ทำไมคนจีนจำนวนมากถึงไม่ค่อยใช้เงินสด? เดินเข้าร้าน ซื้อของริมทาง ก็แค่ยกมือถือขึ้นมาสแกนจ่าย!
เคยสงสัยกันไหมครับว่า ถ้าเราเดินทางไปประเทศจีนในปัจจุบัน เราอาจเห็นภาพที่แตกต่างจากบ้านเราอยู่ไม่น้อย เพราะไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านขายของเล็ก ๆ ตลาด หรือร้านค้าริมถนน ผู้คนจำนวนมากสามารถซื้อสินค้าและจ่ายเงินได้ด้วยโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว 🏪📱
บางคนอาจสงสัยว่า แล้วเงินสดที่เป็นธนบัตรกับเหรียญล่ะ คนจีนไม่ใช้กันแล้วหรือ? หรือว่าการพกเงินสดกลายเป็นเรื่องล้าสมัยไปแล้วในประเทศจีน?
ความจริงก็คือ คนจีนไม่ได้เลิกใช้เงินสดทั้งหมด แต่การชำระเงินผ่านมือถือได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนจำนวนมาก
📱 1. แค่มีโทรศัพท์ ก็ซื้อของได้ง่ายขึ้น
สิ่งที่ทำให้การใช้จ่ายในจีนแตกต่างจากหลายประเทศ คือความนิยมในการใช้แอปพลิเคชันอย่าง Alipay และ WeChat Pay
เวลาซื้อของ ลูกค้าสามารถสแกน QR Code ของร้านค้า หรือแสดงรหัสให้ร้านค้าสแกนเพื่อชำระเงินได้ ไม่ต้องเสียเวลานับธนบัตร ไม่ต้องรอเงินทอน และไม่จำเป็นต้องพกเงินสดติดตัวเป็นจำนวนมาก
ลองจินตนาการดูนะครับว่า หากเราซื้อกาแฟ ซื้ออาหารเช้า หรือแวะซื้อของในตลาด เพียงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไม่กี่วินาที ก็สามารถจ่ายเงินได้เรียบร้อยแล้ว
ความสะดวกแบบนี้เองที่ทำให้หลายคนคุ้นเคยกับการใช้มือถือจ่ายเงินในชีวิตประจำวัน
🏪 2. ไม่ใช่แค่ห้างใหญ่ ร้านค้าริมทางก็ใช้ได้
อีกเหตุผลหนึ่งคือระบบชำระเงินผ่าน QR Code สามารถนำไปใช้กับร้านค้าขนาดเล็กได้ด้วย ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องรับบัตรราคาแพงเหมือนบางระบบ
เราจึงอาจพบเห็นร้านอาหารริมทาง แผงขายผัก ร้านขายของชำ หรือร้านค้ารายย่อยที่ติดป้าย QR Code ไว้ให้ลูกค้าสแกนจ่าย
เมื่อทั้งลูกค้าและผู้ขายคุ้นเคยกับวิธีนี้ การซื้อขายก็สะดวกขึ้นทั้งสองฝ่าย
💳 3. เพราะระบบการเงินเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน
การจ่ายเงินผ่านมือถือในจีนไม่ได้จำกัดอยู่แค่การซื้อสินค้าเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับบริการออนไลน์หลายประเภท เช่น การสั่งอาหาร การเรียกรถ และการซื้อบริการต่าง ๆ
โดยเฉพาะ WeChat ซึ่งเป็นแอปที่ใช้ติดต่อสื่อสารและมีบริการชำระเงินอยู่ภายใน ส่วน Alipay ก็เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มสำคัญที่ได้รับความนิยม
เมื่อผู้คนสามารถทำธุรกรรมหลายอย่างผ่านระบบเดียวกันได้ ก็ยิ่งทำให้การใช้มือถือเป็นช่องทางชำระเงินกลายเป็นเรื่องที่คุ้นเคย
🚀 4. จีนไม่ได้เริ่มจากการไม่มีเงินสด แต่พัฒนาระบบดิจิทัลจนคนคุ้นชิน
การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลจากการเติบโตของสมาร์ตโฟน อินเทอร์เน็ต แพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ และบริการชำระเงินดิจิทัล
เมื่อมีคนใช้งานมากขึ้น ร้านค้าก็มีแรงจูงใจที่จะรองรับการจ่ายเงินผ่านมือถือ และเมื่อร้านค้ามีให้ใช้แพร่หลาย ผู้คนก็ยิ่งสะดวกที่จะเลือกใช้วิธีนี้
จึงเกิดเป็นวงจรที่ช่วยผลักดันให้การชำระเงินดิจิทัลเติบโตอย่างต่อเนื่อง
💵 5. แล้วเงินสดยังมีความสำคัญอยู่ไหม?
