนัด จึงเรียกชื่อเมืองมากัสซาร์เพี้ยนเสียงกลายเป็นคำว่า "มักกะสัน" และกลายเป็นชื่อถนนรวมถึงย่านสำคัญมาจนถึงทุกวันนี้

3. ถนนอังรีดูนังต์

ตั้งอยู่ในเขตปทุมวัน ตัดระหว่างถนนพระรามที่ 1 กับถนนพระรามที่ 4 ใกล้สภากาชาดไทย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และสถานีรถไฟฟ้า BTS สยาม ชื่อนี้มีที่มาจากชื่อภาษาฝรั่งเศสของ อ็องรี ดูว์น็อง (Henri Dunant) ผู้ก่อตั้งองค์กรกาชาดสากล ซึ่งคนไทยในอดีตออกเสียงและเขียนทับศัพท์ตามที่ได้ยินว่า "อังรีดูนังต์" ถนนสายนี้ตั้งชื่อขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา หลังจากที่ประเทศไทยได้ก่อตั้งสภากาชาดไทย (เดิมคือสภาอุณาโลมแดง) เมื่อปี พ.ศ. 2436 (ค.ศ. 1893) และเข้าร่วมเป็นสมาชิกกาชาดสากลในเวลาต่อมา ทางการจึงนำชื่อของชาวสวิสผู้นี้มาตั้งเป็นชื่อถนนหน้าสภากาชาดไทย จากชื่อบุคคลสำคัญชาวต่างชาติจึงกลายมาเป็นชื่อถนนที่คนไทยคุ้นเคยกันดี โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางไปบริจาคโลหิต

4. ถนนดิสมาร์ค

ตั้งอยู่ในแขวงวัดเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เชื่อมต่อระหว่างถนนบำรุงเมืองกับถนนหลวง ใกล้กับแยกวรจักร โรงพยาบาลกลาง และวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ชื่อซอยแห่งนี้มาจากชื่อของ นายดิสมาร์ค ชาวตะวันตกผู้เข้ามาทำงานรับราชการในสยามตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยดำรงตำแหน่งสำคัญในกรมแผนที่และกิจการด้านวิศวกรรม นายดิสมาร์คได้สร้างบ้านพักอาศัยอยู่บริเวณตรอกแห่งนี้ ชาวบ้านในย่านวรจักรและบำรุงเมืองจึงเรียกตรอกทางเดินผ่านหน้าบ้านของชาวต่างชาติผู้นี้ว่า "ตรอกดิสมาร์ค" หรือ "ซอยดิสมาร์ค" ตามสำเนียงการออกเสียงชื่อของท่านจนติดปากมาถึงทุกวันนี้

5. ถนนซางฮี้ หรือ ซังฮี้

ปัจจุบันอาจไม่มีใครเคยเห็นป้ายชื่อถนนนี้แล้ว เพราะถูกเปลี่ยนชื่อไปเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่าชื่อภาษาจีนกลายมาเป็นชื่อถนนในไทยได้อย่างไร ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีพระราชนิยมสั่งเครื่องกิมตึ๋งหรือเครื่องถ้วยชามลายจีนมาใช้และสะสม เมื่อมีการสร้างพระราชวังดุสิต จึงพระราชทานนามตำหนัก ถนน สะพาน และคลองภายในพื้นที่ตามชื่อเครื่องกิมตึ๋ง เช่น ถนนด้านหลังพระราชวังได้ชื่อว่า "ซังฮี้" หรือ "ซางฮี้" ซึ่งเป็นคำมงคลของจีนที่ใช้ในงานมงคลสมรส แปลว่าความยินดีอันเป็นคู่ ต่อมาตามประกาศกระทรวงนครบาลเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2462 (ค.ศ. 1919) ถนนซางฮี้นอก ซางฮี้ใน และซางฮี้หน้า ตั้งแต่แม่น้ำเจ้าพระยาถึงถนนราชปรารภ ถูกรวมและเปลี่ยนชื่อเป็น "ถนนราชวิถี" ซึ่งตัดผ่านย่านดุสิต ใกล้พระราชวังดุสิต พระที่นั่งอนันตสมาคม และสวนสัตว์ดุสิตเดิม ก่อนจะมุ่งหน้าสู่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ส่วนชื่อซังฮี้ในปัจจุบันยังคงเหลือร่องรอยอยู่ที่ชื่อเรียก "สะพานซังฮี้" (สะพานกรุงธน) ในย่านดุสิต

6. ซอยซู่ซี่

ตั้งอยู่ในย่านตรอกจันทน์ เขตสาทร ใกล้กับวัดยานนาวาและสถานีรถไฟฟ้า BTS สะพานตากสิน ที่มาของชื่อซอยนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำอาหารแต่อย่างใด แต่เพี้ยนมาจากคำว่า "ซูซี่" (Susie) ซึ่งเป็นชื่อของสตรีชาวตะวันตกคนหนึ่งที่เคยอาศัยอยู่ในย่านนี้ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ในช่วงปี พ.ศ. 2433 (ค.ศ. 1890) ชาวบ้านในพื้นที่ย่านนั้นจึงเรียกขานกันจนติดปากและเพี้ยนเสียงมาเป็น "ซอยซู่ซี่" ในปัจจุบัน