คำตอบคือยังมีความสำคัญครับ!
แม้การจ่ายเงินผ่านมือถือจะได้รับความนิยมมาก แต่ไม่ใช่ทุกคนจะสะดวกใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่ไม่มีสมาร์ตโฟน หรือผู้ที่ประสบปัญหาโทรศัพท์แบตหมดและระบบอินเทอร์เน็ตขัดข้อง
ด้วยเหตุนี้ จีนจึงยังมีมาตรการรองรับการใช้เงินสด โดยกฎระเบียบเกี่ยวกับการรับชำระเงินด้วยเงินหยวนที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2026 กำหนดให้ผู้ประกอบการในกรณีที่เข้าข่ายตามกฎต้องรองรับการชำระด้วยเงินสด และไม่ควรเลือกปฏิบัติต่อผู้ที่ต้องการใช้เงินสด
ดังนั้น การที่เราเห็นคนจีนจำนวนมากสแกนจ่ายเงิน จึงไม่ได้หมายความว่าเงินสดหมดความสำคัญไปแล้ว แต่สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนมีทางเลือกในการชำระเงินเพิ่มขึ้น
🇹🇭 แล้วประเทศไทยควรเรียนรู้อะไรจากจีน?
เมื่อหันกลับมามองประเทศไทย เราก็มีการใช้ QR Code และระบบพร้อมเพย์อย่างแพร่หลายเช่นกัน โดยเฉพาะร้านอาหาร ตลาด และร้านค้ารายย่อย
สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่การถามว่าประเทศไหนเลิกใช้เงินสดได้ก่อน แต่เป็นการมองว่าเราจะพัฒนาระบบชำระเงินให้สะดวก ปลอดภัย และเข้าถึงคนทุกวัยได้อย่างไร
เพราะเทคโนโลยีที่ดีไม่ควรทำให้คนที่ใช้ไม่เป็นต้องลำบาก และไม่ควรทำให้คนที่ต้องการใช้เงินสดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
สุดท้ายนี้ ผมอยากชวนทุกคนมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันครับ
ถ้าวันหนึ่งประเทศไทยมีร้านค้าส่วนใหญ่ที่รับชำระเงินผ่านมือถือเป็นหลัก จนแทบไม่ต้องพกเงินสดติดตัว คุณคิดว่าจะทำให้ชีวิตสะดวกขึ้น หรือยังคิดว่าการมีเงินสดอยู่ในกระเป๋าเป็นสิ่งที่จำเป็นมากกว่ากัน?
ถ้ามีโอกาสไปเที่ยวประเทศจีน คุณจะเลือกใช้มือถือสแกนจ่ายเป็นหลัก หรือจะยังพกเงินสดติดตัวไว้ด้วย? มาเล่าสู่กันฟังได้ครับ 👇
🔎 แหล่งข้อมูลประกอบเรื่อง
-
รัฐบาลจีน — คู่มือการชำระเงินสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ https://english.www.gov.cn/news/202404/11/content_WS6617c858c6d0868f4e8e5f4d.html
-
รัฐบาลจีน — แนวทางเพิ่มความสะดวกในการชำระเงินให้ชาวต่างชาติและผู้สูงอายุ https://english.www.gov.cn/policies/policywatch/202403/08/content_WS65eafc0fc6d0868f4e8e4d91.html
-
ธนาคารโลก — ข้อมูลเกี่ยวกับบริการทางการเงินดิจิทัลของประเทศจีน https://digitalfinance.worldbank.org/country/china
-
รัฐบาลจีน — ข้อกำหนดเกี่ยวกับการรับชำระเงินสดและบริการเงินสด https://big5.www.gov.cn/gate/big5/www.gov.cn/gongbao/2026/issue_12606/202603/content_7061752.html
#จีน #การเงินดิจิทัล #เทคโนโลยีการชำระเงิน
เขียนโดย sansanti
นามสกุลที่ซ้ำกันมากที่สุดในไทย เปิด 10 อันดับที่มีคนใช้หลักหมื่นคน
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 1/11/69
งานวิจัยรวมคนกว่า 2.4 ล้านคน พบคนถนัดซ้ายมีราว 1 ใน 10
อาจารย์หนู งวด 1 พ.ย. 2569 เปิดเลขเด่น 1-8 และ 0-5 พร้อมเลขมงคล 1 ชุด 2 ตัว 3 ตัว และเลขมงคล 0 ครบ 9 ชุด
แพนเค้กเหนียวทั้งที่ทำตามสูตร จุดพลาดอาจอยู่ตอนคนแป้ง
ชัวร์ล่าง 1 พ.ย. 69 จับจุดเลขเด่นฝั่งล่าง ส่องชุดตัวเลข 4 คู่จากแนวทางงวดนี้
10 ชื่อ ที่คนไทยใช้มากที่สุด ชื่อเดียวมากถึงหลักแสนคน
ยอดฉัตรบนเจดีย์ซ้อนหลายชั้น สื่ออะไรในพุทธศิลป์?
ฝรั่งเศสชุมนุมวันเดียวกัน แต่ยอดคนต่างกันเกือบเท่าตัว
คืนบาปที่พรหมพิราม
ได้ลาภหรือถูกนินทา: โลกวิปัตติสูตรอธิบายใจคนสองแบบ
3 ไม้มงคลดอกหอม นิยมปลูกไว้ในบ้าน เสริมสิริมงคลตามความเชื่อ
งานวิจัยรวมคนกว่า 2.4 ล้านคน พบคนถนัดซ้ายมีราว 1 ใน 10
ยอดฉัตรบนเจดีย์ซ้อนหลายชั้น สื่ออะไรในพุทธศิลป์?
ฝรั่งเศสชุมนุมวันเดียวกัน แต่ยอดคนต่างกันเกือบเท่าตัว
3 ไม้มงคลดอกหอม นิยมปลูกไว้ในบ้าน เสริมสิริมงคลตามความเชื่อ
แพนเค้กเหนียวทั้งที่ทำตามสูตร จุดพลาดอาจอยู่ตอนคนแป้ง
ได้ลาภหรือถูกนินทา: โลกวิปัตติสูตรอธิบายใจคนสองแบบ
อย่าคิดว่าแค่กดแชร์แล้วจะไม่เป็นไร! ข่าวปลอมบนโลกออนไลน์ อาจทำให้คนแชร์ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย
รู้หรือไม่? ประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 17 ล้านตารางกิโลเมตร!
โซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านคุ้มจริงไหม? ลงทุนหลักแสนช่วยลดค่าไฟได้แค่ไหน ต้องใช้กี่ปีกว่าจะคืนทุน
น้ำทะเลหัวหินเปลี่ยนเป็นสีแดง! ชาวบ้านแห่จับปลาริมหาด เกิดอะไรขึ้นกับทะเลไทย?