7. ซอยคาวบอย

เป็นซอยสั้นๆ ใกล้ถนนสุขุมวิท เชื่อมระหว่างถนนอโศกมนตรี (สุขุมวิท 21) กับซอยสุขุมวิท 23 เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS สถานีอโศก และ MRT สถานีสุขุมวิท อยู่ไม่ไกลจากแยกอโศกและศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ที่มาของชื่อซอยมักเล่าคู่กับเรื่องราวของชาวอเมริกันชื่อ ที. จี. "คาวบอย" เอ็ดเวิร์ดส์ (T.G. "Cowboy" Edwards) อดีตทหารอากาศสหรัฐฯ ที่มักสวมหมวกคาวบอยเป็นประจำ เขาได้เข้ามาเปิดบาร์ในซอยนี้ช่วงปลายทศวรรษ 1970 ก่อนที่ฉายาและชื่อร้านของเขาจะกลายเป็นชื่อเรียกของทั้งซอยในเวลาต่อมา นับเป็นตัวอย่างของชื่อสถานที่ที่เกิดจากภาพจำของผู้คนและกิจการในละแวกนั้น ปัจจุบันซอยคาวบอยเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะย่านสถานบันเทิงยามค่ำคืน ส่วนในช่วงกลางวันก็เป็นทางลัดเชื่อมย่านธุรกิจที่มีทั้งอาคารสำนักงาน โรงแรม และร้านค้าที่คึกคัก

8. ซอยเท็กซัส

ตั้งอยู่ในย่านเยาวราช (ถนนผดุงด้าว) ใกล้กับรถไฟฟ้า MRT สถานีวัดมังกร และวงเวียนโอเดียน ที่มาของชื่อนี้มาจาก "โรงภาพยนตร์เท็กซัส" ที่เคยเปิดให้บริการอย่างรุ่งเรืองในย่านนั้นเมื่อช่วงปี พ.ศ. 2499 (ค.ศ. 1956) แม้ปัจจุบันโรงภาพยนตร์จะปิดตัวไปนานแล้ว แต่ชื่อเท็กซัสก็ยังคงถูกใช้เรียกชื่อซอย ซึ่งกลายมาเป็นแหล่งรวมร้านอาหารชื่อดังยามค่ำคืนของเยาวราช

9. ถนนบุคคโล

ตั้งอยู่ฝั่งธนบุรี ในเขตธนบุรี ไม่ไกลจากย่านวงเวียนใหญ่ คำว่า "บุคคโล" อาจฟังดูแปลกหูสำหรับคนไทย เพราะไม่ใช่ทั้งชื่อคนและไม่สามารถแปลความหมายในภาษาไทยได้ ที่มาของคำนี้มาจากภาษามลายูสองคำคือ "ปูกัต" (Pukat) กับ "โลละก์" (Lolok) ซึ่งมีความหมายเกี่ยวกับกระแสน้ำวน เมื่อนำมาใช้เรียกซ้อนกันเป็นคำคู่จึงค่อยๆ กร่อนเสียงลงจนกลายเป็น "บุคคโล" หมายถึงบริเวณที่มีกระแสน้ำวน ซึ่งสอดคล้องกับชื่อวัดบางน้ำชนและคลองบางน้ำชนในละแวกเดียวกัน คำว่าบางน้ำชนเองก็บ่งบอกลักษณะทางกายภาพที่สายน้ำสองสายไหลมาปะทะกันจนเกิดเป็นน้ำวน ชื่อนี้จึงสะท้อนถึงวิถีชีวิตของคนในอดีตที่ใช้เรือเป็นพาหนะหลัก และตั้งชื่อสถานที่เพื่อจดจำจุดอันตรายจากลักษณะของกระแสน้ำ

10. ซอยกัปตันบุช

หรือซอยเจริญกรุง 30 ตั้งอยู่ในเขตบางรัก ใกล้ไปรษณีย์กลางบางรัก โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล และท่าเรือสี่พระยา ชื่อซอยมีที่มาจาก กัปตันจอห์น บุช (Captain John Bush) ชาวอังกฤษผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าท่าและมีบทบาทสำคัญต่อกิจการเดินเรือในสมัยรัชกาลที่ 4 ถึงรัชกาลที่ 5 (ต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระยาวิสูตรสาครดิษฐ์) กัปตันบุชได้รับพระราชทานที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อสร้างบ้านพักและสำนักงานในช่วงหลังปี พ.ศ. 2400 (ค.ศ. 1857) ต่อมาพื้นที่ในบริเวณใกล้เคียงยังเป็นที่ตั้งของธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นธนาคารแห่งแรกในสยามอีกด้วย

11. ซอยเซนต์หลุยส์

หรือซอยสาทร 11 (เชื่อมต่อไปยังซอยจันทน์ 18/7) ตั้งอยู่ในเขตสาทร เชื่อมระหว่างถนนสาทรใต้กับถนนจันทน์ อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า BTS เซนต์หลุยส์ โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ และโบสถ์เซนต์หลุยส์ ชื่อนี้ทับศัพท์มาจากภาษาฝรั่งเศสว่า "Saint Louis" ซึ่งหมายถึงนักบุญหลุยส์ ย่านนี้เริ่มก่อตัวเป็นชุมชนชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 โดยมีบาทหลวงชาวฝรั่งเศสเข้ามาบุกเบิก ต่อมาในปี พ.ศ. 2441 (ค.ศ. 1898) ได้มีการสร้างโบสถ์เซนต์หลุยส์ขึ้นอย่างเป็นทางการ ผู้คนในชุมชนจึงเรียกชื่อซอยตามชื่อโบสถ์และโรงพยาบาล จนกลายเป็นชื่อที่คุ้นเคยกันมาถึงปัจจุบัน

12. ซอยลาซาล

เป็นชื่อที่คนทั่วไปใช้เรียกซอยสุขุมวิท 105 ในเขตบางนา แนวซอยเชื่อมต่อระหว่างถนนสุขุมวิทกับถนนศรีนครินทร์ อยู่ใกล้กับโรงเรียนลาซาลกรุงเทพฯ โรงพยาบาลศิครินทร์ และศูนย์การค้าเซ็นทรัล บางนา ชื่อ "ลาซาล" มาจากชื่อของโรงเรียนลาซาลกรุงเทพฯ ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2506 (ค.ศ. 1963) โดยตั้งชื่อตามนักบุญฌอง-บาติสต์ เดอ ลาซาล (Jean-Baptiste de La Salle) นักบวชชาวฝรั่งเศสผู้ก่อตั้งคณะภราดาลาซาล ต่อมาชื่อของโรงเรียนจึงได้กลายเป็นชื่อเรียกซอยและพื้นที่ในละแวกนั้นไปโดยปริยาย

เนื้อหาโดย: Mind Matter
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Mind Matter's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 14 ครั้ง
เขียนโดย Mind Matter
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: jeffreyfc
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 นามสกุลที่มีผู้ใช้มากที่สุดในประเทศไทยนักแต่งเพลงประกอบอนิเมะ "Dragon Ball Z" ได้รับเลือกเป็นอัยการสูงสุดของรัฐเท็กซัสเปิดค่าเหนื่อยนักวอลเลย์บอลหญิงไทยในลีกต่างประเทศ ใครรับค่าตัวสูงที่สุดน้ำสีแดงในเนื้อสเต็ก แท้จริงแล้วเป็นโปรตีน "ไมโอโกลบิน"หนังที่ทำรายได้ถึง 1 แสนล้านบาท เรื่องแรกในประวัติศาสตร์โลก4 โรงงานใหญ่ในไทย ที่มีพนักงานหลักพันคน5 มหาวิทยาลัยไทย ที่เรียนจบยากมากที่สุด ต้องผ่านกี่ด่านกว่าจะได้ปริญญา?มหาวิทยาลัยไหนมีบัณฑิตตกงานน้อยที่สุดในไทยเปิด 3 อำเภอของประเทศไทยได้ที่ขอแยกออกเป็นจังหวัดใหม่เปิด 10 อำเภอที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่ราคาประเมินเริ่มเพียง 10,000 บาทต่อไร่วิวัฒนาการการดูสื่อบันเทิงของคนแต่ละยุค จากทีวีขาวดำสู่สตรีมมิงใครคือเจ้าของสบู่เบนเนท
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
นักแต่งเพลงประกอบอนิเมะ "Dragon Ball Z" ได้รับเลือกเป็นอัยการสูงสุดของรัฐเท็กซัสไขข้อข้องใจ ทำไมยางรถยนต์ใหม่ถึงมีหนามยางเส้นเล็กๆ ยื่นออกมาเปิดค่าเหนื่อยนักวอลเลย์บอลหญิงไทยในลีกต่างประเทศ ใครรับค่าตัวสูงที่สุดหนังที่ทำรายได้ถึง 1 แสนล้านบาท เรื่องแรกในประวัติศาสตร์โลกน้ำสีแดงในเนื้อสเต็ก แท้จริงแล้วเป็นโปรตีน "ไมโอโกลบิน"อำเภอเกาะสีชัง มีพื้นที่บนบกไม่ถึง 8 ตร.กม. แต่มีพื้นที่รับผิดชอบรวมกว่า 25 ตร.กม.
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เบื้องหลัง "ช่องระบายความร้อนบนฝากระโปรงรถ" ที่บางรุ่นไม่ได้เจาะทะลุจริง!ไขข้อข้องใจ ทำไมยางรถยนต์ใหม่ถึงมีหนามยางเส้นเล็กๆ ยื่นออกมาเปิดค่าเหนื่อยนักวอลเลย์บอลหญิงไทยในลีกต่างประเทศ ใครรับค่าตัวสูงที่สุดทำไมขวดไวน์ถึงต้องออกแบบให้มี "ก้นขวดบุ๋มลึก" เข้าไปข้างใน?
ตั้งกระทู้ใหม่